• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ประธานาธิบดีไบเดนและนายสีตกลงที่จะพิจารณาการเจรจาควบคุมอาวุธที่เป็นไปได้
ประธานาธิบดีไบเดนและนายสีตกลงที่จะพิจารณาการเจรจาควบคุมอาวุธที่เป็นไปได้

ประธานาธิบดีไบเดนและนายสีตกลงที่จะพิจารณาการเจรจาควบคุมอาวุธที่เป็นไปได้

รอยเตอร์

นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนได้ตกลงกันในการประชุมเสมือนจริงเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ว่าจะพิจารณาการเจรจาด้านการควบคุมอาวุธ

ประธานาธิบดีไบเดนและนายสีตกลงที่จะ “เริ่มดำเนินการหารือต่อไปเกี่ยวกับเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” นายซัลลิแวนกล่าว โดยอ้างถึงความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการสะสมนิวเคลียร์และขีปนาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน “คุณจะได้เห็นการมีส่วนร่วมที่มีมากขึ้นหลายระดับ เนื่องจากต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะมีแนวกั้นโดยรอบของการแข่งขันนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้ง” นายซัลลิแวนกล่าวในการสัมมนาทางเว็บไซต์ของสถาบันบรูกกิงส์

นายซัลลิแวนไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบที่เป็นไปได้ของการหารือเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ แต่กล่าวว่า “มันไม่เหมือนกับสิ่งที่มีในบริบทของรัสเซีย ซึ่งเป็นการเจรจาด้านเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่การเจรจาครั้งนี้มีความน่าเชื่อถือมากกว่านั้น มีประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกยิ่งกว่านั้นมาก แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะดูมีความน่าเชื่อถือน้อยลง แต่ผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ และในตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องคิดหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการก้าวไปข้างหน้า”

สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้จีนเข้าร่วมกับตนและรัสเซียอยู่หลายครั้งในสนธิสัญญาควบคุมอาวุธฉบับใหม่

รัฐบาลจีนกล่าวว่าคลังสรรพาวุธของตนได้ถูกจำกัดจากข้อเรียกร้องของรัสเซียและสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่าจีนพร้อมที่จะดำเนินการเจรจาแบบทวิภาคีเกี่ยวกับความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ “บนพื้นฐานของความเสมอภาคและการเคารพซึ่งกันและกัน” การประชุมที่นานกว่าสามชั่วโมงเป็นการแลกเปลี่ยนเชิงลึกที่สุดของผู้นำทั้งสอง นับตั้งแต่นายไบเดนเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564

สหรัฐฯ คิดว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ที่มีปัญหามากขึ้นในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการกระทำของรัฐบาลจีนที่มีความก้าวร้าวต่อไต้หวันที่จีนอ้างสิทธิ์

เมื่อถามว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับความตึงเครียดอของเกาะที่ปกครองตนเองหรือไม่ ประธานาธิบดีไบเดนได้กล่าวว่า “มีแน่นอน เราก็ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราสนับสนุนการกระทำของไต้หวัน”

ประธานาธิบดีไบเดนได้อ้างถึงกฎหมายความสัมพันธ์กับไต้หวัน ซึ่งเป็นกฎหมายของสหรัฐฯ ที่กำหนดให้สหรัฐฯ ช่วยจัดหาวิธีการป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบาย “ความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์” ในการที่จะเข้าแทรกแซงทางการทหารในกรณีที่มีการโจมตีของจีนมานานแล้ว

“ผมคิดว่าพวกเขาต้องตัดสินใจ… หมายถึงไต้หวัน ไม่ใช่พวกเรา” ประธานาธิบดีไบเดน กล่าวเสริม “เราไม่ได้สนับสนุนให้พวกเขามีเอกราช”

นายสีกล่าวกับประธานาธิบดีไบเดนว่า จีนจะใช้ “มาตรการขั้นเด็ดขาด” หากไต้หวันล้ำเส้นรัฐบาลจีนเพื่อแสวงหาเอกราช

นายซัลลิแวนกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจทั่วโลกหลายประการ รวมไปถึงวิธีการที่ทั้งสองประเทศจะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าแหล่งพลังงานของโลกและความผันผวนของราคาจะไม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไบเดนยังกดดันนายสีในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย (ภาพ: หน้าจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งแสดงภาพของ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (ซ้าย) และนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ระหว่างการประชุมเสมือนจริงเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564)

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และจีนยังกล่าวด้วยว่าได้มีการบรรลุข้อตกลงในการผ่อนปรนข้อจำกัดสำหรับการเข้าถึงของผู้สื่อข่าวจากประเทศอื่น ๆ

 

ภาพจาก: รอยเตอร์

หุ้น