ความมุ่งมั่น ความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือ

ความมุ่งมั่น ความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือ

ผู้นำกลาโหมสหรัฐฯ แบ่งปันบทบาททางทหารในยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของประเทศ

นายลอยด์ ออสติน/กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวคำปราศรัยนี้ขณะเยือนสิงคโปร์ในช่วงปลาย เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ในการเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจุดแวะพักที่ฟิลิปปินส์และเวียดนาม
การเดินทางเยือนครั้งนี้นับเป็นการแสดงอย่างชัดแจ้งถึงบทบาทของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในยุทธศาสตร์อินโด แปซิฟิกภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก

ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้มาเยือนสิงคโปร์และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการบรรยายฟูลเลอร์ตันครั้งที่ 40 สถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศได้ดำเนินงานที่สำคัญในการยกระดับการเจรจาของเราเกี่ยวกับอินโดแปซิฟิก ขณะนี้ เรากำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เรากำลังร่วมมือกับพันธมิตรของเราเพื่อให้ทุกคนรอดพ้นจากการระบาดใหญ่อย่างแข็งแกร่งกว่าที่เคย

ผมมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ แต่ยังคงยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของสหรัฐฯ เช่นเดิม เหนือสิ่งอื่นใด ผมต้องการพูดคุยเรื่องความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ของความร่วมมือ

ผมได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญตลอดช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมาในฐานะทหาร ทั้งในยามสงบและสงคราม กล่าวคือ ไม่มีใครเผชิญความท้าทายได้เพียงลำพัง หรือหากได้ก็ไม่นานนัก เมื่อเราร่วมมือกันและไม่แตกแยก เราจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและทำงานร่วมกันได้ยาวนานยิ่งกว่า สหรัฐอเมริกาและภูมิภาคนี้จะมีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น หากเราร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรและหุ้นส่วน

เรือฟริเกตพิฆาต อาร์เอสเอส อินเทรพิด (ด้านหน้า) ของกองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ และเรือลาดตระเวนติดตั้งจรวดนำวิถี ยูเอสเอส ไชโลห์ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ล่องไปพร้อมกันขณะปฏิบัติการในทะเลจีนใต้ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 พลฯ ออสวอลด์ เฟลิกซ์ เจอาร์./กองทัพเรือสหรัฐฯ

เราเผชิญความท้าทายมากมายในภูมิภาคนี้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินการร่วมกันกับมิตรของเรา มีภัยคุกคามข้ามชาติ เช่น การแพร่ระบาดใหญ่และภัยคุกคามความอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบีบบังคับจากมหาอำนาจที่เพิ่มขึ้น อันตรายจากนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ การต่อต้านการกดขี่ภายในประเทศ เช่น เมียนมาร์ ตลอดจนเหล่าผู้นำที่ละเลยหลักนิติธรรมและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ เราจะเผชิญความท้าทายเหล่านั้นด้วยกัน

ผมเดินทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของอเมริกากับพันธมิตร และหุ้นส่วนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อสร้างความมั่นคงร่วมในภูมิภาค เครือข่ายพันธมิตรและมิตรภาพของเราเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่เหนือชั้น ผมไม่เคยมองข้ามคุณค่าของพันธมิตรเลย หากร่วมมือกัน ภูมิภาคนี้สามารถฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่และก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม พร้อมความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศตามกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งหมายถึงปลอดภัยมากขึ้น มั่นคงมากขึ้น เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น และเปิดกว้างมากขึ้น

เราภูมิใจที่ได้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของทั้งสองฝ่ายที่มีมายาวนานว่าความร่วมมือของเรามีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาของความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทุกประเทศล้วนได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 และยังคงได้รับความสูญเสียอย่างสาหัส

แต่อินโดแปซิฟิกเคยรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่นานนี้แสดงให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ร้ายแรงและความพยายามที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เราได้เผชิญวิกฤตการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่ช่วงภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงความโหดร้ายของสงครามเย็น และความตื่นตระหนกจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 ตลอดจนการทำลายล้างของสึนามิใน พ.ศ. 2547 อย่างไรก็ตาม ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญหลายครั้ง ประเทศในอินโดแปซิฟิกต่างเพิกเฉยต่อการชักจูงให้นึกถึงแต่ตนเอง อีกทั้งยังสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและภูมิภาคที่ครอบคลุม ปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบัน ท่ามกลางโรคระบาดใหญ่ที่โหดร้ายนี้ นับเป็นอีกครั้งที่เรายืนหยัดร่วมกันและเผชิญกับทางเลือกระหว่างพลังของการเป็นพันธมิตรและอันตรายจากการแบ่งแยก ผมมั่นใจว่าอินโดแปซิฟิกจะพร้อมกลับมาเผชิญความท้าทายและเอาชนะได้อีกครั้งด้วยความพยายามร่วมกันของเรา และอเมริกาจะอยู่เคียงข้างคุณอย่างเพื่อนเก่าเช่นเคย

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เราไม่คิดว่าเป้าหมายหลักจะเป็นเพียงการทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีดังเดิม แต่เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อ “ฟื้นฟูให้ดียิ่งกว่าเดิม” ตามที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าว คำถามหลักสำหรับเราทุกคนคือ เราจะร่วมมือกันฟื้นฟูและบูรณะได้อย่างไร และเราจะร่วมมือกันสร้างความสงบเรียบร้อยในภูมิภาคที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้นได้อย่างไร เราคิดว่าคำตอบนั้นเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ 3 ประการ และทั้งหมดล้วนมีรากฐานมาจากความจำเป็นด้านความร่วมมือ

พลฯ ตรุง เหงียน จากนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ผู้ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมโกลเดนฟอลคอนส์ ของฝูงบินรบด้วยเฮลิคอปเตอร์ทางทะเลที่ 12 ส่งสัญญาณให้เฮลิคอปเตอร์ เอ็มเอช-60เอส ซีฮอว์ก ลงจอดบนดาดฟ้าของเรือบรรทุกอากาศยาน ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 จ.อ. ซาแมนธา เจ็ทเซอร์/กองทัพเรือสหรัฐฯ

ประการแรก ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดคือการฟื้นฟู เราต้องต่อสู้กับโควิดมากขึ้นเป็นเท่าตัวและสร้างอนาคตที่ปลอดภัย มีสุขภาพดี และเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น

ประการที่สอง เราต้องวางแผนและลงทุนในความร่วมมือ ขีดความสามารถ และวิสัยทัศน์ในการป้องปราม ซึ่งจะตอบสนองต่อความท้าทายด้านความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วทั้งภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

ประการที่สาม เราต้องยอมรับโครงการใหญ่ในระยะยาวสำหรับการเชื่อมโยงระหว่างกันของประเทศต่าง ๆ ในแปซิฟิก เพื่อเสริมสร้างภูมิภาคที่เสรีและเปิดกว้าง ซึ่งขยายไปสู่ขอบเขตใหม่ด้านความร่วมมือ ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้า

ผมขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบ 3 ประการนี้

ประการแรก การฟื้นฟู เราต้องให้ความสำคัญกับหลักการพื้นฐาน ได้แก่ การทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตโควิดและเพื่อฟื้นฟูพลวัตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค การแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นการเตือนให้รู้ว่า โลกของเราเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งมากเพียงใด ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเกิดภัยคุกคามต่อสุขภาพโลกขึ้นที่ใด ก็ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในทุก ๆ ที่

แต่การฟื้นฟูระดับโลกจำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนทั่วโลก เรากำลังเร่งจัดหาวัคซีนเพื่อช่วยชีวิตคนจำนวนมากให้แก่ภูมิภาคนี้ ประธานาธิบดีไบเดนมุ่งมั่นที่จะส่งมอบวัคซีนมากกว่า 500 ล้านเข็ม (ภายหลังเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 พันล้านเข็ม) ทั่วโลกในปีหน้า และอินโดแปซิฟิกถือเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญสูงสุด เราจะพยายามต่อไปเพื่อยุติโรคระบาดนี้ เพื่อทุกคนทั่วโลก เราเฝ้ามองด้วยความชื่นชมขณะที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาคร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโรคระบาด

เมื่ออินเดียเพลี่ยงพล้ำต่อโรคระบาด พันธมิตรของอินเดียก็ก้าวเข้ามาช่วยเหลือ เราขอแสดงความนับถือสิงคโปร์ที่มอบความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยส่งเครื่องบินบรรทุกสินค้า ซี-130เอส จำนวน 2 ลำเข้าไปยังพื้นที่ พร้อมบรรทุกออกซิเจนจำนวน 250 ถัง และสิงคโปร์มีโรงงานผลิตวัคซีนใหม่ 3 แห่งที่วางแผนเอาไว้หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยให้มีการกระจายวัคซีนทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างรวดเร็วขึ้นในวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในขณะเดียวกัน โครงการริเริ่มวัคซีนของควอด ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา มุ่งมั่นที่จะผลิตและส่งมอบวัคซีนจำนวนกว่า 1 พันล้านโดสแก่ภูมิภาคอินโดแปซิฟิก นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีเป้าหมายที่จะผลิตวัคซีนให้ได้ 1 พันล้านโดสภายในปีนี้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ เกาหลีใต้และสหรัฐฯ จึงได้จัดตั้งความร่วมมือด้านวัคซีนโลกที่ครอบคลุมเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือ

การแพร่ระบาดใหญ่ยังคงรุนแรง หนทางสู่การฟื้นฟูยังอีกยาวไกล ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความมีมนุษยธรรมร่วมกันของเรา สิ่งนี้นำผมไปสู่ประการที่ 2 ซึ่งการทำงานเป็นทีมของเราสามารถสร้างภูมิภาคที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้ นั่นคือ การร่วมมือกันเพื่อจัดการกับความท้าทายในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิภาคที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สูงสุดสำหรับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ตอนนี้ ประธานาธิบดีไบเดนได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำด้านการทูต และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะคอยแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นใจว่านักการทูตของสหรัฐฯ สามารถช่วยป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ปะทุขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ว่าการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมย่อมดีกว่าเสมอ

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเวียดนามให้การต้อนรับนายออสติน (ซ้าย) สู่กรุงฮานอยเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ชาด เจ. แมคนีลีย์/กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

การป้องปรามยังคงเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงแห่งอเมริกา นับเป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้วที่เรายังคงรักษาขีดความสามารถ บทบาท และความสัมพันธ์ที่จำเป็นในการปัดเป่าความขัดแย้งและรักษาเสถียรภาพอันเป็นหัวใจสำคัญของความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของเรา ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่และเทคโนโลยีล้ำสมัยกำลังเปลี่ยนลักษณะและความเร็วของการทำสงคราม เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 ที่ผมเรียกว่า “การป้องปรามแบบบูรณาการ”

การป้องปรามแบบบูรณาการ หมายถึง การใช้เครื่องมือทางทหารและที่ไม่เกี่ยวกับทางทหารทั้งหมดจากที่มีอยู่อย่างรัดกุม โดยร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา การป้องปรามแบบบูรณาการมีความเกี่ยวข้องกับการใช้ขีดความสามารถที่มีอยู่เดิมและเสริมสร้างขีดความสามารถใหม่ ตลอดจนปรับใช้ขีดความสามารถดังกล่าวในวิธีการใหม่ ๆ และเชื่อมกันเป็นเครือข่าย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการปรับให้เข้ากับภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยของภูมิภาค และในความร่วมมือกับพันธมิตรที่เพิ่มขึ้น เมื่อร่วมมือกัน เรามุ่งหวังที่จะประสานงานให้ดีขึ้นเพื่อสร้างเครือข่าย
ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้นอีกด้วย เรากำลังดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรามีขีดความสามารถ ศักยภาพ และข้อมูลที่จำเป็น

เรากำลังยกระดับการป้องปราม ความพร้อมรับมือ และการทำงานเป็นทีมในพื้นที่ไซเบอร์และอวกาศ โดยร่วมกับพันธมิตรของเรา

เรากำลังทำงานร่วมกับประเทศเจ้าภาพของเราในสิงคโปร์เพื่อก้าวเข้าสู่ขั้นใหม่ของความร่วมมือด้านการป้องกันทางไซเบอร์ เราร่วมมือกับญี่ปุ่นในการปรับใช้เซ็นเซอร์ใหม่ในอวกาศเพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่อาจเป็นภัยคุกคามได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อสำรวจโอกาสที่คล้ายคลึงกันร่วมกับพันธมิตรรายอื่น ๆ

ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สิงคโปร์เลือกที่จะลงทุนในเครื่องบินขับไล่จู่โจมร่วม เอฟ-35 ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถร่วมกันของเราและเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการฝึกอบรมร่วมกันในระดับสูง

นอกจากนี้ การป้องปรามแบบบูรณาการยังหมายถึงการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนเพื่อยับยั้งการบีบบังคับและการรุกรานในบริเวณที่เกิดความขัดแย้ง รวมถึงในพื้นที่ที่เรียกว่า พื้นที่สีเทา ซึ่งสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราพยายามเสริมสร้างขีดความสามารถภายในประเทศและความตระหนักในเรื่องขอบเขตทางทะเล เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ปกป้องอธิปไตยของตนได้ดีขึ้น ตลอดจนปกป้องสิทธิในการทำการประมงและแหล่งพลังงานที่ได้รับอนุญาตจากกฎหมายระหว่างประเทศ

ในขณะเดียวกัน เรากำลังพัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกันทั่วทั้งเครือข่ายความมั่นคงของเรา ซึ่งรวมถึงการฝึกซ้อมและการฝึกอบรมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น ในญี่ปุ่น เราได้จัดการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ที่ท้าทายขีดจำกัดเมื่อไม่นานมานี้ โดยกองทัพสหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันดำเนินการยิงจรวดหลายลำกล้องได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้จัดการฝึกซ้อมที่มีชื่อว่าแปซิฟิกแวนการ์ดและทาลิสมันเซเบอร์ร่วมกับออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ณ บริเวณนอกชายฝั่งออสเตรเลีย ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเราในปฏิบัติการทางทะเลขั้นสูงแบบบูรณาการร่วมกับพันธมิตรของเรา

นายออสติน (ซ้าย) พบปะกับนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ณ กรุงมะนิลา เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 เพื่อหารือเรื่องความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ชาด เจ. แมคนีลีย์/กระทรวง กลาโหมสหรัฐฯ

ผมรู้สึกมีกำลังใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพันธมิตรของเราเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างกัน ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือต่าง ๆ ที่ช่วยป้องกันการรุกราน ในขณะเดียวกัน เราทำงานร่วมกับไต้หวันเพื่อยกระดับขีดความสามารถของไต้หวันและเพิ่มความพร้อมในการยับยั้งภัยคุกคามและการบีบบังคับ โดยยึดถือคำมั่นสัญญาภายใต้กฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวันและสอดคล้องกับนโยบายจีนเดียวของเรา

ขณะเดียวกัน เรายังดำเนินการเพื่อยกระดับบทบาทร่วมในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกร่วมกับหุ้นส่วนและพันธมิตรที่ใกล้ชิดอื่น ๆ อีกด้วย เราได้นำการเคลื่อนกองกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งประวัติศาสตร์ของอังกฤษมาปรับใช้กับมหาสมุทรแปซิฟิก เรือบรรทุกเครื่องบิน เอชเอ็มเอส ควีน อลิซาเบธ กำลังล่องผ่านภูมิภาคนี้ในฐานะเรือธงของกองเรือบรรทุกเครื่องบินข้ามทวีป ซึ่งรวมถึงเรือพิฆาตของสหรัฐฯ และฝูงบินเอฟ-35 ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ

ทั้งหมดนี้นำไปสู่องค์ประกอบสุดท้ายที่จะช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าด้วยกันสู่อนาคตที่คู่ควรกับภูมิภาคนี้ ผมกล่าวในฐานะตัวแทนของประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่มีผลประโยชน์สำคัญ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือที่ดีที่สุดจากภูมิภาคที่มั่นคง เปิดกว้าง และเจริญรุ่งเรือง ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของเราสามารถผลักดันเราทุกคนให้เข้าใกล้จุดมุ่งหมายของโครงการร่วมครั้งประวัติศาสตร์ของอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างได้อย่างสันติ โดยมีความสงบเรียบร้อยระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งประเทศต่าง ๆ สามารถแก้ไขข้อพิพาทอย่างเป็นมิตรและรักษาสิทธิทั้งหมดของพลเมืองของตนได้

เพื่อทำให้วันนั้นมาถึงเร็วขึ้น เรากำลังทำงานผ่านพันธมิตรเก่าและความร่วมมือครั้งใหม่ ตลอดจนผ่านช่องทางระดับภูมิภาคและพหุภาคี ตั้งแต่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ไปจนถึงควอด ตลอดจนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

เราพยายามสร้างพื้นที่สำหรับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกมาอย่างยาวนานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดและปกป้องสิทธิพลเมืองของตน ความพยายามร่วมกันกับพันธมิตรของเราเหล่านี้ไม่ได้อาศัยเพียงผลประโยชน์ทับซ้อนเท่านั้น ความพยายามดังกล่าวดึงเอาความแข็งแกร่งจากหลักการทั่วไป ซึ่งหมายถึงความเชื่ออย่างลึกซึ้งว่าประเทศต่าง ๆ ต้องคงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยและมีอิสระในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง ความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งต่อความโปร่งใส การไม่แบ่งแยกและหลักนิติธรรม การอุทิศตนเพื่อเสรีภาพในท้องทะเล การอุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การยึดมั่นในคำมั่นสัญญาระหว่างประเทศที่สำคัญ และการยืนกรานในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ทว่าภูมิภาคนี้ได้เผชิญกับการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับหลักการร่วมกันเหล่านั้น

การอ้างสิทธิ์ของรัฐบาลจีนต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ การยืนยันสิทธิ์ดังกล่าวถือเป็นการเหยียบย่ำอำนาจอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแห่งนี้ เราเดินหน้าสนับสนุนประเทศชายฝั่งของภูมิภาคนี้ในการรักษาสิทธิของตนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เรายังคงยึดมั่นในข้อผูกพันของสนธิสัญญาที่ร่วมลงนามกับญี่ปุ่นในหมู่เกาะเซ็งกะกุ และฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้

น่าเสียดายที่ความไม่เต็มใจของรัฐบาลจีนในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติและเคารพหลักนิติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะข้อพิพาททางทะเลเท่านั้น เรายังได้เห็นการรุกรานอินเดีย การทำลายเสถียรภาพของกิจกรรมทางทหารและการบีบบังคับในรูปแบบอื่น ๆ
ต่อประชาชนไต้หวัน การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่กระทำต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง ปัจจุบัน ความแตกต่างและข้อพิพาทเหล่านี้มีอยู่จริง แต่วิธีที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้มีความสำคัญ เราจะสู้ไม่ถอยหากผลประโยชน์ของเราถูกคุกคาม แต่เราจะไม่แสวงหาการเผชิญหน้า

ครูผู้สอนทำการฝึกซ้อมนักเรียนจากบาฮามาส มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ที่โรงเรียนการสอนหัตถกรรมขนาดเล็กและฝึกอบรมทางเทคนิคของกองทัพเรือของหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ในมลรัฐมิสซิสซิปปี เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 ไมเคิล วิลเลียมส์/กองทัพเรือสหรัฐฯ

ผมขอชี้แจงว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมมีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงกับจีน ซึ่งรวมถึงการสื่อสารในภาวะวิกฤตที่เข้มแข็งขึ้นกับกองทัพปลดปล่อยประชาชน มหาอำนาจควรเป็นแบบอย่างด้านความโปร่งใสและการสื่อสาร เราหวังว่าเราจะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลจีนในเรื่องความท้าทายที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันกัน ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่ภูมิรัฐศาสตร์ ตามที่นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ให้คำแนะนำว่า เราไม่ได้ขอให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้เลือกระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน อันที่จริงแล้ว ความร่วมมือต่าง ๆ ของเราในภูมิภาคนี้เก่าแก่กว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนเสียอีก

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราขยายความพยายามที่สำคัญของเรากับประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและอาเซียน ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่ช่วยให้ภูมิภาคนี้ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและสร้างความร่วมมือที่จริงใจต่อกันมากยิ่งขึ้น

ผมจะกล่าวเป็นการส่วนตัวว่าผมภูมิใจที่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งคนก่อน ๆ และตัวผมเองได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของอาเซียนทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมด้านความมั่นคงของภูมิภาคมากยิ่งขึ้น อาเซียนยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเป็นผู้นำในประเด็นที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคอีกด้วย เราขอชื่นชมอาเซียนสำหรับความพยายามในการยุติความรุนแรงที่น่าหดหู่ในเมียนมาร์ การที่กองทัพเมียนมาร์ปฏิเสธที่จะเคารพสิทธิที่ไม่อาจเพิกถอนได้และปกป้องความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวพม่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด กองทัพมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ไม่ใช่กระทำในสิ่งตรงกันข้าม เราขอเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาร์ปฏิบัติตามในฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนและเสริมสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

เนื่องจากอาเซียนมีบทบาทสำคัญ เราจึงมุ่งเน้นไปที่กลไกเสริมในภูมิภาคนี้อีกด้วย ผมทราบว่าประธานาธิบดีไบเดนมีความยินดีเพียงใดที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำควอดเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 โครงสร้างต่าง ๆ เช่น ควอด ทำให้สถาปัตยกรรมด้านความมั่นคงของภูมิภาคมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังได้รับบทบาทผู้นำอีกครั้งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงการบังคับใช้มติที่สำคัญเกี่ยวกับอันตรายจากนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี เราใช้แนวทางปฏิบัติที่ได้รับการตรวจสอบและนำไปใช้ได้จริง ซึ่งเปิดโอกาสทางการทูตกับเกาหลีเหนือ แต่ในขณะเดียวกันเรายังคงรักษาความพร้อมในการยับยั้งการรุกรานและยึดมั่นในพันธสัญญาของสนธิสัญญา ตลอดจนเจตจำนงของคณะมนตรีความมั่นคง

การเป็นหุ้นส่วนของเราดึงจุดแข็งจากความเชื่อที่มีร่วมกันเรื่องการเปิดกว้าง ตลอดจนความเชื่อที่ว่าประชาชนจะใช้ชีวิตได้ดีที่สุดเมื่อเขาได้ปกครองตนเอง ตอนนี้ ค่านิยมประชาธิปไตยของเราไม่ได้เข้าถึงได้ง่ายเสมอไป และสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้มีค่านิยมประชาธิปไตยที่ถูกต้องเสมอไป เราได้เห็นความผิดพลาดที่น่าเจ็บปวดบางประการ เช่น การเลือกปฏิบัติที่ยอมรับไม่ได้และผิดวิสัยอเมริกันอย่างชัดเจน ซึ่งชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิกบางรายต้องเผชิญในประเทศของผมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ผมเชื่อว่าเราจะเป็นคนที่ดีกว่านั้นได้ ดีกว่านั้นมาก แต่ทั้งนี้ เราไม่ได้พยายามซ่อนเร้นความผิดพลาดของเรา เมื่อประชาธิปไตยหยุดชะงักลง ทุกคนจะสังเกตเห็นและได้ยิน ปัญหาดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดให้เห็นโดยทั่วกัน และสหรัฐฯ มิได้พยายามปกปิดแต่อย่างใด

การเปิดกว้างของเราทำให้เรามีทักษะในการปรับปรุงตนเอง และมุ่งมั่นสู่ความเป็นหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เมื่อเราล้มเหลวหรือหลงลืมสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ เราก็ยังมีประวัติที่ดีในการยอมรับผิดและพยายามปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แม้ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย ประชาธิปไตยของเราเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการฟื้นฟู เราได้เริ่มดำเนินโครงการที่มีความมุ่งมั่นเพื่อ “ฟื้นฟูให้กลับมาดียิ่งขึ้น” หลังจากการแพร่ระบาด ประธานาธิบดีไบเดนมักกล่าวกับผู้นำโลกที่พบปะว่า “การเดิมพันว่าอเมริกาจะเป็นฝ่ายล้มเหลวไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”

สิ่งที่เชื่อมโยงทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันคือความเข้าใจง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว นั่นคือ หากเราร่วมมือกับพันธมิตรของเรา เราจะแข็งแกร่งและมั่นคงมากกว่าที่เราทำโดยลำพัง และนั่นคือสิ่งที่ชี้นำแนวทางปฎิบัติของผมไปยังภูมิภาคที่สำคัญที่สุดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พันธมิตรของเราเป็นแหล่งกำเนิดของความแข็งแกร่งและความมั่นคงที่ไม่มีใครเทียบได้ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านในอินโดแปซิฟิก เราเชื่อว่าศักราชใหม่ของเรื่องราวในภูมิภาคนี้จะเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ ดังที่ประธานาธิบดีไบเดนชอบกล่าวว่า เป็นช่วงเวลาที่ความหวังเป็นหนึ่งเดียวกับความจริง

เรายืนหยัดร่วมกับคุณในฐานะพันธมิตร หุ้นส่วน และมิตรสหายของคุณ เพราะเรารู้ว่าไม่มีประเทศใดสามารถทำได้โดยลำพัง เรามั่นใจว่าเราจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีและสดใสให้แก่ลูกหลานของเราได้หากร่วมมือกัน

คำปราศรัยของนายออสตินฉบับนี้มีการเรียบเรียงเนื้อหาเพื่อให้เหมาะสมกับการนำเสนอของ ฟอรัม

หุ้น