อินเดียกำลังพัฒนาระบบป้องปรามขีปนาวุธต่อจีน

อินเดียกำลังพัฒนาระบบป้องปรามขีปนาวุธต่อจีน

มันดีป ซิงห์

โครงการขีปนาวุธอัคนีของอินเดียกำลังจัดหาขีปนาวุธพิสัยกลางและขีปนาวุธพิสัยไกลที่ผลิตภายในประเทศให้แก่กองทัพของประเทศตนเอง เพื่อตอบโต้คลังสรรพาวุธของสาธารณรัฐประชาชนจีน

อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ อัคนี 5 (ตามภาพ) เมื่อปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 อัคนี 5 มีพิสัยกว่า 5,000 กม. นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 อินเดียยังได้ทำการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางอย่าง อัคนี ไพรม์ ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้ที่พิสัย 1,000 ถึง 2,000 กิโลเมตร

กระทรวงกลาโหมของอินเดียรายงานว่า องค์กรวิจัยและพัฒนาด้านกลาโหมของอินเดียได้พัฒนาอัคนี 5 และ อัคนี ไพรม์ สำหรับกองบัญชาการกองกำลังยุทธศาสตร์สามเหล่าทัพของประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านี้องค์กรวิจัยและพัฒนาด้านกลาโหมจะเคยทำการทดสอบขีปนาวุธ อัคนี 5 ไปแล้ว แต่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ก็ได้ทำการยิงขีปนาวุธ อัคนี 5 แบบสามขั้นขนาด 50 ตัน เป็นครั้งแรกโดยกองบัญชาการกองกำลังยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นการยิงในเวลากลางคืนเป็นครั้งแรกอีกด้วย การเดินทางที่มีระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตรของขีปนาวุธจบลงด้วยการตกลงในอ่าวเบงกอล

การยิง อัคนี ไพรม์ แบบสองขั้นขนาด 24 ตัน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นการยิงขีปนาวุธครั้งแรกขององค์กรวิจัยและพัฒนาด้านกลาโหม กระทรวงกลาโหมระบุว่า การยิงครั้งนั้นเป็นไปตาม “วัตถุประสงค์ของภารกิจทั้งหมด” ทั้งยังมีความแม่นยำเป็นอย่างสูง

กระทรวงกลาโหมอินเดียรายงานว่า การทดสอบดังกล่าวเป็นไปตามเป้าหมายของอินเดียในการมี “การป้องปรามขั้นต่ำที่น่าเชื่อถือ” เจนส์ ดีเฟนซ์รายงานว่า ได้มีการยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์แต่ละลูกออกจากเกาะอับดุล กาลัม ซึ่งอยู่ห่างจากโกลกาตาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 225 กิโลเมตร

ตามข้อมูลจากโครงการป้องกันขีปนาวุธของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ ขีปนาวุธ อัคนี 5 และ อัคนี ไพรม์ เป็นขีปนาวุธแบบ “อัดกระป๋อง” ที่จะปล่อยก๊าซที่มีแรงดันออกมาจากกระป๋องที่ปิดสนิทก่อนจะทำการจุดมอเตอร์ของจรวด ในบางครั้งได้มีการเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า ระบบการยิงแบบเย็น ซึ่งจะช่วยลดความเค้นเนื่องจากอุณหภูมิบนพาหนะที่ใช้ในการยิง นอกจากนี้ กระป๋องสำหรับบรรจุขีปนาวุธยังได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวขีปนาวุธจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

นิตยสารเจนส์ ดีเฟนซ์รายงานว่า ขีปนาวุธดังกล่าวเป็นแบบ “เคลื่อนที่ได้บนถนน” และ อัคนี ไพรม์ ยังสามารถยิงจากฐานของรถไฟที่เคลื่อนที่ได้อีกด้วย

อัคนี 5 แบบหัวรบเดียวช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอินเดียในฐานะประเทศที่ป้องปรามขีปนาวุธเพื่อต่อต้านจีน ตามรายงานในหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ออฟอินเดีย ขีปนาวุธของจีนประกอบด้วย ตงเฟิง-41 ซึ่งมีพิสัยกว่า 12,000 ถึง 15,000 กิโลเมตรและสามารถโจมตีเมืองต่าง ๆ ของอินเดียได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากรัฐบาลจีนว่า ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาฐานปล่อยขีปนาวุธครั้งใหญ่สำหรับขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีปแบบปลายนิวเคลียร์

องค์กรวิจัยและพัฒนาด้านกลาโหมได้เริ่มพัฒนา อัคนี 5 ใน พ.ศ. 2551 และดำเนินการทดสอบเป็นจำนวนกว่าเจ็ดครั้งระหว่าง พ.ศ. 2555 ถึง 2561 คลังสรรพาวุธของอินเดียยังประกอบไปด้วย อัคนี-1 ซึ่งมีพิสัย 700 กิโลเมตร อัคนี-2 ซึ่งมีพิสัย 2,000 กิโลเมตร และ อัคนี-3 และ อัคนี-4 ซึ่งมีพิสัย 2,500 กิโลเมตรไปจนถึงมากกว่า 3,500 กิโลเมตร

มันดีป ซิงห์ เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของฟอรัม รายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

 

ภาพจาก: กระทรวงกลาโหมอินเดีย

หุ้น