การสร้างแผนการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ให้เป็นอาวุธ

การสร้างแผนการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ให้เป็นอาวุธ

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ที่รู้จักเพียงในนามของจีน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่อำนาจทางทะเลของจีนได้ง่ายขึ้น

นายแดเนียล อาร์. รัสเซล และนายเบลค เอช. เบอร์เกอร์

แม้ว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนจะประกาศว่าเป็นโครงการริเริ่มด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา แต่แท้จริงแล้วการลงทุนโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นการรวมความพยายามทั้งหมดของทุกหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนา “ความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างการต่อสู้ทางทหารและความพยายามทางการเมือง การทูต เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และกฎหมาย” ที่นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ได้เรียกร้องเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการเพิ่มอิทธิพลของจีน

การบูรณาการภาคส่วนพลเรือนและทหารเป็นเสาหลักของกรอบยุทธศาสตร์ของนโยบายด้านกลาโหมของจีน ซึ่งช่วยให้จีนได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรกลาโหมของชาติในยามสงบสุข และได้รับจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนในกรณีที่เกิดความขัดแย้ง

ในการที่นายสีได้สนับสนุน “ระบบพลเรือนและทหารที่เป็นหนึ่งเดียวของขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์” จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง รวมถึงแม่แบบท่าเรือ-สวน-เมือง เส้นทางสายไหมแบบดิจิทัล และระเบียงข้อมูลทางอวกาศ ได้รับการออกแบบให้มีคุณสมบัติการใช้งานได้สองทางที่เสริมศักยภาพทางการทหารและขีดความสามารถด้านข่าวกรอง

แม้ว่าจะมีวาทศิลป์ที่สื่อถึงประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายของรัฐบาลจีนเกี่ยวกับลักษณะพื้นฐานอันสงบสุขและไม่เป็นภัยของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง แต่ดูเหมือนการดำเนินงานทางทหารและเชิงกลยุทธ์ที่รอบคอบจะเห็นได้ชัดเจนในโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านความมั่นคงดังกล่าวต่อสหรัฐอเมริกาหรือต่อผลประโยชน์ของภูมิภาค ไม่ได้อยู่ในความเสี่ยงจากห่วงโซ่แบบประคำไข่มุกของป้อมปราการชายฝั่งโพ้นทะเลที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจะปกป้องและทำสงครามได้

ท่าเรือจีนบนเกาะเทียมใกล้เมืองเจาะพยูในเมียนมาร์ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เสริมสร้างความสามารถของกองทัพปลดปล่อยประชาชนในการใช้มาตรการป้องกันช่องแคบมะละกาซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ และท่าเรือแห่งนี้ใช้เป็นจุดสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ที่มากมูลค่าในมหาสมุทรอินเดียด้วย รอยเตอร์

มีเพียงหลักฐานอันน้อยนิด ณ ปัจจุบันที่แสดงว่าจีนกำลังสร้างฐานทัพในต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบตามแม่แบบของสหรัฐฯ แต่มีหลักฐานมากมายที่แสดงว่าจีนกำลังพัฒนาเครือข่ายจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถทำให้การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และลดความเต็มใจของรัฐบาลที่รับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในการที่จะให้สหรัฐฯ เข้าถึงหรือช่วยเหลือได้อย่างมีนัยสำคัญ

เครือข่ายนี้รวมอยู่ในกองทัพภายในภาคพลเรือน การควบคุมการเงิน เทคโนโลยี เครื่องมือทางการค้าและการพัฒนาเพื่อเป้าหมายด้านกลยุทธ์และทางกลาโหม เครือข่ายดังกล่าวสนับสนุนการแสดงถึงศักยภาพของกองทัพปลดปล่อยประชาชนโดยตรง ผ่านขีดความสามารถของเครือข่ายด้านการดำเนินงาน โลจิสติกส์ และด้านข้อมูลที่มีศูนย์กลางอยู่บนแพลตฟอร์มโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผลประโยชน์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน แต่ไม่เอื้อต่อสหรัฐฯ

ผลประโยชน์ที่จีนได้รับจากการยกระดับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง แน่นอนว่าทำให้สหรัฐฯ กลับต้องสูญเสียบางส่วนไป ดังเช่นอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็น “ชุดความสามารถที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน … เพื่อเอาชนะอเมริกา … ในการแสดงแสนยานุภาพ”

มาตรการตอบโต้ทางดิจิทัล

การส่งออกทางเทคโนโลยีของจีนภายใต้เส้นทางสายไหมแบบดิจิทัล และการนำเครือข่ายดาวเทียมเป่ยโต่วมาใช้อย่างกว้างขวาง เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของชุดความสามารถนี้ เมื่อเทคโนโลยีของจีน เช่น สายเคเบิลใยแก้วนำแสงและเครือข่าย 5G ได้หลอมรวมเข้ากับส่วนประกอบทั้งหมดของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง การพึ่งพาบริษัทจีนของรัฐบาลที่รับโครงการก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกเหนือจากการส่งเสริมการปกครองทางดิจิทัลด้วยลักษณะเฉพาะของจีนแล้ว การแพร่กระจายของเทคโนโลยีจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือเฝ้าระวังและปราบปราม เป็นการสนับสนุนระบอบเผด็จการ กล่าวคือ รัฐบาลต่าง ๆ ที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะเข้าไปแสดงความไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

เหตุเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้สหรัฐฯ และบริษัทต่าง ๆ รวมถึงพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ เสียเปรียบ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสามารถของจีนในการยึดและผูกมัดความได้เปรียบต่าง ๆ โดยการกำหนดมาตรฐานสำหรับเทคโนโลยีรุ่นต่อไป จนถึงขณะนี้ มาตรการตอบโต้ของสหรัฐฯ เช่น ความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อทางดิจิทัลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ประกาศเมื่อ พ.ศ. 2561 ด้วยงบประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 820 ล้านบาท) ก็ยังไม่เพียงพออย่างมาก

ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ดูเหมือนแนวโน้มใหม่จะมุ่งสู่ระบบนิเวศทางการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และกลยุทธ์ที่จีนครอบงำเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากจะมีความท้าทายที่เกิดขึ้นโดยโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางสำหรับสหรัฐฯ ความท้าทายดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่ความสามารถอันได้รับการปรับปรุงของกองทัพปลดปล่อยประชาชนเพียงเท่านั้น แต่อยู่ที่ความสามารถที่ปรับปรุงดีขึ้นของจีนในการแสดงให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตย กฎระเบียบ หรืออิทธิพลที่ไม่เหมาะสมจากการอ้างสิทธิ์ในผลประโยชน์หลักแต่เพียงฝ่ายเดียว การใช้อำนาจนี้จะท้าทายความสงบเรียบร้อยตามกฎระเบียบที่เปิดกว้าง ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ

หากจีนประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จากโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเพื่อให้มีอิทธิพลเหนือภูมิภาคอินโดแปซิฟิก บทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคจะถูกลดทอนลง การเคลื่อนไหวไปสู่ระบบนิเวศในภูมิภาคที่มีจีนเป็นศูนย์กลาง แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในความสมดุลของอำนาจดังกล่าวในภูมิภาคระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งมีการสะท้อนถึงกลยุทธ์ “เขตอิทธิพล” ในแถลงการณ์ของนายสีที่เรียกว่า “เอเชียเพื่อชาวเอเชีย” คำมั่นของนายสีบอกเป็นนัยว่าจะสร้าง “สถาปัตยกรรมใหม่ของความร่วมมือด้านความมั่งคงในภูมิภาคที่สะท้อนถึงความต้องการของชาวเอเชีย”

การสร้างเวทีพหุภาคีในภูมิภาคที่ไม่มีสหรัฐฯ ของจีนบ่งชี้ว่าจีนกำลังวางรากฐานสำหรับความมั่นคงทางภูมิภาค และระเบียบทางเศรษฐกิจที่ยึดจีนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ในทางกลับกัน การสร้างเวทีพหุภาคีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยตามกฎระเบียบระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

นี่ไม่ใช่ข้อสรุปที่คาดการณ์ไว้ว่าระบบนิเวศที่เกิดขึ้นใหม่อันมีรากฐานมาจากโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนี้จะเป็นจริงในท้ายที่สุด อนึ่ง เป็นความจริงที่ว่านโยบายของสหรัฐฯ และการมีส่วนร่วมทางการทูตในภูมิภาคที่น้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้ช่วยสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม จีนเผชิญหน้ากับกองกำลังตอบโต้ต่าง ๆ ที่สามารถทำให้แผนการของจีนล้มเหลวได้ จีนไม่ได้เสนอวิสัยทัศน์ระดับโลกในแบบที่ประเทศต่าง ๆ ดูกระตือรือร้นที่จะยอมรับ การเติบโตของจีนในระดับตัวเลขสองหลักได้ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และผลที่ตามมาจากการระบาดของโควิด-19 ได้ลดทรัพยากรต่าง ๆ ที่จีนจะสามารถแบกรับได้

ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจที่กำลังลดลง

สภาพเศรษฐกิจของจีนในวันนี้แตกต่างกันอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงห้าปีแรกของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ทำให้ไม่ชัดเจนว่าจีนจะสามารถเพิ่มเงินลงทุนจำนวนมากไปยังแผนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปได้ทั้งทางการเงินและทางการเมืองมากน้อยเพียงใด โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางมีผลกำไรเชิงพาณิชย์เพียงน้อยนิด และเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ทำให้ปัญหานี้รุนแรงยิ่งขึ้น

แม้จะมีการรวมตัวทางทหารและพลเรือนที่เพิ่มขึ้น ในบางกรณี นักพัฒนาก็ไม่ได้ปฏิบัติตามแผนหรือกลับดำเนินการอย่างลวก ๆ ในการสร้างท่าเรือ ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ทางทะเลไม่ได้ตามมาตรฐานของกองทัพปลดปล่อยประชาชน บางส่วนของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางได้ถูกระงับหรือยกเลิก และโครงการอื่น ๆ จะอ่อนกำลังลงบนแบบร่าง เนื่องจากประเทศที่รับโครงการได้ลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน

รัฐบาลที่รับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหลายรัฐไม่สามารถชำระหนี้ให้กับจีนได้ ทำให้รัฐบาลจีนมีทางเลือกที่ไม่น่าพึงพอใจ ระหว่างตัวเลือกมูลค่าสูงของการยกเว้นหนี้ หรือการปรับโครงสร้างใหม่ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของจีนตกอยู่ในภาวะยากลำบาก เมื่อเปรียบเทียบกับการกดดันให้ชำระหนี้คืน หรือการชดเชยในรูปแบบอื่น โดยนั่นเสี่ยงต่อการวิจารณ์ในเรื่อง “การทูตกับดักหนี้” และปฏิกิริยาตอบกลับที่รุนแรงในท้องถิ่น

ในขณะที่จีนอยู่ในกระบวกการพักชำระหนี้ G-20 โดยประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกที่ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา แต่ไม่ได้มีนโยบายที่คล้ายกันเกี่ยวกับหนี้สินในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ปากีสถาน ซึ่งได้ร้องขอผ่อนปรนเงินกู้มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) เป็นผู้กู้ยืมที่มีความเสี่ยงสูง ตามการจำแนกขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับประเทศหลัก ๆ ที่รับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เช่น บังกลาเทศ ลาว และศรีลังกา เจ้าหน้าที่จีนที่ยอมรับว่าการบรรเทาหนี้สินไม่ใช่เรื่องง่าย ได้ระงับการให้เงินกู้ยืมพิเศษของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของจีน ซึ่งได้สนับสนุนเงินทุนในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางกว่า 1,800 โครงการ โดยมีมูลค่าประมาณ 1.49 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.9 ล้านล้านบาท)

เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้เตือนว่า “เงินกู้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไม่ใช่ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ” และแสดงให้เป็นที่ทราบอย่างชัดเจนว่าจีนหวังจะได้รับเงินต้นคืน รวมถึงดอกเบี้ยพอประมาณเป็นอย่างน้อย

การจัดการกับกระแสตีกลับ

โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนได้ก่อให้เกิดความกังวลมาอย่างยาวนานในประเทศที่ตกลงรับโครงการ โดยเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่การทุจริตและการแย่งชิงดินแดน ไปจนถึงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิและความปลอดภัยของคนงาน พฤติกรรมการรุกรานของรัฐบาลจีนที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับข้อพิพาททางดินแดนได้ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจและความไม่พอใจในภูมิภาค

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง สาธารณรัฐประชาชนจีนพยายามที่จะส่งออกโครงการเมืองและท่าเรืออัจฉริยะ ซึ่งมีกล้องที่เชื่อมกันเป็นเครือข่าย (ในภาพคือที่ฮ่องกง) รวมทั้งเซ็นเซอร์และบริการตรวจจับตำแหน่งที่สามารถใช้สำหรับการตำรวจได้ถูกต้องตามกฎหมายหรือเพื่อการปราบปราม รอยเตอร์

การทูตแบบนักรบหมาป่ามือหนักได้ลดอำนาจการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้มีเมตตาและผู้ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้นอย่างสันติของจีน พฤติกรรมการแสวงหาผลประโยชน์ของบริษัทจีนในแอฟริกาได้กระตุ้นให้เกิดความไม่พอใจ และในบางกรณีก็เป็นกระแสตีกลับอย่างรุนแรงต่อคนงานจีน ดังนั้น จึงเป็นเหตุเป็นผลที่หากจีนผลักดันอย่างหนักเกี่ยวกับการชำระหนี้คืนจากรัฐที่มีภาวะฝืดเคืองทางการเงิน ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอันเกิดจากการระบาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดในจีน ย่อมไม่น่าเป็นไปได้มากนักที่จะลงเอยกับประเทศพันธมิตรด้วยดี รวมทั้งอาจลดทอนภาพลักษณ์และกลยุทธ์ของจีนได้

การวิพากษ์วิจารณ์โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไม่เพียงมาจากประเทศที่รับโครงการและประเทศที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่บ่อยครั้งยังมาจากประชากรจีนมากขึ้นด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนประสบปัญหา และประชากรของจีนยังรู้สึกได้ถึงความเสียหายจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนและผลที่มาจากโควิด-19 พลเมืองจีนจึงหันมาใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อโครงการใหญ่ที่สร้างความสูญเสียเหล่านี้

นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ และนักธุรกิจชาวจีนได้แย้งว่าทรัพยากรที่อุทิศให้กับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางอาจนำมาใช้ภายในประเทศได้ดีกว่านี้ จีนจะสามารถใช้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางโดย “ทำให้เป็นอาวุธ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่ยึดจีนเป็นศูนย์กลางการค้า เทคโนโลยี การเงิน และจุดยุทธศาสตร์ ขณะลดทอนอิทธิพลและบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคง จะขึ้นอยู่กับทางเลือกของจีน และสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกด้วยเช่นกัน

ความสามารถของสหรัฐฯ ในการเป็นหุ้นส่วนที่แข็งขันและน่าเชื่อถือในหลายภาคส่วนและหลายภูมิภาคดูเหมือนจะเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับประเทศเป้าหมายของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ในการต้านทานกลยุทธ์การใช้แรงจูงใจทั้งทางบวกและทางลบของจีน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐอินโดแปซิฟิกที่มีความคิดคล้ายกัน ซึ่งรวมถึงออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะมีส่วนร่วมและหาทางเลือกในการปฏิบัติกับสิ่งที่จีนเสนอ

บทความนี้ตัดตอนมาจากรายงานของสถาบันนโยบายทางสังคมของเอเชียเรื่อง “การสร้างโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางให้เป็นอาวุธ” ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 โดยปรับให้เหมาะกับรูปแบบของ ฟอรัม

หุ้น