• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยินดีร่วมมือกับเกาหลีเหนือ
ผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยินดีร่วมมือกับเกาหลีเหนือ

ผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยินดีร่วมมือกับเกาหลีเหนือ

รอยเตอร์

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายมุน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เพิ่มความพยายามที่จะทำให้เกาหลีเหนือมีส่วนร่วมในการเจรจาเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ โดยนายไบเดนกล่าวเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ว่า ตนจะเข้าพบนายคิม จองอึน ผู้นำของเกาหลีเหนือ ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

นายไบเดนและนายมุนกล่าวว่า การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ในคาบสมุทรเกาหลีคือเป้าหมายของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยผู้นำสหรัฐฯ เน้นว่าตน “ไม่ได้กำลังเพ้อฝัน” เกี่ยวกับความยากลำบากที่จะทำให้เกาหลีเหนือปลดคลังแสงนิวเคลียร์

นายไบเดนกล่าวในการแถลงข่าวร่วมว่า “ทั้งสองประเทศกังวลเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว” โดยเสริมว่าตนและนายมุนยินดีให้ความร่วมมือทางการทูตกับเกาหลีเหนือ และ “จะดำเนินการตามขั้นตอนในทางปฏิบัติเพื่อลดความตึงเครียดต่าง ๆ” (ภาพ: นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ขวา) และนายมุน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564)

เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเรียกร้องทางการทูตของสหรัฐฯ นับตั้งแต่นายไบเดนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับนายคิมสามครั้ง

โดยนายคิมปฏิเสธการปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ได้มีการสั่งให้หยุดการทดสอบชั่วคราว เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์หรือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีปนับตั้งแต่ พ.ศ. 2560 แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเชื่อว่าคลังแสงของเกาหลีเหนือมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายไบเดนกล่าวว่า ตนยินดีเข้าพบนายคิม หากนายคิมตกลงจะหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และหากที่ปรึกษาของสหรัฐฯ ได้พบกับที่ปรึกษาของเกาหลีเหนือก่อน นายไบเดนและนายมุนยังได้ย้ำถึงความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ นายมุนเป็นผู้นำต่างชาติคนที่สอง รองจากนายโยชิฮิเดะ สึกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ไปเยือนทำเนียบขาวนับตั้งแต่นายไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และนายไบเดนยังกล่าวอีกว่าการสนทนากันครั้งนี้ราวกับ “เพื่อนเก่า” พูดคุยกัน

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังหารือเกี่ยวกับจีนและไต้หวันซึ่งแสดงความไม่พอใจต่อการกดดันทางทหารของรัฐบาลจีนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นายมุนกล่าวว่า “เรามีมุมมองร่วมกันว่าสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และเราตกลงว่าจะทำงานร่วมกันในประเด็นดังกล่าวพร้อมกับพิจารณาลักษณะพิเศษของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวัน”

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยกล่าวว่าเกาะประชาธิปไตยแห่งนี้ “มีบทบาทสำคัญด้านเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคตลอดมา”

นายไบเดนรู้สึกยินดีที่บริษัทของเกาหลีใต้ทำการลงทุนในภาคยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ อาธิ ไมโครชิป โดยนายไบเดนกล่าวว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องแข่งขันร่วมกันเพื่อเอาชนะรัฐบาลจีน

ในแถลงการณ์การประชุมสุดยอด ทั้งสองประเทศตกลงที่จะพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม 5จี และ 6จี ที่เปิดกว้างและโปร่งใส รวมทั้งเพิ่มปริมาณไมโครชิปสำหรับรถยนต์ทั่วโลก ทั้งนี้ สองประเทศยังตกลงที่จะพิจารณาการสร้างคณะทำงานเฉพาะกิจด้านห่วงโซ่อุปทานสำหรับการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงอีกด้วย

นายมุนกล่าวว่า สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ตกลงที่จะสร้างความร่วมมือด้านวัคซีน ซึ่งจะรวมเอาความเชี่ยวชาญของสหรัฐฯ และความสามารถในการผลิตของเกาหลีเข้าไว้ด้วยกัน นายมุนกล่าวอีกว่า การดำเนินการนี้จะเป็นการช่วยจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ขณะที่นายไบเดนกล่าวว่า สหรัฐฯ จะจัดให้มีการฉีดวัคซีนแก่ทหารเกาหลีใต้จำนวน 550,000 นาย

 

ภาพจาก: เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

หุ้น