• Home »
  • ติดอันดับ »
  • สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะยืนหยัดข้างออสเตรเลียที่เผชิญกับการบีบบังคับของจีน
สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะยืนหยัดข้างออสเตรเลียที่เผชิญกับการบีบบังคับของจีน

สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะยืนหยัดข้างออสเตรเลียที่เผชิญกับการบีบบังคับของจีน

รอยเตอร์

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าจะไม่ปล่อยให้ออสเตรเลียเผชิญกับการบีบบังคับทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนเพียงลำพัง และพฤติกรรมดังกล่าวที่กระทำต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ จะเป็นการหยุดยั้งการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

รัฐบาลสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมาเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลจีนในการกลั่นแกล้งประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน และนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พยายามเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรในอินโดแปซิฟิกเพื่อต่อต้านอำนาจของจีนที่เพิ่มขึ้น

“เราได้ชี้แจงต่อจีนอย่างชัดเจนแล้วว่า การกระทำดังกล่าวที่มีเป้าหมายมายังพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดที่สุดของเราจะขัดขวางการพัฒนาความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ และจีนอย่างไร” นายบลิงเคน กล่าวในการสรุปข่าวขณะเยี่ยมเยือน นางมาริส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 (ภาพ: นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และนางมาริส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย พูดคุยกับผู้สื่อข่าวในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564)

จีนได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าสำหรับการส่งออกของออสเตรเลีย ตั้งแต่ไวน์ไปจนถึงถ่านหิน เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 รัฐบาลจีนได้ระงับกิจกรรมที่อยู่ระหว่างการเจรจาทางเศรษฐกิจทวิภาคีกับออสเตรเลียทั้งหมด

ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่กีดกันหัวเหว่ย บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน สำหรับเครือข่าย 5 จี เนื่องด้วยความกังวลด้านความมั่นคงเมื่อ พ.ศ. 2563 จนทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจ อีกทั้งยังมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างอิสระเกี่ยวกับต้นกำเนิดการระบาดของโควิด-19

นางเพย์น กล่าวว่า ออสเตรเลียมีความชัดเจนว่าต้องการให้ความสัมพันธ์ของออสเตรเลียกับจีนพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น “แต่เราจะไม่ผ่อนปรนในด้านความมั่นคงของชาติหรืออำนาจอธิปไตยของเรา และจะยังคงทำหน้าที่ป้องกันเช่นนั้นต่อไป” นางเพย์นกล่าว

 

ภาพจาก: รอยเตอร์

หุ้น