• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การฝึกบาลิกาตัน พ.ศ. 2565 แสดงให้เห็นขีดความสามารถของบอลลูนในชั้นบรรยากาศเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล
การฝึกบาลิกาตัน พ.ศ. 2565 แสดงให้เห็นขีดความสามารถของบอลลูนในชั้นบรรยากาศเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล

การฝึกบาลิกาตัน พ.ศ. 2565 แสดงให้เห็นขีดความสามารถของบอลลูนในชั้นบรรยากาศเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

กองทัพฟิลิปปินส์และกองทัพสหรัฐอเมริกาใช้บอลลูนในชั้นบรรยากาศเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ทางทะเลร่วมกันระหว่างการฝึกบาลิกาตัน พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมทวิภาคีขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกองกำลังร่วมทั้งสองฝ่ายและจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 8 เมษายน พ.ศ. 2565 ในฟิลิปปินส์

เหล่าทหารแบ่งปันข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากบอลลูนเพื่อระบุและบรรเทาภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นและปรับความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ใช้ปฏิบัติการระหว่างการฝึกบาลิกาตัน ซึ่งหมายถึง “เคียงบ่าเคียงไหล่” ในภาษาตากาล็อก บุคลากรของกองทัพอากาศ กองทัพบก นาวิกโยธิน และกองทัพเรือประมาณ 9,000 คนจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมการฝึกซ้อมประจำปีนี้พร้อมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของออสเตรเลีย 45 คน (ภาพ: ทหารฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ เตรียมปล่อยระบบบอลลูนในชั้นบรรยากาศที่ค่ายฟอร์ตแม็กไซไซในลูซอนกลาง ระหว่างการฝึกบาลิกาตัน พ.ศ. 2565)

บอลลูนดังกล่าวทำให้กองกำลังร่วมมีช่องทางที่ล้ำสมัยสำหรับการเฝ้าระวังข้ามพื้นที่ในวงกว้าง เทคโนโลยีบอลลูนในชั้นบรรยากาศที่ทันสมัยให้ความเป็นไปได้ในการป้องกัน เช่น การสร้างกลุ่มดาวทางอากาศล่องหนเพื่อส่งข้อมูล รวมถึงวิดีโอการเฝ้าระวัง และเพิ่มขีดความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์

การใช้บอลลูนในปฏิบัติการทางทหารเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 คณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะแห่งฝรั่งเศสจัดตั้งกองกำลังทางอากาศใน พ.ศ. 2337 เพื่อใช้บอลลูนลมร้อนสำหรับการลาดตระเวนในช่วงสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส ตามการรายงานของเว็บไซต์สำนักงานการอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกาตั้งแต่ พ.ศ. 2404 ถึง พ.ศ. 2408 มีการใช้บอลลูนเพื่อการเฝ้าระวังและวัตถุประสงค์ทางทหารอื่น ๆ เช่น การยิงปืนใหญ่ใส่ตำแหน่งที่ตั้งของศัตรู เว็บไซต์ดังกล่าวระบุ หน่วยปฏิบัติการขึ้นบอลลูน ซึ่งมักจะผูกติดกับพื้น ไปยังระดับความสูงประมาณ 305 เมตรและใช้ธงสัญญาณหรือโทรเลขเพื่อส่งข้อมูลไปยังกองกำลังด้านล่าง เว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า บอลลูนที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีก๊าซไฮโดรเจนมากถึง 906 ลูกบาศก์เมตร สามารถบรรทุกคนได้มากถึง 5 คน

ในช่วงการฝึกบาลิกาตัน หน่วยปฏิบัติการฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ได้ทดสอบและฝึกด้วยบอลลูนในชั้นบรรยากาศโดยไม่มีคนขับเพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายกันแต่อยู่ที่ระดับความสูง 15,000 – 21,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และสูงกว่าระดับความสูงทำการของสายการบินพาณิชย์

การขึ้นบินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบอลลูนสามารถสนับสนุนการตระหนักรู้ทางทะเลและมีส่วนช่วยในการปฏิบัติงานหลายพื้นที่ นอกจากนี้ กองกำลังร่วมยังได้ปล่อยบอลลูนจากลูซอนกลางเพื่อฝึกซ้อมโดยแสดงให้เห็นวิกฤตการณ์ที่ตั้งเป้าหมายไว้สำหรับผู้ที่อาจเป็นศัตรู

ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีบอลลูนเท่านั้น ความปลอดภัยในการบินระหว่างประเทศและการปฏิบัติตามกฎหมายก็พัฒนามาไกลตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามกลางเมืองอเมริกา

บอลลูนในชั้นบรรยากาศยังคงอยู่ภายใต้กฎระเบียบและบรรทัดฐานระหว่างประเทศเกี่ยวกับน่านฟ้า รวมถึงอำนาจอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของประเทศและความปลอดภัยในการบิน แม้ว่าขอบเขตระหว่างน่านฟ้าและอวกาศจะไม่แน่นอนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่บอลลูนในชั้นบรรยากาศ แม้จะปฏิบัติงานที่ด้านบนสุดของระยะ ก็ยังคงอยู่ในน่านฟ้าและไม่ข้ามไปยังอวกาศภายใต้การกำหนดเขตแดนใด ๆ ที่ยอมรับได้

“เช่นเดียวกับความสามารถที่เกิดขึ้นใหม่ การยึดมั่นในกฎระเบียบและบรรทัดฐานระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติการมีความรับผิดชอบ ปลอดภัย และชอบด้วยกฎหมาย” นาวาโท ทิม บอยล์ อัยการทหารกองทัพเรือและหัวหน้าฝ่ายกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิก อธิบาย

สหรัฐฯ รวมทั้งประเทศพันธมิตรและหุ้นส่วนยังคงเคารพกฎระเบียบและบรรทัดฐานระหว่างประเทศเมื่อดำเนินการปฏิบัติการทางทหารทั่วทั้งอินโดแปซิฟิก

กองทัพฟิลิปปินส์และกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิกให้ความร่วมมือในการใช้บอลลูนในชั้นบรรยากาศระหว่างการฝึกบาลิกาตันโดยสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศที่ควบคุมเสรีภาพในการเดินเรือและความปลอดภัยในการบิน เนื่องจากบอลลูนที่ปฏิบัติการโดยกองกำลังทางทหารเป็นอากาศยานของรัฐภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันกับอากาศยานอื่น ๆ ของรัฐ

กองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิกได้ประสานงานอย่างกว้างขวางกับเจ้าหน้าที่กองทัพฟิลิปปินส์และศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศเพื่อรับรองความปลอดภัยของผู้คนบนพื้นดิน รวมทั้งอากาศยานพลเรือนและทหารที่ปฏิบัติการในบริเวณใกล้เคียง ก่อนการฝึกซ้อม กองทัพบกสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกได้รับอนุญาตจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้ปฏิบัติการบอลลูนในน่านฟ้าฟิลิปปินส์ตามที่กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศของฟิลิปปินส์กำหนด

สหรัฐฯ ได้จัดทำข้อกำหนดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับน่านฟ้าและอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือที่รู้จักกันในชื่ออนุสัญญาชิคาโก ในข้อบังคับภายในประเทศของสหรัฐฯ ข้อกำหนดเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นในกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งห้ามไม่ให้อากาศยานทางทหารต่างประเทศบินภายในสหรัฐฯ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ภาพจาก: จ.อ. ดาร์บี โคลสัน/กองทัพบกสหรัฐฯ

หุ้น