• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เกาหลีใต้มุ่งแสวงหาเทคโนโลยีความเร็วเหนือเสียงเพื่อยับยั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้นิวเคลียร์
เกาหลีใต้มุ่งแสวงหาเทคโนโลยีความเร็วเหนือเสียงเพื่อยับยั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้นิวเคลียร์

เกาหลีใต้มุ่งแสวงหาเทคโนโลยีความเร็วเหนือเสียงเพื่อยับยั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้นิวเคลียร์

ฟีลิกซ์ คิม

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การตัดสินใจของเกาหลีใต้ที่จะเพิ่มขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงลงในคลังแสงของประเทศจะช่วยให้สามารถยับยั้งและป้องกันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านที่ติดอาวุธนิวเคลียร์อย่างเกาหลีเหนือและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ดียิ่งขึ้น ผู้พัฒนาขีปนาวุธ “ไฮคอร์” กล่าวว่า ขีปนาวุธดังกล่าวจะสามารถไปถึงกรุงเปียงยางได้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที

ไฮคอร์มีลักษณะเป็น “สแครมเจ็ต” ซึ่งคล้ายกับโบอิ้งเอ็กซ์-51 ตามรายงานในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานโครงการจัดซื้อด้านกลาโหมของเกาหลีใต้

สำนักงานโครงการจัดซื้อด้านกลาโหมกำลังพัฒนาขีปนาวุธร่วมกับบริษัทฮันวาดีเฟนส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตด้านกลาโหมชั้นนำของเกาหลีใต้ ในวิดีโอ ไฮคอร์ถูกปล่อยออกมาจากจรวดสองขั้นก่อนที่จะเดินทางด้วยความเร็วเหนือเสียงไปยังเป้าหมายโดยใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสแครมเจ็ต (ภาพ: การถ่ายทอดภาพของช่างฝีมือแสดงให้เห็นขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงไฮคอร์)

สแกรมเจ็ทคือ “แรมเจ็ต” ที่มีความเร็วเหนือเสียง ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ไอพ่นที่ใช้การดูดอากาศเข้าอย่างรวดเร็วอันเกิดจากการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อช่วยในการเผาไหม้เชื้อเพลิง ด้วยเหตุนี้จึงเร่งความเร็วของเรือหรือการยิง ตามข้อมูลของนาซา

“การนำไฮคอร์มาใช้มีแนวโน้มสูงที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการยับยั้งและการต่อต้านขีปนาวุธที่มีอยู่ของรัฐบาลเกาหลีใต้เพื่อต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือ” นางเคที่ ยุน นักวิชาการด้านเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและผู้เขียนบทความเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เรื่อง “ความหมายของอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงในคาบสมุทรเกาหลี” กล่าวกับ ฟอรัม

“ความสามารถในการบินด้วยความเร็วสูงสุดและเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องมีเส้นทางการบินที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงแตกต่างจากขีปนาวุธธรรมดาและขีปนาวุธร่อน” นางเคที่กล่าว “อาวุธความเร็วเหนือเสียงแทบจะไม่สามารถตรวจจับได้โดยระบบเฝ้าระวังที่มีอยู่ เนื่องจากมีความเร็วสูง ความคล่องตัวสูง และช่วงความสูงที่กว้าง จึงทำให้เกิดความท้าทายสำหรับระบบการป้องกันขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุด”

ดร. คิม แจยอป นักวิจัยอาวุโสแห่งสถาบันซังกยุนเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระดับโลก มหาวิทยาลัยซุงคยุนกวาน กล่าวกับ ฟอรัม ว่าในกำหนดการการทดสอบยิงขีปนาวุธ พ.ศ. 2565 จะสามารถใช้งานไฮคอร์ได้จากหลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปล่อยขีปนาวุธบนบก เรือรบ เรือดำน้ำ และอากาศยาน การเดินทางด้วยความเร็วเป็น 5 เท่าของเสียงอาจจะไปถึงเป้าหมายใด ๆ ก็ตามบนโลกภายในสองชั่วโมงและเป้าหมายใด ๆ ก็ตามในเกาหลีเหนือภายในสองนาที

เมื่อรวมกับความสามารถในการเฝ้าระวังที่ก้าวหน้าขึ้นของเกาหลีใต้ “อาวุธความเร็วเหนือเสียงจะทำให้กองทัพของสาธารณรัฐเกาหลีมีความสามารถในการตอบโต้เป้าหมายที่มีความไวต่อเวลาของเกาหลีเหนือมากขึ้น เช่น เครื่องปล่อยขีปนาวุธเคลื่อนที่บนบก” นายคิมกล่าว

รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งใจที่จะลงทุน 1.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท) ภายใน พ.ศ. 2573 เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและจรวดเฝ้าระวัง ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮัปในเครือของรัฐบาลเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ความพยายามในการยับยั้งภัยคุกคามด้านขีปนาวุธยังสามารถเสริมสร้างพันธมิตรด้านกลาโหมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ได้อีกด้วย นายคิมกล่าว

“ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์มากที่สุดสำหรับความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ประกอบกับคลังอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของรัฐบาลเกาหลีเหนือและการแข่งขันทางยุทธศาสตร์กับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น” นายคิมกล่าว “ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งเสริมพันธมิตรและหุ้นส่วนของตนในภูมิภาคดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของตนเองในการต่อต้านภัยคุกคามทางทหารจากรัฐบาลจีนร่วมกัน นอกจากนี้ การพัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียงของรัฐบาลเกาหลีใต้ยังช่วยส่งเสริมความพยายามร่วมกันของทั้งสาธารณรัฐเกาหลีและสหรัฐฯ”

ฟีลิกซ์ คิม เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

 

ภาพจาก: กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้

หุ้น