• Home »
  • ติดอันดับ »
  • องค์กรข่าวอีกแห่งของฮ่องกงปิดตัวลงท่ามกลางการปราบปรามทางด้านเสรีภาพของสื่อมวลชน
องค์กรข่าวอีกแห่งของฮ่องกงปิดตัวลงท่ามกลางการปราบปรามทางด้านเสรีภาพของสื่อมวลชน

องค์กรข่าวอีกแห่งของฮ่องกงปิดตัวลงท่ามกลางการปราบปรามทางด้านเสรีภาพของสื่อมวลชน

เรดิโอฟรีเอเชีย

สำนักข่าวซิติเซนนิวส์ ซึ่งเป็นองค์กรสื่อยอดนิยมของฮ่องกง ได้ประกาศว่าจะยุติการดำเนินงานหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ตำรวจฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติบุกจู่โจมเว็บไซต์ข่าวสแตนด์นิวส์ที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย โดยเว็บไซต์ดังกล่าวถูกปิดไปหลังจากที่นักข่าวอาวุโสสองคนถูกจับกุมในข้อหา “ปลุกระดม” เมื่อปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564

เว็บไซต์ดังกล่าวระบุในโพสต์บนหน้าเฟซบุ๊กของตนว่า “สำนักข่าวซิติเซนนิวส์จะยุติการดำเนินงานนับจากวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565” “เว็บไซต์จะไม่มีการนำเสนอข่าวใหม่ ๆ อีกต่อไป และท้ายที่สุดจะปิดตัวลงทั้งหมด

“แม้ว่าจะรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่เราขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้การสนับสนุน เราจะเก็บบันทึกความรักอันแสนลึกซึ้งของท่านไว้ในความทรงจำของเรา” แพลตฟอร์มที่ได้รับรางวัล ซึ่งมีการระดมทุนใน พ.ศ. 2560 กล่าวกับผู้ติดตามของตนกว่า 800,000 คน

“เราได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ละเมิดกฎหมายใด ๆ แล้ว แต่เราก็มองไม่เห็นขอบเขตอย่างชัดเจนของการบังคับใช้กฎหมาย และเรารู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะทำงานของเราอีกต่อไป” นายคริส ยึง (ภาพ) ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวซิติเซนนิวส์ และอดีตนายกสมาคมนักข่าวฮ่องกง กล่าวกับผู้สื่อข่าว

“ผู้สื่อข่าวก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน เรามีครอบครัวและเพื่อนฝูง และเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความจริงที่ว่านี่เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย” นายยึงกล่าว

นางเดซี่ หลี่ หัวหน้าบรรณาธิการสำนักข่าวซิติเซนนิวส์ ซึ่งเป็นอดีตนายกสมาคมนักข่าวฮ่องกงกล่าวว่า การพยายามดำเนินการภายใต้ขอบเขตของการปราบปรามอย่างต่อเนื่องทางด้านเสรีภาพของสื่อมวลชนนั้นไม่ใช่ทางออก

“ดิฉันยังคงไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเรื่องราวหรือรายงานดังกล่าว หรือแม้แต่ประโยคดังกล่าวจะละเมิดกฎหมายภายใต้ระบอบการปกครองใหม่ที่เรามีหรือไม่ อีกทั้งดิฉันเป็นหัวหน้าบรรณาธิการ” นางหลี่กล่าว

“หากดิฉันไม่มีความมั่นใจในการจัดการให้ผู้สื่อข่าวของเราทำงานต่อไปได้… ดังนั้นดิฉันจึงควรมีความรับผิดชอบที่จะหยุดพวกเขาหรือไม่? เราสามารถรายงานเฉพาะข่าวที่ปลอดภัยได้หรือไม่? จะเป็นไปได้ด้วยหรือ?”

นายยึงกล่าวว่า สำนักข่าวซิติเซนนิวส์ไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่ได้รับการตัดสินล่วงหน้าโดยอ้างอิงตามสิ่งที่เกิดขึ้นกับสำนักข่าวสแตนด์นิวส์

เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย บุกจู่โจมสำนักข่าวสแตนด์นิวส์เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และจับกุมผู้ต้องหาเจ็ดคนรวมถึงบรรณาธิการอาวุโสสองคนในข้อหา “ปลุกระดม” ภายใต้กฎหมายยุคอาณานิคม การอายัดทรัพย์สินภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติทำให้สำนักข่าวหยุดดำเนินการทันทีและเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังเห็นจุดจบของหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลี่ที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 ภายใต้สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน

หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี่ อ้างว่าซิติเซนนิวส์ได้ใช้อภิสิทธิ์ในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนและทางการฮ่องกง รวมถึงได้แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มที่จะ “ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่” ในฮ่องกงได้ ซึ่งกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติห้ามไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว

การปิดเว็บไซต์เกิดขึ้นหลังจากที่นายคริส ถัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของฮ่องกง ออกมาประณาม “รายงานที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด” หลังจากที่มีการกล่าวถึงรายงานดังกล่าว เขาก็ปฏิเสธที่จะรับประกันว่าเสรีภาพในการพูดจะได้รับการคุ้มครอง แม้จะมีการสัญญาไว้ในร่างกฎหมายพื้นฐานของรัฐธรรมนูญฉบับย่อของฮ่องกงก็ตาม

นายต๋อ หยิวหมิง นักวิจารณ์การเมืองกล่าวว่า เมื่อตำรวจฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติได้พุ่งเป้าไปยังสื่อในข้อหา “ปลุกระดม” เจ้าหน้าที่ก็มีแนวโน้มที่จะเดินหน้าต่อไปด้วยแผนการที่จะปราบปรามสิ่งที่พวกเขากล่าวว่าเป็น “ข่าวลวง”

“เช่นเดียวกับกระทรวงความจริงในหนังสือที่มีชื่อว่า ‘1984’ ซึ่งเป็นนวนิยายดิสโทเปียของนายจอร์จ ออร์เวล โดยกระทรวงความจริงจะเป็นแหล่งความจริงเพียงแหล่งเดียวและมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถรู้หรือตัดสินว่าข่าวใดเป็นความจริง” นายต๋อกล่าว

“นั่นคล้ายกับแนวคิดเกี่ยวกับข่าวแบบเก่าของโซเวียต ซึ่งผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าสิ่งใดเป็นความจริงและสิ่งใดไม่เป็นความจริง และสื่อได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดความจริงอย่างเป็นทางการเท่านั้น”

 

ภาพจาก: รอยเตอร์

หุ้น