ความขัดแย้ง/ความตึงเครียดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเผยแพร่เรื่องราวเท็จเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวมิติ

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

คำกล่าวอ้างเท็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่าสหรัฐอเมริกากำลังพัฒนาอาวุธชีวภาพ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหลักของศึกบิดเบือนข้อมูลเพื่อใส่ร้ายสหรัฐฯ กับพันธมิตรและหุ้นส่วน ในการกุเรื่องคำกล่าวอ้างดังกล่าวนั้น สาธารณรัฐประชาชนจีนจงใจเพิกเฉยต่องานวิจัยด้านชาติพันธุ์ของตนเองที่เกี่ยวข้องกับชาวโรมานีและชนกลุ่มน้อยชาวสลาฟ

อันที่จริง มีเพียงห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เท่านั้นที่มุ่งเน้นการระบุตัวตนของเศษชิ้นส่วนร่างกายที่หลงเหลือของเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตหรือสูญหายในการปฏิบัติหน้าที่

ในขณะเดียวกัน จีนได้เผยแพร่เนื้อหาอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและการวิจัยดีเอ็นเอของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมาก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ชาวเติร์กอื่น ๆ ข้อมูลการวิเคราะห์ของนักวิจัยชาวเบลเยียมระบุว่า ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2561 มีการวิจัยทางพันธุศาสตร์ด้านนิติเวชของประชากร โดยมากกว่าร้อยละ 20 ในสาธารณรัฐประชาชนจีนมุ่งเน้นไปที่ชาวอุยกูร์ แม้ว่าชาติพันธุ์ชาวมุสลิมกลุ่มนี้จะมีเพียงประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมดก็ตามที จากรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566

จีนได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงการกักขังโดยพลการ การบังคับใช้แรงงาน การประหัตประหารทางศาสนา การกีดกันทางการเมือง การทรมาน และการบังคับให้ทำการคุมกำเนิด หน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เก็บรวบรวมสารพันธุกรรมจากชาวอุยกูร์หลายล้านคน และใช้เทคโนโลยีชีวมิติเป็นประจำเพื่อติดตามตัวบุคคล ด้วยข้อมูลนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าเพื่อจัดเรียงข้อมูลบุคคลได้ตามลักษณะชาติพันธุ์ และใช้ดีเอ็นเอเพื่อยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นชาวอุยกูร์หรือชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ หรือไม่

ใน พ.ศ. 2560 จีนได้เริ่มดำเนินโครงการหนึ่งที่มุ่งเป้าไปที่ชายอุยกูร์ ซึ่งมีชื่อโครงการว่า “การตรวจร่างกายสำหรับทุกคน” ซึ่งเป็นโครงการการดูแลทางการแพทย์ให้กับประชาชนในซินเจียง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีชาวอุยกูร์อาศัยอยู่มากที่สุด ประชาชนอายุตั้งแต่ 12 ถึง 65 ปีจำเป็นต้องให้ตัวอย่างดีเอ็นเอ และเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อบันทึกหมู่เลือด ลายนิ้วมือ กราฟแสดงลักษณะเสียงพูด และลายม่านตา ตามข้อมูลจากฮิวแมนไรท์วอทช์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรนานาชาติ งานวิจัยที่อิงจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาด้วยวิธีนี้และโครงการเก็บรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ได้มุ่งเน้นไปที่ความแตกต่างทางพันธุกรรม เช่น สัณฐานวิทยาของใบหน้า ความสูง และลักษณะอื่น ๆ ในหมู่และภายในกลุ่มชาติพันธุ์ จีนใช้ข้อมูลนี้เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการเฝ้าระวังของตนเอง รวมถึงการจัดทำข้อมูลตามหมวดหมู่ทางพันธุกรรมและการจดจำใบหน้า มีบทความที่เผยแพร่ไปแล้วหลายบทความถูกถอดออกในภายหลัง เนื่องจากเกิดข้อกังวลว่างานวิจัยนั้นเป็นการสมรู้ร่วมคิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชนและนักวิจัยไม่ได้รับความยินยอมตามกฎหมายจากผู้เข้าร่วม ตามรายงานของเรดิโอฟรีเอเชีย

“เมื่อคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมที่มีการบีบบังคับขู่เข็ญ สำหรับชาวอุยกูร์แล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะปฏิเสธ” นางเมยา หวัง รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวกับเดอะการ์เดียนในช่วงปลาย พ.ศ. 2566

ผู้จัดทำงานวิจัยหลายฉบับที่ถูกถอดถอนหรือถูกเรียกร้อง ประกอบด้วยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตลอดจนหน่วยงานตำรวจ สถาบัน และแผนกนิติวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยจีนหลายแห่ง

จีนกำลังพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีที่กำหนดเป้าหมายไปที่บุคคลเพื่อทำให้บุคคลกลมกลืนกับสังคมหรือกำจัดออกจากกลุ่มประชากรทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่น กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้เรียกนโยบายลักษณะดังกล่าวว่า การกวาดล้างชาติพันธุ์หรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมดีเอ็นเอของจีนไม่ได้ตีกรอบว่าต้องพยายามที่จะควบคุมประชากรของประเทศเท่านั้น บีจีไอกรุ๊ป ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริการะบุว่าเป็นบริษัททางทหารของจีน ได้ดำเนินการห้องปฏิบัติการทางพันธุกรรมแบบเคลื่อนที่ในมากกว่า 20 ประเทศทั่วทั้ง 4 ทวีป ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2566

ข้อมูลทางพันธุกรรมที่รวบรวมจากห้องปฏิบัติการไฟร์อาย รวมถึงที่อยู่ในสหรัฐฯ นี้จะถูกส่งไปยังธนาคารยีนแห่งชาติของจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกที่รัฐบาลจีนกำกับดูแลเพื่อให้ได้ข้อมูลดีเอ็นเอของมนุษย์ จากการถ่ายโอนข้อมูลดีเอ็นเอดังกล่าวและความสัมพันธ์ของบีจีไอกรุ๊ปกับกองทัพปลดปล่อยประชาชน รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผลักดันให้มีการสั่งห้ามบีจีไอกรุ๊ปไม่ให้ทำธุรกิจในสหรัฐฯ เนื่องด้วยข้อกังวลว่าอาจมีการนำข้อมูลไปใช้เพื่อการพัฒนาอาวุธชีวภาพที่กำหนดเป้าหมายไปที่กลุ่มชาติพันธุ์เฉพาะ หรือเพื่อเร่งรัดการวิจัยที่จะพัฒนาความสามารถทางกายภาพของกองกำลัง ตามรายงานของเอ็นบีซีนิวส์

บีจีไอกรุ๊ปยังถูกกล่าวหาว่าใช้การตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ก่อนคลอดของตนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางพันธุกรรมจากประชากรทั่วโลก ตามรายงานของรอยเตอร์ ดีเอ็นเอที่เก็บรวบรวมจากนอกประเทศจีนได้รับการจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลยีนแบบรวมศูนย์ของจีน

แม้ว่างานวิจัยดังกล่าวจะสามารถทำให้เกิดความก้าวหน้าในการช่วยชีวิตได้ แต่หากนำไปใช้ร่วมกับเทคโนโลยีชีวภาพบางอย่างและไม่ดำเนินการภายใต้หลักปฏิบัติทางจริยธรรมแล้ว อาจก่อให้เกิดการใช้งานที่ร้ายแรงได้ ในขณะที่จีนยังคงดำเนินโครงการบิดเบือนข้อมูลต่อไป การพิจารณาถึงสาเหตุที่จีนพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของโลกก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button