ผู้นำญี่ปุ่นและไทยร่วมจัดการเจรจา

ผู้นำญี่ปุ่นและไทยร่วมจัดการเจรจา

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ได้พบปะกันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภูมิศาสตร์การเมือง ซึ่งรวมถึงการก่อความวุ่นวายทางการเมืองในเมียนมาร์และการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

ผู้นำทั้งสองยังกำกับดูแลการลงนามในข้อตกลง 3 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือทางการเงิน การถ่ายโอนอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านกลาโหม ตลอดจนการรับมือเหตุฉุกเฉินจากโควิด-19

นอกจากนี้ นายคิชิดะยังได้เดินทางเยือนอินโดนีเซียและเวียดนามในการเดินทางครัั้งนี้ พร้อมทั้งวางแผนแวะที่อิตาลีและสหราชอาณาจักร (ภาพ: นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น (ซ้าย) และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565)

ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนด้านเศรษฐกิจรายใหญ่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่าทั้งสองประเทศกำลังร่างแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันถึงความสำคัญเรื่องการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมอัจฉริยะ เทคโนโลยีการสื่อสาร 5จี ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ

พล.อ. ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่าผู้นำทั้งสองพอใจกับ “ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงอย่างใกล้ชิด” ของญี่ปุ่นและไทย

สงครามที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาของนายคิชิดะในระหว่างการเดินทางเยือน โดยนายคิชิดะและ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่าทั้งสองมีความกังวลต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในยูเครน โดยทั้งสองผู้นำต่างเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่าตนได้เสนอให้มุ่งเน้นไปที่การพิจารณาด้านมนุษยธรรมเพื่อยุติสงคราม ตลอดจนเสนอแนะว่าแนวทางที่คล้ายคลึงกันอาจฟื้นฟูสันติภาพในเมียนมาร์ได้

เมียนมาร์ตกอยู่ในความวุ่นวายนับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งของนางอองซาน ซูจี ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 การทำรัฐประหารได้กระตุ้นให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนจำนวนมาก และเมียนมาร์ตกอยู่ในสภาวะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นสงครามกลางเมือง หลายประเทศทั่วโลกกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้นำทางทหารของเมียนมาร์ และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ อินโดนีเซียและสิงคโปร์ ได้ประณามรัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจการปกครอง

 

ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

หุ้น