หัวหน้าองค์การนาโตเรียกร้องให้จีนเข้าร่วมการเจรจาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส
นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ เรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมความพยายามระหว่างประเทศเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ ท่ามกลางความกังวลว่าระบอบการปกครองของจีนกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถบรรทุกหัวรบปรมาณูได้อย่างรวดเร็ว
นายสโตลเทนเบิร์กได้ระบุถึงลำดับความสำคัญต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในการประชุมควบคุมอาวุธประจำปีของนาโตเมื่อต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 โดยกล่าวว่าจะต้องมีประเทศเข้าร่วมการเจรจาเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านขีปนาวุธมากขึ้น ไม่ใช่เพียงรัสเซียเท่านั้น
“ในฐานะมหาอำนาจโลก จีนมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมอาวุธในระดับสากล และรัฐบาลจีนเองจะได้รับประโยชน์จากข้อจำกัดร่วมกันเกี่ยวกับจำนวนอาวุธ ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการคาดการณ์ที่มากขึ้น” นายสโตลเทนเบิร์ก (ภาพ) กล่าว “สิ่งเหล่านี้คือรากฐานของเสถียรภาพระหว่างประเทศ”
นายสโตลเทนเบิร์กเตือนว่าคลังแสงนิวเคลียร์ของรัฐบาลจีนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว “จีนกำลังสร้างฐานปล่อยขีปนาวุธจำนวนมาก ซึ่งสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีข้อจำกัดหรือข้อยับยั้งใด ๆ และเกิดขึ้นโดยขาดความโปร่งใสโดยสิ้นเชิง”
ใน พ.ศ. 2562 สหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากสนธิสัญญานิวเคลียร์ระดับกลาง พ.ศ. 2530 โดยตำหนิรัสเซียว่าละเมิดสนธิสัญญาทวิภาคี ซึ่งสนธิสัญญาดังกล่าวเป็นมาตรการควบคุมอาวุธครั้งแรกที่จะห้ามอาวุธทั้งชั้น นั่นคือ ขีปนาวุธร่อนภาคพื้นดินที่มีระยะ 500 กิโลเมตรถึง 5,000 กิโลเมตร รัสเซียปฏิเสธว่าตนไม่ได้ละเมิดกฎดังกล่าว
เนื่องจากสนธิสัญญาดังกล่าวเป็นอันโมฆะ จีนจึงเดินหน้าสร้างอาวุธดังกล่าวต่อไป อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงเพียงเล็กน้อยในการเข้าร่วมการเจรจาเรื่องการไม่แพร่ขยายอาวุธ
นายสโตลเทนเบิร์กยินดีรับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียที่จะขยายเวลาสนธิสัญญานิวสตาร์ทที่จำกัดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ต่อไปอีก 5 ปี นายสโตลเทนเบิร์กกล่าวว่า การเจรจาเรื่องการไม่แพร่ขยายอาวุธควรเพิ่มประเภทของอาวุธมากกว่าเดิม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์
ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส