• Home »
  • ติดอันดับ »
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนผลักดันให้มีการกำหนดบรรทัดฐานการดำเนินการในทะเลจีนใต้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนผลักดันให้มีการกำหนดบรรทัดฐานการดำเนินการในทะเลจีนใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนผลักดันให้มีการกำหนดบรรทัดฐานการดำเนินการในทะเลจีนใต้

ทอม แอบกี

ปฏิญญาเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้และมาตรการร่วมมือเพื่อป้องกันภัยคุกคามข้ามชาติ ซึ่งเน้นย้ำถึงการประชุมกลาโหมพหุภาคีที่ระลึกครบรอบ 15 ปีของการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประจำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ เอดีเอ็มเอ็ม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน พม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ได้รวมตัวกันในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประจำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี ในวันรุ่งขึ้น คณะรัฐมนตรีจากประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์สาธารณรัฐประชาชนจีน รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมการประชุมเอดีเอ็มเอ็ม-พลัส ซึ่งจัดขึ้นทุกปีเช่นกัน (ภาพ: นายเอิง เอ็งเฮ็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ (กลาง) และรัฐมนตรีคนอื่น ๆ เข้าร่วมการประชุมประจำปีของสมาคมรัฐมนตรีกลาโหมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 15 ซึ่งจัดขึ้นทางออนไลน์เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564)

ทั้งสองการประชุมได้ออกปฏิญญาที่เกี่ยวข้องกับทะเลจีนใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนเรียกร้องให้ดำเนินการตามปฏิญญาว่าด้วยการดำเนินการของภาคีในทะเลจีนใต้ พ.ศ. 2545 อย่างเต็มที่ ซึ่งได้ข้อสรุประหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ “สรุปหลักปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและเป็นสาระสำคัญในทะเลจีนใต้ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. 2525”

ปฏิญญาการประชุมเอดีเอ็มเอ็ม-พลัส สนับสนุน “การยึดมั่นในหลักนิติธรรม การกำกับดูแลที่ดี หลักการประชาธิปไตยและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ การเคารพและส่งเสริมเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซียและจีนเป็นหนึ่งในผู้ลงนาม แม้ว่าจะมีการรายงานอย่างกว้างขวางถึงความล้มเหลวของรัฐบาลทั้งสองประเทศในแต่ละด้านดังกล่าวก็ตาม

รัฐบาลจีน ผู้เป็นเหมือนผู้นำในความล้มเหลวในการปฏิบัติตามแต่ละข้อที่กล่าวมา ยืนกรานที่จะเพิกเฉยต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลโดยยังคงอ้างสิทธิ์ในอาณาเขตในทะเลจีนใต้และทะเลตะวันออก ซึ่งศาลระหว่างประเทศตัดสินแล้วว่าผิดกฎหมายใน พ.ศ. 2559 ตามรายงานของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ

ปฏิญญาของการประชุมทั้งสองอ้างอิงถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลในฐานะที่เป็นกฎหมาย ซึ่งทุกฝ่ายตกลงกันว่าจะปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือและการบินข้ามน่านฟ้า อย่างไรก็ตาม ปฏิญญาการประชุมเอดีเอ็มเอ็ม-พลัส ไม่ได้กล่าวถึงการดำเนินการของภาคีในทะเลจีนใต้หรือหลักปฏิบัติ

ผู้เข้าร่วมการประชุมมีความเห็นพ้องกันบางประการเกี่ยวกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปฏิญญาทั้งสองฉบับชื่นชมความคืบหน้าของคณะทำงานการประชุมเอดีเอ็มเอ็ม-พลัส ที่มุ่งเน้นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนความมั่นคงทางไซเบอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 18 คนให้การต้อนรับการสนับสนุนจากประเทศคู่เจรจาสำหรับภัยพิบัติทางธรรมชาติและภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ เช่น การระบาดของโควิด-19

ผู้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างอาเซียนชิลด์ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มเพื่อตอบโต้ภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยการรวบรวมทรัพยากร ผู้เข้าร่วมให้คำมั่นว่าจะ “กระชับความร่วมมือด้านการรับมือกับการระบาดใหญ่” โดยแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและบทเรียนที่ได้เรียนรู้ “เพื่อสนับสนุนศักยภาพและการเตรียมพร้อมของอาเซียนเพื่อเอาชนะภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดของโควิด-19”

ในด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนได้ประกาศใช้เอกสารแนวคิดสองฉบับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายการป้องกันทางไซเบอร์พร้อมกับศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และศูนย์ข้อมูล

นายอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เสนอแนะให้เครือข่ายนี้เชื่อมโยงศูนย์ปฏิบัติการป้องกันทางไซเบอร์ของทุกประเทศในอาเซียนเพื่อให้ได้ประโยชน์จากประสบการณ์ของกันและกัน ตามรายงานของเบอร์นามา สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย

 

ภาพจาก: กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์

 

ทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์

หุ้น