รัสเซียและกองทัพ เงา

เรื่องเด่น

กลุ่มวากเนอร์สร้างอิทธิพลด้านการต่างประเทศให้แก่ นายปูตินด้วยการปฏิเสธความรับผิดชอบได้ และพรรคพวก ของเขายังช่วยเสริมทัพธุรกิจ

แอฟริกา ดีเฟนส์ ฟอรัม

ในความพยายามอย่างบ้าคลั่งของรัสเซียเพื่อแสดงอำนาจ เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มพูนความเกี่ยวโยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของตนนั้น รัสเซียต้องพึ่งพากองกำลังทหารเอกชนเป็นอย่างมาก กลยุทธ์นี้ทิ้งร่องรอยไว้ในต่างประเทศเพียงเล็กน้อย จึงทำให้รัฐบาลรัสเซียสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างสมเหตุสมผล ขณะเดียวกันยังสร้างความมั่งคั่งให้กับกลุ่มคนเล็ก ๆ ในวงเดียวกัน

นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เห็นชอบในการใช้กองกำลังทหารเอกชนอย่างกลุ่มวากเนอร์ เมื่อสร้างข้อตกลงด้านการฝึกซ้อมและด้านความมั่นคงกับประเทศในแอฟริกา ขณะเดียวกับที่วางตำแหน่งตนเองเพื่อให้ได้เข้าถึงเหมืองแร่และคลังทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์อื่น ๆ

“พวกเขาสวมบทบาทเป็นตัวคูณกำลังรบ พ่อค้าอาวุธ ครูฝึกของทหารในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง รวมไปถึงที่ปรึกษาทางการเมืองด้วย” จากบทความของมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศเรื่อง “การปฏิเสธที่ไม่สมเหตุสมผล: กองกำลังทหารเอกชนของรัสเซีย” โดยพอล สตรอนสกี นักวิชาการอาวุโส “พวกเขาซึ่งเป็นผู้ดำเนินการภาคเอกชนเพียงในนาม ได้ขยายขอบเขตทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐบาลรัสเซียและผลักดันผลประโยชน์ของตนเอง อเนกประสงค์ ราคาย่อมเยา และปฏิเสธได้ เหล่านี้เป็นเครื่องมืออันสมบูรณ์แบบสำหรับความเป็นมหาอำนาจที่กำลังถดถอย เพื่ออ้างสิทธิ์ของตนอย่างกระตือรือร้นโดยไม่ให้มีความเสี่ยงจนเกินไป”

พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้กลยุทธ์คล้ายกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน โดยการใช้กองกำลังทหารเอกชนของจีนทั้งในแอฟริกาและที่อื่น ๆ วารสารยูเรเซียรีวิวกล่าวถึงกองกำลังทหารเอกชนของจีนว่าเป็น “กล้ามเนื้อของจีน” ที่มักมาควบคู่กับ “เงินของจีน” ในอีกแง่หนึ่ง บริษัทด้านความมั่นคงภาคเอกชนของจีนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะพบได้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในพื้นที่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังขยายแบบแผนโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และในประเทศเจ้าภาพที่บริษัทของจีนกำลังดำเนินโครงการมากมายผ่านการปล่อยสินเชื่อที่หลอกหลวง ผู้เชี่ยวชาญกล่าว “ในระดับนานาชาติ แม้การใช้พื้นที่ของกองกำลังทหารเอกชนและบริษัทด้านความมั่นคงของจีนยังมีจำนวนน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ
แต่ก็กำลังมีขนาดและความสำคัญที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง” จากการวิเคราะห์ของยูเรเซียรีวิวในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 (ดูแถบด้านข้าง “กล้ามเนื้อของจีน” ในหน้า 54 เพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองกำลังทหารเอกชนและบริษัทด้านความมั่นคงของจีน)

กลุ่มวากเนอร์ ซึ่งเป็นกองกำลังทหารเอกชนเลื่องชื่อของรัสเซีย ถือกำเนิดขึ้นจากความขัดแย้งในยูเครนเมื่อ พ.ศ. 2557 โดยเริ่มจากชายประมาณ 250 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ตามรายงานของนักวิจัย ดร. เซอร์เกย์ ซูคานคิน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 พวกเขาถูกส่งตัวไปยังซีเรีย ที่ซึ่งพวกเขาให้การสนับสนุนกองกำลังของประธานาธิบดีบัชชาร อัลอะซัด และได้เดินทางเข้าสู่แอฟริกานับตั้งแต่นั้นมา

“นอกเหนือจากในยูเครน ซีเรีย และลิเบียแล้ว ยังพบเห็นกลุ่มวากเนอร์ในหลายประเทศในแอฟริกาใต้สะฮาราในฐานะ ‘เงา‘ ของความร่วมมือด้านเทคนิคทางการทหารระหว่างรัสเซียและรัฐท้องถิ่น” ดร. ซูคานคินระบุไว้ใน “สัญญาทางการทหารเอกชนของรัสเซียในแอฟริกาใต้สะฮารา: จุดแข็ง ขีดจำกัด และนัยยะแฝง” ของสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศฝรั่งเศส

แม้จะมีการปฏิเสธและความคลุมเครือจากทางแหล่งข่าวของรัฐบาลรัสเซียอย่างเป็นทางการ แต่โดยภาพรวมแล้ว ผู้สังเกตการณ์เห็นพ้องกันว่ากลุ่มวากเนอร์คือกองทัพตัวแทนของรัฐบาลที่มีความเกี่ยวโยงกับเครื่องมือด้านความมั่นคงแห่งชาติ พวกพ้องที่ร่ำรวยของนายปูติน และตัวประธานาธิบดีเอง อย่างไรก็ตาม การยืนยันความเกี่ยวโยงกันนี้โดยใช้เอกสารประกอบให้สำเร็จลุล่วงอาจเป็นเรื่องยาก

ถึงกระนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ากองกำลังวากเนอร์ได้ปฏิบัติการในหลายประเทศในแอฟริกา รวมไปถึงสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ลิเบีย มาดากัสการ์ โมซัมบิก และซูดาน การปรากฏตัวของพวกเขามักเกิดขึ้นพร้อมกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของนายปูติน นั่นคือ นายเยฟเจนีย์ พรีโกซิน ผู้ที่มีอำนาจในคณาธิปไตย

นายเยฟเจนีย์ พรีโกซิน นักธุรกิจ (ขวา) นำนายวลาดิมีร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซียในขณะนั้น เยี่ยมชมโรงงานอาหารกลางวันโรงเรียนของเขา ทางนอกเมืองเซนต์ปี เตอร์สเบิร์ก ใน พ.ศ. 2553 เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

พ่อครัวของนายปูติน

แม้นายพรีโกซินจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายปูติน แต่จุดตั้งต้นของเขาไม่ได้มาจากกลุ่มวากเนอร์ เครดิตนั้นตกเป็นของนายมิทรี
อุตกิน ทหารผ่านศึกในสงครามเชเชนและเป็นอดีตสมาชิกหน่วยข่าวกรองของรัสเซียที่รู้จักกันในนาม หน่วยอำนวยการข่าวกรองหลักกองทัพรัสเซีย

นายอุตกินทำงานให้กับบริษัททหารเอกชนโมแรนในซีเรีย ต่อมาได้ลาออกใน พ.ศ. 2557 เพื่อก่อตั้งวากเนอร์ (Wagner) โดยใช้ชื่อเก่าของเขาซึ่งเดิมสะกดว่า “Vagner” ถือเป็นการยกย่องนายริชาร์ด วากเนอร์ นักประพันธ์ชาวเยอรมัน ผู้ที่ฮิตเลอร์จัดสรรผลงานไว้ให้แก่นาซีเยอรมนี

แม้จะไม่ใช่ผู้ก่อตั้งบริษัท แต่อิทธิพลของนายพรีโกซินได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกุญแจสำคัญของการว่าจ้างกองกำลังในบริษัท ประวัติส่วนตัวของนายพรีโกซินถือว่าไม่ธรรมดา กล่าวคือ ศาลแห่งสหภาพโซเวียตพิจารณาตัดสินนายพรีโกซินในข้อหาลักทรัพย์รวมทั้งความผิดอื่น ๆ และเขาต้องโทษจำคุก 9 ปี เมื่อได้รับการปล่อยตัว นายพรีโกซินก็เร่ขายฮอทดอกตามแผงขายอาหาร และในที่สุดก็เปิดร้านอาหารบนเรือจอดเทียบท่า หลังจากเสิร์ฟอาหารให้นายปูตินที่นั่น นายพรีโกซินก็เป็นที่โปรดปรานของผู้นำรัสเซียและในไม่ช้าก็ได้รับหน้าที่ให้บริการจัดอาหารแก่กิจการของรัฐบาลรัสเซีย และกลายเป็นที่รู้จักกันในนาม “พ่อครัวของนายปูติน”

ในขณะที่รัสเซียได้เปลี่ยนผันจากการเป็นสหภาพโซเวียตในอดีตและเข้าสู่การร่วมลงทุนแบบทุนนิยมใหม่ในช่วงทศวรรษที่ 1990 (พ.ศ. 2533 – 2542) นายพรีโกซินได้เปิดเครือร้านค้าของชำแห่งแรกในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเปิดร้านอาหารหรูในเวลาต่อมา ตามรายงานของทีอาร์ที เวิลด์ สำนักข่าวสาธารณะของตุรกี

ในที่สุด นายพรีโกซินก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในวงสมาคมภายในของนายปูติน ที่ซึ่งเขาได้พบกับสัญญาทางการทหารและการจัดอาหารในโรงเรียนอันมีมูลค่าและมีรายได้สูง ในไม่ช้า นายพรีโกซินก็ได้เปลี่ยนทิศทางธุรกิจของเขาไปทางการก่อสร้างและผลประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย บ่อยครั้งที่มีการพบผลประโยชน์ของเขาและของรัฐบาลรัสเซียในสถานที่เดียวกันหลาย ๆ พื้นที่ เช่น ซีเรีย ลิเบีย และแอฟริกาใต้สะฮารา

อารูเค ยูราน ไคซี แห่งศูนย์วิจัยทีอาร์ที เวิลด์ ระบุไว้ว่า “หากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ การพบบริษัทดังกล่าวในสถานที่อันตรายทางภูมิรัฐศาสตร์ช่วยอธิบายอย่างกระจ่างชัดถึงการร่วมมือกันระหว่างความมักใหญ่ใฝ่สูงทางการค้าของนายพรีโกซินและการแสวงหาผลประโยชน์ระดับชาติของรัฐบาลรัสเซีย”

นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย (ซ้าย) จับมือกับนายโฟสแต็ง-อาร์ก็องฌ์ ตัวเดรา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ระหว่างการประชุมนอกรอบในการประชุมสุดยอดรัสเซีย – แอฟริกาที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซีย เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 รอยเตอร์

การขยายการเข้าถึงของนายปูติน

บริษัทด้านความมั่นคงเอกชนขนาดเล็กสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อพัฒนาจุดมุ่งหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัสเซียในแอฟริกาและที่อื่น ๆ

บางทีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดที่กลุ่มวากเนอร์มอบแก่นายปูติน อาจเป็นการปฏิเสธความรับผิดชอบที่สมเหตุสมผล รัฐธรรมนูญของรัสเซียสงวนหน้าที่ด้านกลาโหมและความมั่นคงทั้งหมดให้แก่รัฐบาล ดังนั้นการจัดตั้งกองกำลังทหารเอกชนจึงผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ในหลาย ๆ จุดช่วยให้บริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศและรัฐวิสาหกิจสามารถมีกองกำลังด้านความมั่นคงเอกชนได้ ในกรณีของวากเนอร์ ไม่มีหลักฐานว่ามีการจดทะเบียนไว้ที่ใด

การที่นายปูตินวางกำลังวากเนอร์นอกรัสเซีย ทำให้นายปูตินและรัฐบาลของเขามีอิทธิพลในประเทศอื่น ๆ โดยไม่มีการเปิดเผยและไม่มีความผิดอันเกิดจากการแทรกแซงทางการทหารของประเทศ

ตัวอย่างได้แก่ หากมีการวางกำลังวากเนอร์ไปที่ความขัดแย้งในประเทศแอฟริกาและประสบความสูญเสียที่น่าอับอาย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นขณะต่อสู้กับทหารอิสลามในโมซัมบิกทางตอนเหนือ รัฐบาลรัสเซียก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับผลกระทบต่อสาธารณชนที่เกี่ยวพันกับการสูญเสียกองกำลังทหารของชาติในระหว่างการฝ่าอันตรายอันโชคร้ายในผืนดินต่างแดน

เจ้าหน้าที่รัสเซียเดินทางมาถึงโมซัมบิก เนื่องจากทั้งสองประเทศได้สร้างข้อตกลงร่วมกันที่จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ของรัสเซียสามารถเข้าถึงก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีอยู่มากมายทางตอนเหนือของประเทศได้

นอกจากนี้ยังมีการโจมตีจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่รุนแรงอยู่เป็นจำนวนมากในทางตอนเหนือ โดยเกิดจากกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใหม่อย่างอันซาร์ อัล-ซุนนา ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันกับกลุ่มรัฐอิสลาม กองกำลังวากเนอร์ที่มีเครื่องมือครบครันได้วางกำลังให้ความช่วยเหลือ กองทัพทหารที่เหนือกว่า แต่ไม่นานกลับก่อให้เกิดความสูญเสียและน่าอับอายเป็นอย่างมาก ซึ่งเกิดจากความไม่ชำนาญพื้นที่ของกองกำลังวากเนอร์เอง และการไม่สามารถที่จะสื่อสารกับกองกำลังของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงไม่นานพวกเขาก็จากไป

แม้ว่าการสู้รบในโมซัมบิกจะทำได้ไม่ดีนัก แต่ทหารของวากเนอร์ มักจะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งในการต่อสู้มากกว่าจะเป็นผู้เกษียณอายุหรือทหารผ่านศึก ทำให้มีกองกำลังต่อสู้พร้อมใช้งานที่ช่วยให้รัฐบาล รัสเซียสามารถดำเนินนโยบายต่างประเทศได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย

อาจไม่ใช่เรื่องแปลก ที่บางทีบทบาทของวากเนอร์มักลงเอยด้วยความเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของนายพรีโกซิน บริษัทพลังงาน เอฟโร โพลิส ของนายพรีโกซินได้ทำสัญญากับบริษัทปิโตรเลียมรายใหญ่ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของซีเรีย สัญญาดังกล่าวรับประกันว่า เอฟโร โพลิส จะได้รับเงินรายได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซร้อยละ 25 ในสาขาที่ผู้ทำสัญญาของพวกเขาดูแลและยังปลอดภัยจากกลุ่มรัฐอิสลาม ตามรายงานของดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560

“ในทำนองเดียวกัน ขณะที่รัสเซียเข้าไปพัวพันกับแอฟริกามากขึ้น การเคลื่อนไหวทางทหารของวากเนอร์ได้ขยายไปทั่วทั้งทวีป ซึ่งให้การคุ้มครองการลงทุนต่าง ๆ ของนายพรีโกซิน” อเล็กซานเดอร์ ราบิน แห่งสถาบันวิจัยนโยบายการต่างประเทศ ระบุไว้เมื่อ พ.ศ. 2562

เมื่อ พ.ศ. 2560 และ 2561 มีการพบเห็นเครื่องบินส่วนตัวของนายพรีโกซินมุ่งหน้าไปยังหลายประเทศในแอฟริกาอยู่บ่อยครั้ง การเดินทางดังกล่าวรวมถึงการมุ่งหน้าไปยังแองโกลา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กินี กินี-บิสเซา ลิเบีย มาดากัสการ์ โมซัมบิก ซูดาน และซิมบับเว ตามรายงานของมูลนิธิเจมส์ทาวน์ของ ดร. ซูคานคิน เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 เรื่อง “บทบาท ‘ผสมผสาน’ ของทหารรับจ้างรัสเซีย กองกำลังทหารเอกชน และความผิดปกติของรัฐบาลมอสโกเพื่อช่วงชิงแอฟริกา”

รายงานดังกล่าวระบุว่าทุกประเทศเหล่านี้มีสามสิ่งที่เหมือนกัน:

เป็นที่ทราบกันดีว่าแต่ละประเทศไม่มีเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง ทุกประเทศล้วน “เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์อย่างเพรียบพร้อม” แต่ละประเทศเคยอยู่ในวงอิทธิพลของมหาอำนาจทางอาณานิคมอย่าง เบลเยียม ฝรั่งเศส และโปรตุเกส ซึ่งเป็นประเทศที่รัสเซียไม่คิดว่าจะสามารถขัดขวางการเข้าไปยุ่งเกี่ยวของตนกับประเทศเหล่านี้ได้อีกต่อไป เพียงไม่นานการทุจริตและข้อตกลงภายในก็เป็นไปตามแนวทาง เพียงไม่นานการทุจริตและข้อตกลงภายในก็เป็นไปตามแนวทางที่คล้ายกันกับในซีเรีย ตามรายงานของ ดร. ซูคานคิน ซึ่งระบุว่า มอสโกทำข้อตกลงทวิภาคีกับผู้นำของประเทศดังกล่าวอย่างเป็นความลับและให้การสนับสนุนทางทหารและความมั่นคงเพื่อแลกกับสัมปทานทางทรัพยากรธรรมชาติ

ดร. ซูคานคินระบุไว้ว่า “ภายใต้แผนการนี้ มีการกล่าวอย่างมีนัยแอบแฝงว่าผลกำไรส่วนหนึ่งไปอยู่ในงบประมาณของรัฐบาลรัสเซีย (ผ่านบริษัท/บรรษัทที่เกี่ยวข้อง) ขณะที่ส่วนที่เหลือมีการกระจายไปยังกลุ่มภาคเอกชนที่ในความเป็นจริงแล้วอาจมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล”

ภายหลังจากมีข่าวลือเมื่อปลาย พ.ศ. 2560 ว่าทหารรับจ้างของรัสเซียถูกส่งตัวไปยังสาธารณรัฐแอฟริกากลางและซูดาน บริษัทโลเบเย อินเวสต์ และบริษัทเอ็ม-อินเวสต์ สองบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายพรีโกซิน ได้รับใบอนุญาตการสกัดทองคำ เพชร ยูเรเนียม และอีกมากมาย ดร. ซูคานคิน ระบุ รายงานยังระบุว่า ทหารของวากเนอร์ยังให้ความคุ้มครองแก่นายโฟสแต็ง-อาร์ก็องฌ์ ตัวเดรา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแอฟริกากลางและเฝ้าคุ้มกันเหมืองทองคำด้วย

ใน พ.ศ. 2561 ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซียสามรายถูกฆาตกรรมขณะกำลังสืบสวนเกี่ยวกับการที่กองกำลังของกลุ่มวากเนอร์เข้ามายังสาธารณรัฐแอฟริกากลางจากทางประเทศซูดานที่อยู่ใกล้เคียง ที่ซึ่งวากเนอร์ได้เคยฝึกกองกำลังความมั่นคงในพื้นที่ โดยใน พ.ศ. 2562 การเจรจาได้กลายมาเป็นโอกาสสำหรับฐานทัพรัสเซียในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

เมื่อมองแบบผิวเผิน สาธารณรัฐแอฟริกากลางดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับการมีตัวตนและการมีอิทธิพลของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม จากความไม่มีเสถียรภาพที่มีมาอย่างยาวนานในประเทศ ประกอบกับเป็นแหล่งสั่งสมเพชร ทองคำ ยูเรเนียม และน้ำมันอย่างอุดมสมบูรณ์ ทำให้สาธารณรัฐแอฟริกากลางกลายเป็นศูนย์กลางอิทธิพลที่น่าพึงปรารถนาสำหรับรัสเซีย นายปูตินใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในประเทศดังกล่าวอย่างช่ำชอง โดยอาศัยรูปแบบตามยุคสงครามเย็นโซเวียตที่พึ่งพา “ความร่วมมือทางเทคนิคทางการทหาร” ตามการวิเคราะห์ของมูลนิธิเจมส์ทาวน์ สาธารณรัฐแอฟริกากลางและรัสเซียได้ร่วมลงนามในข้อตกลงเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 และนับแต่นั้นมา รัฐบาลรัสเซียได้ขยายพื้นที่ของตนในประเทศดังกล่าวโดยใช้สองแนวทาง

แนวทางแรกคือ ข้อตกลงด้านการฝึกซ้อม/การปรึกษาหารือทางทหารเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 โดยมีที่ปรึกษาประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทางทหารจำนวนห้าคน และ “ผู้ฝึกสอนพลเรือน” จำนวน 170 คน ตามรายงานของมูลนิธิเจมส์ทาวน์ แม้จะใช้คำในทางตรงกันข้าม แต่ผู้ฝึกสอนเหล่านี้ที่จริงแล้วคือกองกำลังของวากเนอร์

ผู้คนร่วมไว้อาลัย ณ งานศพที่กรุงมอสโกให้กับ 1 ใน 3 ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซียที่เสียชีวิตขณะสืบสวนเกี่ยวกับกลุ่มวากเนอร์ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง รอยเตอร์

แนวทางที่สอง รัสเซียได้มอบเครื่องมือทางทหารและทางเทคนิคของรัฐบาลแก่สาธารณรัฐแอฟริกากลางที่ครอบคลุมถึงอาวุธ กระสุน และยานพาหนะทางทหาร โดยส่วนมาก ความช่วยเหลือนี้ถูกจัดหามาให้อย่างไร้ราคา เนื่องจากเครื่องมือส่วนใหญ่ล้าสมัยแล้ว เป้าหมายของรัสเซียยังโน้มเอียงไปทางผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าอุดมการณ์ ตามรายงานของมูลนิธิเจมส์ทาวน์

แม้จะมีการกล่าวอย่างมีนัยแอบแฝงถึงความช่วยเหลือนี้ แต่ก็มีหลักฐานยืนยันว่ารัสเซียอาจใช้วากเนอร์สวมบทบาทกับทั้งสองแนวทางในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

เช่น ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 จีโอโพลิติคอล มอนิเตอร์ ระบุว่ามากกว่าร้อยละ 80 ของประเทศดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มก่อกบฏ นายแดเนียล ซิกซ์โต เขียนไว้ว่า “ในระหว่างการฝึกฝนทางทหาร มีการกล่าวหาว่าวากเนอร์ได้ร่วมมือกับกลุ่มก่อกบฏเหล่านี้เพื่อเอารัดเอาเปรียบประชาชนในพื้นที่” “มีรายงานว่ากองกำลังของวากเนอร์ได้ร่วมมือกับกองกำลังก่อกบฏเพื่อให้บริษัทเหมืองแร่ของรัสเซียสามารถเข้าถึงเหมืองเพชรในดินแดนของกลุ่มก่อกบฏได้ เป็นการบ่อนทำลายวัตถุประสงค์ของพวกเขาในภูมิภาคที่มีมากขึ้น”

ในลิเบีย รัสเซียได้ใช้วากเนอร์ในการเข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งในประเทศดังกล่าวโดยอยู่ฝั่งของ พล.อ. คาลิฟา ฮาฟตาร์ ต่อต้านรัฐบาลของข้อตกลงแห่งชาติที่รับรองโดยองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลรักษาการที่รู้จักกันในนาม รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ภายใต้การนำของนายอับดุล ฮามิด บีเบห์ ลิเบียยังอุดมไปด้วยแหล่งน้ำมัน ทั้งยังมีชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ลิเบียเป็นเขตอิทธิพลที่มีศักยภาพทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก

กองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแอฟริกา กล่าวหาว่ากองกำลังวากเนอร์ฝังวัตถุระเบิดและเครื่องมือระเบิดอื่น ๆ ในลิเบีย ซึ่งบางครั้งก็ซ่อนไว้ในของเล่น ตามรายงานของบิสเนส อินไซเดอร์

วากเนอร์และนายพรีโกซินยังขยายอิทธิพลเข้าสู่โลกออนไลน์อีกด้วย รายงานระบุว่าวากเนอร์อยู่เบื้องหลังการรณรงค์ด้านอิทธิพลทางออนไลน์ในลิเบียที่มุ่งเป้าไปที่พลเมือง ตลอดจนให้การสนับสนุนนายฮาฟตาร์และนายซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี บุตรชายของผู้นำเผด็จการผู้ล่วงลับของลิเบีย ในทำนองเดียวกัน เป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มวากเนอร์ได้พยายามใช้อิทธิพลกับการเลือกตั้งในมาดากัสการ์เมื่อ พ.ศ. 2561 ด้วย

วากเนอร์ไม่ได้อำนวยผลประโยชน์ให้แก่นายปูติน นายพรีโกซิน หรือรัฐบาลรัสเซียเท่านั้น ผู้ที่ทำงานในต่างประเทศให้แก่วากเนอร์ ยังได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเงิน ตามรายงานของทีอาร์ที เวิล์ด บุคลากรของวากเนอร์สามารถทำรายได้ถึง 1 ล้านรูเบิลในระยะเวลาสามเดือน ซึ่งมีค่าเทียบเท่าถึง 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 536,144 บาท) นั่นอาจมากกว่าจำนวนเงินที่พวกเขาจะได้รับจากการเป็นทหารรัสเซียถึง 10 เท่า ผู้บัญชาการของวากเนอร์อาจทำรายได้ได้มากกว่านั้นถึงสามเท่า ครอบครัวของทหารที่ถูกฆ่าตายในหน้าที่อาจได้รับเงินประมาณ 56,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.87 ล้านบาท)

“รัสเซียวางตัววากเนอร์ไว้ในฐานะกำลังเสริมเพื่อเป้าหมายอันแรงกล้าในด้านการต่างประเทศและการทหารของตน รวมถึงใช้เพื่อก่อเผด็จการที่กลายมาเป็นลูกค้าอย่างไม่น่าแปลกใจ” อาห์เหม็ด ฮัสซัน ประธานกรรมการบริหารแห่งที่ปรึกษาด้านข่าวกรอง เกรย์ ไดนามิกส์ กล่าวกับบิสเนส อินไซเดอร์ “แน่นอนว่าระบอบการปกครองแบบนี้มักพยายามแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบด้วยการใช้กำลังและวากเนอร์ก็คือเครื่องมือดังกล่าว”

บทความฉบับนี้ปรากฏอยู่ในเล่มที่ 14 ฉบับที่ 3 ของแอฟริกา ดีเฟนส์ ฟอรัม ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ของกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแอฟริกา


กล้ามเนื้อของจ’น

การปกป้องทรัพย์สินของพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยกองกำลังทหารและบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

นักวิเคราะห์บางท่านมองว่า “กล้ามเนื้อของจีน” ซึ่งเป็นกองกำลังทหารและบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีน ถูกควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนและได้รับมอบหมายให้ปกป้องทรัพย์สิน อันรวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางและเหล่าพลเมืองจีนที่สร้างเส้นทางดังกล่าว

นับตั้งแต่นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศจัดตั้งโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2556 โครงการดังกล่าวก็ได้ขยายไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า 80 ประเทศในเอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและจะงอยแอฟริกา ตามรายงานของวารสารยูเรเซียรีวิว ในขณะที่เขตครอบคลุมทั่วโลกของจีนขยายตัวผ่านความพยายามทางภูมิเศรษฐศาสตร์และทางภูมิยุทธศาสตร์ จีนก็ต้องพึ่งพากองกำลังทหารและบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเช่นกัน

นอกจากนี้ การก่ออาชญากรรมต่อพลเมืองจีนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการลักพาตัว การฆ่า และการชิงทรัพย์ ได้ทำให้รัฐบาลจีนเกิดความกังวลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตามรายงานของเว็บไซต์การทูตสมัยใหม่ การทูตสมัยใหม่รายงานว่า การใช้ทรัพยากรทางทหารอาจจะดูมากเกินไปในหลายกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนได้เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการขยายขอบเขตเชิงรุก ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงเลือกทางเลือกที่นุ่มนวลกว่าในการทำสัญญาการรักษาความปลอดภัยภาคเอกชนผ่านบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน

“แม้รัฐบาลจีนจะต้องการพึ่งพากองกำลังท้องถิ่นในการรักษาความปลอดภัย แต่หน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นนั้น ๆ อาจไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะให้การคุ้มครองแก่คนงานและธุรกิจของจีนอย่างเพียงพอ” ตามรายงานของยูเรเชียรีวิว

ข้อบังคับว่าด้วยการบริหารจัดการด้านการบริการรักษาความปลอดภัยและการคุ้มครอง พ.ศ. 2552 ได้รับรองให้การใช้บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนในประเทศจีนชอบด้วยกฎหมาย ภายใน พ.ศ. 2556 จำนวนบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนที่ดำเนินการภายในประเทศได้เพิ่มขึ้นเป็น 4,000 แห่ง โดยมีการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมากกว่า 4.3 ล้านคน และภายใน พ.ศ. 2560 จำนวนข้างต้นได้เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 บริษัท ตามรายงานของนางมีอา นูเวนส์ นักวิชาการอาวุโสด้านนโยบายกลาโหมและการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยของจีนแห่งสถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ

“เนื่องจากเงื่อนไขพิเศษที่บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีนตั้งขึ้นและใช้ปฏิบัติงาน ทำให้บริการที่พวกเขาสามารถให้ได้ยังคงแตกต่างเป็นอย่างมากจากบริการของบริษัทระหว่างประเทศที่คล้ายคลึงกัน” นางนูเวนส์เขียนในการวิเคราะห์เมื่อ พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีนและโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง “พนักงานของพวกเขาค่อนข้างอายุน้อย ขาดประสบการณ์ในสถานการณ์การสู้รบ และปกติแล้วจะไม่พกพาหรือใช้อาวุธเมื่อปฏิบัติงานในต่างประเทศ แม้ว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนดังกล่าวจะมีพนักงานที่เคยเป็นทหารผ่านศึกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนก็ตาม”

การใช้บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีนเพื่อรักษาความปลอดภัยในการลงทุนของจีนในต่างประเทศสนับสนุนความตั้งใจของนายสีที่จะเก็บเงินของจีนไว้ภายในระบบเศรษฐกิจของจีน ตามรายงานของนิตยสารข่าวออนไลน์ เดอะดิโพลแมต เดอะดิโพลแมตรายงานว่า ข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่งของจีนคือ พลเมืองของจีนมีแนวโน้มที่จะปกป้องความลับของรัฐและรักษาความลับทางธุรกิจไว้มากกว่า

ขอบเขตของกองกำลังทหารและบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีนยังคงมีขนาดค่อนข้างเล็กในต่างประเทศ และกฎหมายของจีนได้ห้ามไม่ให้พวกเขาใช้อาวุธนอกประเทศจีน นาย อเลสซานโดร อาร์ดุยโน ผู้เขียนหนังสือ “กองทัพเอกชนของจีน: การปกป้องเส้นทางสายไหมใหม่” เขียนลงในเดอะดิโพลแมต อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพวกเขา

“ดังนั้น สองคำถามที่สำคัญคือ จำนวนบุคลากรของจีนในต่างประเทศจะถือว่ามีจำนวนมากเกินไปเมื่อใด? และกฎหมายของจีนว่าที่ด้วยอาวุธปืนจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเอื้อให้บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนมีอำนาจตัดสินใจมากขึ้นหรือไม่?” นายอาร์ดุยโน เขียน

ตามรายงานของนายอาร์ดุยโนที่เขียนไว้ คำถามอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับคำตอบยังรวมไปถึงคำถามที่ว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีนจะรับคำสั่งจากรัฐบาลหรือไม่ และรัฐบาลจีนจะกำหนดกรอบหลักปฏิบัติที่ชัดเจนและกฎการมีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *