• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เกาหลีใต้ยกระดับขีดความสามารถด้านขีปนาวุธท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
เกาหลีใต้ยกระดับขีดความสามารถด้านขีปนาวุธท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น

เกาหลีใต้ยกระดับขีดความสามารถด้านขีปนาวุธท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น

ฟีลิกซ์ คิม

เกาหลีใต้กำลังยกระดับขีดความสามารถด้านขีปนาวุธเพื่อยับยั้งและป้องกันภัยคุกคามจากขีปนาวุธที่เพิ่มขึ้นจากเกาหลีเหนือ ตลอดจนภัยคุกคามจากขีปนาวุธของสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัสเซีย บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การยกระดับดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันแบบหลายชั้นร่วมกับขีปนาวุธและระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีอยู่เดิม ตลอดจนขีดความสามารถด้านกลาโหมของประเทศพันธมิตรอย่างสหรัฐอเมริกา

“เกาหลีเหนือได้ขยายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของตนเองโดยการเพิ่มความแม่นยำและความสามารถด้วยขีปนาวุธ เคเอ็น-23 รุ่นล่าสุดที่มีพิสัย 400 ถึง 600 กิโลเมตร โดยหวังที่จะป้องกันขีปนาวุธของสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเต็มรูปแบบ” ดร. บรูซ เบนเน็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีของบริษัทแรนด์คอร์ปอเรชัน กล่าวกับ ฟอรัม โดยกล่าวถึงเกาหลีใต้ด้วยชื่ออย่างเป็นทางการ ดร. เบนเน็ตกล่าวเสริมว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องมีขีดความสามารถในการป้องกันที่สมดุลและดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

“กองทัพของเราจะพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีกำลังสูงและความแม่นยำสูงพิเศษแบบต่าง ๆ ที่สามารถเอาชนะศัตรูได้ต่อไป” นายซอ อุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวในพิธีจัดระเบียบกองบัญชาการยุทธศาสตร์ขีปนาวุธของกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565

กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีกำลังทดสอบขีปนาวุธใหม่ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธทิ้งตัวติดเรือดำน้ำ ขีปนาวุธทางอากาศสู่พื้นผิวพิสัยไกล ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง และขีปนาวุธทิ้งตัวกำลังสูง ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ (ภาพ: กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีเปิดตัวระบบขีปนาวุธเชิงยุทธวิธีของกองทัพบกในระหว่างการฝึกซ้อมทางทหาร เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565)

ดร. เบนเน็ตกล่าวว่า “การป้องกันที่สมดุลหมายถึงความสามารถในการทำลายขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือได้บางส่วนก่อนที่จะปล่อยตัว เพื่อลดจำนวนขีปนาวุธลง” ซึ่งจะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่ของขีปนาวุธสกัดกั้นของเกาหลีใต้ เช่น ระบบป้องกันขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูงและระบบขีปนาวุธแพทริออต ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องระบบจากการถูกโจมตี

ขีปนาวุธทิ้งตัวกำลังสูงรุ่นใหม่ของเกาหลีใต้มีพิสัยไกลกว่าและบรรจุหัวรบทรงพลังกว่ารุ่นก่อน ๆ ซึ่งได้รับการยกระดับขีดความสามารถโดยยกเลิกแนวทางล่าสุดที่จำกัดระยะขีปนาวุธและน้ำหนักบรรทุก “เมื่อปล่อยตัวควบคู่ไปกับขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลแบบใหม่แต่ช้ากว่าเดิม ขีปนาวุธทั้งสองสามารถทำลายขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจำนวนมากบนพื้นดิน ทั้งในฐานปล่อยขีปนาวุธและคลังสรรพาวุธ” ดร. เบนเน็ตกล่าว

อีกทั้งเสริมว่า การจัดซื้อเมื่อเร็ว ๆ นี้ เช่น อากาศยานเฝ้าระวังแบบไร้คนขับ โกลบอล ฮอว์ก จำนวน 4 ลำที่ผลิตโดยสหรัฐฯ และโดรนสอดแนมขนาดเล็กที่ผลิตในประเทศ ตลอดจนข้อมูลข่าวกรองที่แบ่งปันกับสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเกาหลีใต้ในการระบุตำแหน่งขีปนาวุธของศัตรู

นอกจากนี้ เกาหลียังจำเป็นต้องมีขีปนาวุธพิสัยไกลเพื่อยับยั้งภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นนอกคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัสเซียที่ก้าวร้าว ดร. เบนเน็ตกล่าว

ขีปนาวุธทิ้งตัวติดเรือดำน้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยับยั้งและการป้องกันเนื่องจากความสามารถในการเอาตัวรอด “เกาหลีเหนือไม่มีความสามารถมากนักในการกำจัดเรือดำน้ำของเกาหลีใต้” ดร. เบนเน็ตกล่าว ซึ่งหมายความว่าขีปนาวุธทิ้งตัวติดเรือดำน้ำของเกาหลีใต้สามารถปฏิบัติการต่อไปได้แม้ว่าขีปนาวุธภาคพื้นดินจะถูกปิดการใช้งานก็ตาม

ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ บนคาบสมุทรเกาหลีประกอบด้วยอากาศยานและขีปนาวุธร่อน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้ “เกาหลีใต้ดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงเพื่อยกระดับขีดความสามารถของตน แต่ยังเพื่อป้องกันขีดความสามารถของเกาหลีเหนือด้วย” ดร. เบนเน็ตกล่าวถึงการป้องกันแบบหลายชั้นของเกาหลีใต้ “เกาหลีใต้ยกระดับการป้องกันให้หลากหลาย และด้วยเหตุนี้ ความเชื่อมั่นในการป้องกันประเทศจึงเพิ่มมากขึ้นด้วย”

ฟีลิกซ์ คิม เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

 

ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

หุ้น