ทรัพยากรส่วนรวมของโลกโอเชียเนีย

ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่จัดซื้อขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกลความเร็วสูงที่ผลิตในสหรัฐฯ

0 0 votes
Article Rating

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ออสเตรเลียจะเป็นประเทศแรกที่จัดซื้อขีปนาวุธร่วมยุทธวิธีขั้นสูง เอไอเอ็ม-260 ซึ่งเป็นอาวุธอากาศสู่อากาศที่ได้รับการพัฒนาและผลิตในสหรัฐอเมริกา และมีการจัดชั้นความลับในระดับสูง โดยรัฐบาลออสเตรเลียสามารถนำมาใช้เพื่อรับมือกับขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่น พีแอล-15 และ พีแอล-17 ของจีน

นายริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ประกาศการจัดซื้อดังกล่าวในการฝึกซ้อมรบทางอากาศระหว่างประเทศพิตช์แบล็ก ที่เมืองดาร์วินในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 ขีปนาวุธยุคใหม่ที่พัฒนาโดยบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน จะช่วยให้กองทัพอากาศออสเตรเลีย “สามารถโจมตีได้ในระยะที่ไกลขึ้น ยับยั้งฝ่ายตรงข้าม และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ” นายมาร์ลส์กล่าว

แม้ว่าอาวุธดังกล่าวจะยังไม่พร้อมใช้งานจนกว่าจะถึงอย่างน้อย พ.ศ. 2576 แต่นายมาร์ลส์กล่าวว่า ออสเตรเลียจะจ่ายเงินประมาณ 1.72 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 520 ล้านดอลลาร์) สหรัฐสำหรับขีปนาวุธจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุจำนวน ซึ่งจะนำไปติดตั้งกับฝูงบินขับไล่ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย ขีปนาวุธร่วมยุทธวิธีขั้นสูง เอไอเอ็ม-260 จะสามารถติดตั้งในช่องเก็บอาวุธของอากาศยานขับไล่รุ่นที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันใช้เก็บขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางขั้นสูง เอไอเอ็ม-160 ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายแต่มีขีดความสามารถน้อยกว่า เจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมจะติดตั้งขีปนาวุธรุ่นใหม่กับเครื่องบินขับไล่ เอฟ/เอ-18เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ต จากนั้นจึงติดตั้งกับอากาศยาน เอฟ-35เอ และ อีเอ-18จี โกรว์เลอร์ ในท้ายที่สุด ขีปนาวุธดังกล่าวอาจนำไปติดตั้งบนอากาศยานรบไร้คนขับ เอ็มคิว-28เอ โกสต์แบต ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย

แม้ว่าขีดความสามารถของขีปนาวุธร่วมยุทธวิธีขั้นสูง เอไอเอ็ม-260 จะจัดเป็นความลับ แต่รายงานของนิตยสารดีเฟนซ์นิวส์ในเดือนสิงหาคมระบุว่า พิสัยยิงที่เชื่อกันว่าไกลอย่างน้อย 193 กิโลเมตรนั้น “เหนือกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับขีปนาวุธเอไอเอ็ม-120 ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางขั้นสูง ขีปนาวุธดังกล่าวจะเสริมขีดความสามารถด้านขีปนาวุธอากาศสู่อากาศและขีปนาวุธภาคพื้นดินที่มีอยู่ในกองทัพออสเตรเลีย และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันของออสเตรเลียกับสหรัฐฯ รัฐบาลออสเตรเลียระบุในข่าวประชาสัมพันธ์

— เรื่องราวดำเนินต่อด้านล่าง —

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ประเทศของคุณจะสามารถร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความมั่นคงทางทะเลของตนได้อย่างไร?

ขีปนาวุธดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องยุทโธปกรณ์ เช่น เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงและอากาศยานเฝ้าตรวจที่ปฏิบัติการอยู่ลึกเข้าไปในน่านฟ้าที่มีข้อพิพาท ตามรายงานของเว็บไซต์ยูเรเชียนไทมส์ในเดือนสิงหาคม ขีปนาวุธดังกล่าวยังได้รับการพัฒนาเพื่อรับมือกับอากาศยานล่องหนและปฏิบัติการในพื้นที่พิพาทที่มีการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนัก นักวิเคราะห์ระบุ

ผู้นำออสเตรเลียกล่าวถึงการขยายกำลังทหารอย่างรวดเร็วของรัฐบาลจีน การดำเนินการเชิงบีบบังคับในข้อพิพาทด้านดินแดน การสกัดกั้นเรือและอากาศยานที่เป็นอันตราย และอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในทะเลจีนใต้และน่านน้ำโดยรอบออสเตรเลียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“การลงทุนครั้งนี้จะมอบขีดความสามารถที่ทันสมัยที่สุดให้แก่กองกำลังป้องกันประเทศออสเตรเลียในการตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคาม และรักษาความปลอดภัยให้แก่ชาวออสเตรเลีย” นายแพต คอนรอย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย กล่าว

การจัดซื้อดังกล่าวต่อยอดจากความพยายามก่อนหน้านี้เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพออสเตรเลีย “มีขีดความสามารถ มีอุปกรณ์พร้อม และมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์เชิงยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย” รัฐบาลระบุ การจัดซื้อดังกล่าวเป็นการสานต่อแนวโน้มที่ออสเตรเลียเป็นผู้จัดซื้อระบบกลาโหมขั้นสูงของสหรัฐฯ ในระดับนานาชาติรายแรก ๆ หรือเป็นผู้จัดซื้อแต่เพียงรายเดียว ตามรายงานของเว็บไซต์ยูเรเชียนไทมส์ เช่น ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่จัดซื้อซูเปอร์ฮอร์เน็ต เป็นลูกค้าส่งออกเพียงรายเดียวของอีเอ-18จี โกรว์เลอร์ และเป็นประเทศที่สองรองจากสหราชอาณาจักรที่จัดซื้อขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ยูเรเชียนไทมส์

ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศแห่งชาติและโครงการลงทุนแบบบูรณาการ พ.ศ. 2569 ของรัฐบาลออสเตรเลียเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธที่สามารถตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามได้ “ขีปนาวุธร่วมยุทธวิธีขั้นสูง เอไอเอ็ม-260 เป็นหนึ่งในอาวุธอากาศสู่อากาศที่มีความซับซ้อนมากที่สุดในโลก” นายคอนรอยกล่าว “และออสเตรเลียจะเป็นประเทศแรกที่นำอาวุธดังกล่าวไปใช้งานนอกสหรัฐฯ”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted

บทความที่เกี่ยวข้อง

Back to top button
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x