• Home »
  • ติดอันดับ »
  • โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากความล่าช้า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากความล่าช้า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากความล่าช้า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

กัสดี ดา คอสตา

ความล่าช้าของโครงการ ผลกระทบจากการให้กู้ยืมอย่างเอารัดเอาเปรียบ และข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากแผนหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้สร้างความเสียหายต่อการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย กับเมืองบันดุง ซึ่งเป็นมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับสอง นักเศรษฐศาสตร์ เจ้าหน้าที่ผู้มาจากการเลือกตั้ง และนักสิ่งแวดล้อมต่างแสดงความวิตกเกี่ยวกับโครงการนี้

ทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างสองเมืองที่เป็นความใฝ่ฝันอันยาวนานได้รับการผลักดันจากแผนซึ่งเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ใน พ.ศ. 2557 อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐประชาชนจีนได้กลายมาเป็นผู้ควบคุมโครงการนี้ในช่วงปลาย พ.ศ. 2558 เนื่องจากรัฐบาลจีนชนะสัญญาในช่วงที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในกรุงจาการ์ตา นายทึคุ เรซาสยา ผู้บรรยายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยปัดจาดจารัน กล่าวกับ ฟอรัม

“กระบวนการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะชน” นายทึคุกล่าว โดยระบุว่าคำมั่นสัญญาจากผู้เจรจาของจีนอาจมีอิทธิพลต่อข้อตกลงดังกล่าวมากกว่าความสามารถของผู้รับเหมาจีนที่เสนอในการดำเนินโครงการจนเสร็จสมบูรณ์

เดิมทีทางรถไฟสายนี้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่าเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง มีกำหนดแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2562 แต่การก่อสร้างยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยขณะนี้คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลาย พ.ศ. 2565

นายไฟซาล บาสรี นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย กล่าวกับ ฟอรัม ว่าโครงการทางรถไฟดังกล่าวเป็นของบริษัทพีที เกอเรตา เจอปัต อินโดนีเซีย ไชน่า ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงจาการ์ตา โดยอินโดนีเซียถือครองหุ้นร้อยละ 60 และอีกร้อยละ 40 ถือครองโดยจีน ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีนได้ให้เงินสนับสนุนคิดเป็นร้อยละ 75 ของต้นทุนโครงการมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.75 หมื่นล้านบาท) ด้วยเงินกู้ระยะเวลา 40 ปี นายไฟซาลกล่าวว่า โครงการนี้จะไม่มีวันถึงจุดคุ้มทุน

“จุดคุ้มทุนระยะเวลา 40 ปีตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าจะมีผู้โดยสาร 60,000 คนต่อวัน” นายไฟซาลกล่าว ปัจจุบัน มีผู้โดยสารรถไฟเพียง 18,000 คนที่เดินทางระหว่างทั้งสองเมืองในราคาตั๋วรถไฟความเร็วสูงที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก นายไฟซาลยังกล่าวเสริมว่า อินโดนีเซียมีแผนจะย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตาบนเกาะชวาไปยังนูซันตาราบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งอาจลดความต้องการของผู้โดยสารสำหรับรถไฟขบวนใหม่

“จะไม่มีผลตอบแทนจากการลงทุนไปตราบนานเท่านาน” นายไฟซาลกล่าว โดยเสริมว่าการเดินทาง 150 กิโลเมตรจากกรุงจาการ์ตาไปยังบันดุง ซึ่งมีจุดแวะพักครึ่งทาง เป็นระยะทางที่สั้นเกินไปที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการใช้งบกับรถไฟความเร็วสูง นายไฟซาลกล่าวเสริมว่า โครงการนี้มีต้นทุนเกิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท) และบริษัทพีที เกอเรตา เจอปัต อินโดนีเซีย ไชน่า จำเป็นต้องขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน (ภาพ: นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน พบปะหารือกับเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย ณ กรุงปักกิ่ง ในระหว่างการอภิปรายเรื่องโครงการโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562)

นายอันเดร โรเซียด สมาชิกรัฐสภาอินโดนีเซีย กล่าวกับ ฟอรัม ว่าตนคาดการณ์ถึง “กับดักหนี้” ในการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงประเทศต่าง ๆ เช่น ศรีลังกา ซึ่งจีนได้ใช้หนี้เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสินทรัพย์และยืนยันการควบคุมการดำเนินงาน

“เงินกู้จำนวนมหาศาลดังกล่าวสามารถกลายเป็นเงินกู้ที่มีผลผูกพัน ซึ่งรัฐบาลจีนสามารถใช้ในการกำหนดเงื่อนไขได้” นายนิโคเลาส์ ลอย อาจารย์มหาวิทยาลัย “ทหารผ่านศึก” ยูพีเอ็นในยอกยาการ์ตา กล่าวกับ ฟอรัม “ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องใช้เงิน เทคโนโลยี แรงงาน และเหล็กกล้าของจีน ดังนั้น เราจึงไม่มีอำนาจ”

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังทำลายภูมิทัศน์ธรรมชาติ เกษตรกรรม และป่าไม้อีกด้วย นายเมกิ ดับเบิลยู แพนดง ประธานของวาฮานา ลิงคุนแกน ไฮดุป แห่งอินโดนีเซีย หรือ ฟอรัมเพื่อสิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศกล่าวกับ ฟอรัม

“ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอาจอธิบายได้ด้วยการเคลื่อนตัวของแผ่นดินซึ่งส่งผลให้เกิดอุทกภัยและดินถล่ม” นายแพนดงกล่าว “ผลกระทบเหล่านี้จะคุกคามเราต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน”

 

กัสดี ดา คอสตา เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

 

ภาพจาก: เก็ตตี้อิมเมจ

หุ้น