• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ตาลีบันยินดีรับเงินหยวนโดยแลกกับความยากลำบากของชาวอุยกูร์
ตาลีบันยินดีรับเงินหยวนโดยแลกกับความยากลำบากของชาวอุยกูร์

ตาลีบันยินดีรับเงินหยวนโดยแลกกับความยากลำบากของชาวอุยกูร์

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากเป็นมุสลิมในเอเชียกลางได้หลีกเลี่ยงการประณามสาธารณรัฐประชาชนจีนเกี่ยวกับการข่มเหงชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่น ๆ ในซินเจียง ไม่เพียงเพราะอิทธิพลของจีนที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคนี้ แต่ยังเป็นเพราะรัฐบาลต่างต้องการการลงทุนของจีนด้วย

ในการกลับคืนสู่อำนาจในอัฟกานิสถาน กลุ่มตาลีบันได้คำนวณทางการเมืองและเศรษฐกิจไว้ในแบบเดียวกัน ในการพบปะกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ตัวแทนระดับสูงของกลุ่มตาลีบันได้ให้คำมั่นสัญญาเพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจว่า ตาลีบันจะไม่ยอมให้อัฟกานิสถาน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเอเชียกลางและเอเชียใต้ เป็นฐานทัพของกองทัพในการโจมตีข้ามพรมแดนเข้าสู่จีน ตามรายงานของเอเจนซ์ฟรานซ์-เพรส

นายแอนดรูว์ สมอลล์ นักวิชาการอาวุโสของกองทุนเยอรมันมาร์แชลแห่งสหรัฐอเมริกากล่าวกับเนชันแนลพับบลิกเรดิโอว่า คำมั่นสัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องง่ายสำหรับกลุ่มตาลีบันที่จะรักษาไว้ “กลุ่มตาลีบันไม่ได้ให้ความสนใจต่อซินเจียงอย่างเปิดเผยมากนัก ทั้งในด้านแผนงานโครงการใหญ่โตต่าง ๆ หรือชาวอุยกูร์ก็ตามที ซินเจียงไม่ใช่ความกังวลหลักของกลุ่มตาลีบัน”

จีนได้ดำเนินการการป้องกันการสูญเสียผลประโยชน์ของตนในเอเชียใต้โดยการสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มตาลีบัน จีนมีความกลัวมาเป็นเวลานานว่า อัฟกานิสถานอาจกลายเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มผู้แบ่งแยกดินแดนชาวอุยกูร์ ซึ่งจะทำให้ตาลีบันมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าจีน

นายร็อดเจอร์ เบเกอร์ นักวิเคราะห์ของสแตรทฟอร์ เรน บริษัทข่าวกรองความเสี่ยง กล่าวกับเนชันแนลพับบลิกเรดิโอว่า “จีนมองว่าอำนาจต่อรองดังกล่าวเป็นภัยคุกคามที่สำคัญอย่างแท้จริงไม่เพียงแค่ในภูมิภาคซินเจียงซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติมากมายเท่านั้น แต่จีนยังมีความกลัวว่าอำนาจดังกล่าวอาจเข้ามาโจมตีส่วนอื่น ๆ ของจีนที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจมากกว่าได้” จีนและอัฟกานิสถานมีพรมแดนร่วมกันเป็นระยะทางกว่า 76 กิโลเมตร

พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งไม่เชื่อในพระเจ้าได้อ้างว่าการมีอยู่ของกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนา โดยเฉพาะบรรดาชาวอุยกูร์ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียกลาง คือเหตุผลในการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมในซินเจียง จีนได้ควบคุมตัวชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมอื่น ๆ มากกว่า 1 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไว้ในศูนย์กักกันหลายร้อยแห่งทั่วภูมิภาคซินเจียงตะวันตกของจีน ตามรายงานข่าว (ภาพ: เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่นอกศูนย์กักกันที่ใหญ่ที่สุดของจีนในเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 ในซินเจียง ซึ่งเรียกว่าศูนย์อุรุมชีหมายเลข 3 ซึ่งสามารถกักขังผู้ต้องขังได้มากกว่า 10,000 คน ตามรายงานของดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส)

ข่าวจากสื่อหลายแห่งรายงานว่า รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนและกลุ่มตาลีบัน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ยึดมั่นในศาสนาอิสลามดั้งเดิม กำลังพยายามค้นหาวิธีที่จะร่วมมือกันท่ามกลางอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน แม้บรรดานักวิเคราะห์จะกล่าวว่าการติดต่อประสานงานดังกล่าวอาจเป็นข้อตกลงเชิงเหยียดหยามกันก็ตาม

นายราฟฟาเอลโล แพนทุชชี นักวิชาการอาวุโสของสถาบันรอยัลยูไนเต็ดเซอร์วิส ณ กรุงลอนดอน กล่าวกับเรดิโอฟรียุโรป/เรดิโอลิเบอร์ตีว่า “รัฐบาลจีนและกลุ่มตาลีบันมีความเคลือบแคลงสงสัยซึ่งกันและกันอย่างมากในเรื่องนี้” “รากฐานของจีนและตาลีบันคือการที่แต่ละฝ่ายมองว่าอีกฝ่ายเป็นหนทางที่จะนำไปสู่จุดจบ”

กลุ่มตาลีบัน ซึ่งเคยปกครองอัฟกานิสถานในฐานะเอมิเรตส์อิสลาม อาจได้รับอำนาจทางเศรษฐกิจมากขึ้นจากการเจรจาต่อรองกับจีน นายหลิน มินวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียใต้แห่งมหาวิทยาลัยฟูตันของเซี่ยงไฮ้ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “กลุ่มตาลีบันจะได้รับชัยชนะทางการทูตครั้งใหญ่ เมื่อประเทศมหาอำนาจหลักในเอเชียอย่างจีนแสดงให้เห็นถึงการยอมรับความชอบธรรมทางการเมืองของกลุ่มตาลีบันโดยการพบปะกับกลุ่มตาลีบันอย่างเปิดเผย”

ขณะที่นักวิเคราะห์คนอื่น ๆ มองโอกาสของความสัมพันธ์ดังกล่าวในแง่ลบมากขึ้น

นายโรฮัน กุนารัตนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ คาดการณ์ว่า กลุ่มตาลีบันจะกลับไปสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธชาวอุยกูร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขากลับมาจากซีเรีย

“ตาลีบันเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มติดอาวุธชาวอุยกูร์ ซึ่งทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเป็นอย่างยิ่ง” นายกุนารัตนะกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล “จากการถอนกำลังทหารของสหรัฐฯ กลุ่มตาลีบันจะกลับไปเป็นอย่างที่เคย เนื่องจากอุดมการณ์ของตาลีบันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนัก อัฟกานิสถานจะกลายเป็นดินแดนผู้ก่อการร้ายที่ซึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างชาติเหล่านี้จะฟื้นคืนชีพอย่างน่าเกรงขามอีกครั้ง”

 

ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

หุ้น