• Home »
  • ติดอันดับ »
  • พันธมิตรในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกดำเนินการฝึกจำลองในสภาพแวดล้อมจริง
พันธมิตรในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกดำเนินการฝึกจำลองในสภาพแวดล้อมจริง

พันธมิตรในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกดำเนินการฝึกจำลองในสภาพแวดล้อมจริง

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

เมื่อพูดถึงการฝึกด้านการรบและการปฏิบัติภารกิจแล้ว ยิ่งเหล่าทหารได้เผชิญหน้ากับสถานการณ์จำลองที่สมจริงมากเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งมีความพร้อมเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและทางเลือกในสนามรบมากขึ้นเท่านั้น แนวความคิดนี้ช่วยชี้นำแนวทางในการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ศูนย์เตรียมความพร้อมข้ามชาติร่วมแปซิฟิกของกองทัพบกสหรัฐอเมริกาจะเตรียมความพร้อมของกองกำลังในการเคลื่อนกำลังพลและคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ สำหรับพันธมิตรและหุ้นส่วนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก เพื่อแบ่งปันบทเรียนที่ได้รับในขณะที่ฝึกร่วมกับทหารของสหรัฐฯ

นับเป็นครั้งแรกที่ศูนย์เตรียมความพร้อมข้ามชาติร่วมแปซิฟิกและกองพลทหารราบที่ 25 ได้ทำการหมุนเวียนศูนย์ฝึกการรบบนเกาะฮาวายเพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการ ทั้งป่าทึบ หมู่เกาะ และระดับความสูงชัน ซึ่งเทียบได้กับสภาพแวดล้อมที่กองทัพสหรัฐฯ และกองทัพอินโดแปซิฟิกอื่น ๆ เผชิญอยู่ทั่วภูมิภาค โดยในการหมุนเวียนครั้งแรกนั้นประกอบด้วยผู้เข้าร่วมจากอินโดนีเซียและไทย

“นี่เป็นวิธีคิดที่แตกต่าง และเป็นวิธีการปฏิบัติที่แตกต่าง ผู้คนต่างกล่าวว่าในอนาคตสมรภูมิแปซิฟิกจำเป็นต้องมีศูนย์ฝึกการรบ และตอนนี้เราได้จัดทำศูนย์ฝึกการรบดังกล่าวขึ้นแล้ว สำหรับเราแล้ว อนาคตก็คือตอนนี้” พ.ต. เจมส์ แอนเดอร์สัน ผู้บัญชาการศูนย์เตรียมความพร้อมข้ามชาติร่วมแปซิฟิก กล่าว “พวกเราเป็นระบบเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อแสดงสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง เสมือนจริง และสร้างสรรค์ ซึ่งหมายความว่าพวกเราสามารถจำลองกองกำลังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองทัพอวกาศ และกองกำลังทางไซเบอร์ได้ และเรายังสามารถนำกองกำลังทั้งหมดเหล่านั้นมาร่วมการฝึกอบรมแบบถ่ายทอดสดได้อีกด้วย ทั้งการใช้หลักการของกองทัพ การทำงานร่วมกับหลักการร่วม การทำงานกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา การรักษากองกำลังไว้ในสมรภูมิ และการฝึกซ้อมในสภาพแวดล้อมจริง ผมคิดว่าเรากำลังสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ถึงความพร้อมสูงสุดของทีมรบและทหารกองพลน้อย”

ศูนย์เตรียมความพร้อมข้ามชาติร่วมแปซิฟิกร่วมมือกับศูนย์ฝึกอบรมความพร้อมร่วมแห่งหนึ่งของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ค่ายฟอร์ทพอล์ค รัฐลุยเซียนา ค่ายฟอร์ทพอล์คนั้นต่างจากค่ายที่ฮาวายตรงที่ทหารไม่มีโอกาสได้ฝึกในสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรและป่าทึบที่ซึ่งพวกเขาจะต้องเผชิญในภูมิภาคนี้

“เราเห็นถึงประโยชน์มากมายจากการมีสภาพแวดล้อมของการฝึกที่สมจริง การฝึกโจมตีแบบสะเทินน้ำสะเทินบก และการได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรและกองกำลังร่วมของเราที่นี่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้” พ.ท. เจมี่ ด็อบสัน โฆษกกองพลทหารราบที่ 25 กล่าวกับหนังสือพิมพ์สตาร์แอนด์สไตรป์ และได้กล่าวเสริมอีกว่า คาดว่าจะมีการฝึกซ้ำอีกในอนาคต

การฝึกซ้อมในฮาวายไม่เพียงช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมในชีวิตจริงเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับอินโดนีเซียและไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ อีกด้วย

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ กองทัพอินโดนีเซีย ซึ่งรู้จักกันในชื่อกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซีย และนักวางแผนการทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิฮาวาย ได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการเกมาภักตี ซึ่งเป็นปฏิบัติการสันติภาพและการฝึกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 นับว่าเป็นโครงการความร่วมมือของรัฐแบบตัวต่อตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2562 อันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19

“ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายในระหว่างการฝึกซ้อมของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้” พ.ต. ราชา สิตางกัง เจ้าหน้าที่ของกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวในรายงานข่าวของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิฮาวาย “ในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพ ผมช่วยแนะนำขั้นตอนการวางแผนในขณะที่เราเปลี่ยนจากการบังคับใช้สันติภาพสู่การรักษาสันติภาพในสถานการณ์การฝึกของปีนี้ การฝึกนี้กำหนดให้เราต้องคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ เนื่องจากจะไม่มีคำตอบที่ง่าย ๆ กำหนดไว้ให้เลย กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิฮาวายมีความเป็นมืออาชีพเป็นอย่างมากและเจ้าหน้าที่หลายท่านยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนในโครงการนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ”

บุคลากรของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิฮาวายได้เดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำก่อนการระบาดใหญ่

เพื่ออำนวยความสะดวกในการพัฒนาความสัมพันธ์และทักษะระหว่างการจำลองการฝึกของศูนย์เตรียมความพร้อมข้ามชาติร่วมแปซิฟิกและกองพลทหารราบที่ 25 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฝึกอบรมความพร้อมร่วม รวมถึงทหารสหรัฐฯ จำนวน 4,000 นาย พร้อมกับทหารอินโดนีเซียและทหารไทยจำนวน 200 นาย ได้เดินทางไปยังฮาวายเพื่อจำลองสถานการณ์การฝึก ตามรายงานของหนังสือพิมพ์สตาร์แอนด์สไตรป์ (ภาพ: ทหารอินโดนีเซียทำการสแกนหากองกำลังฝ่ายตรงข้ามระหว่างการฝึกที่ศูนย์หมุนเวียนข้ามชาติร่วมแปซิฟิก ในฮาวาย เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564) นอกจากนี้ การจัดการฝึกในฮาวายยังช่วยให้พันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ ได้แบ่งปันบทเรียนที่ได้รับจากการสำรวจภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกันในแต่ละประเทศของตนอีกด้วย

ตามรายงานของโฮโนลูลู สตาร์-แอดเวอร์ไทเซอร์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ย้อนนึกถึงสงครามโลกครั้งที่สองโดยที่กองทัพบกสหรัฐฯ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้เพิ่มการฝึกในฮาวายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่จะเป็น “กองกำลังยึดเกาะในศตวรรษที่ 21” หนังสือพิมพ์ยังระบุอีกว่าปืนใหญ่และขีปนาวุธพิสัยไกลเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในแผนการปรับปรุงกองทัพบกของสหรัฐฯ ให้ทันสมัย

 

ภาพจาก: ส.อ. คาร์ลี โลเปซ/กองทัพบกสหรัฐฯ

หุ้น