• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ผู้นำกลุ่มจี 7 หาทางรับมือกับสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโควิด รวมถึงความท้าทายจากจีนและรัสเซีย
ผู้นำกลุ่มจี 7 หาทางรับมือกับสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโควิด รวมถึงความท้าทายจากจีนและรัสเซีย

ผู้นำกลุ่มจี 7 หาทางรับมือกับสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโควิด รวมถึงความท้าทายจากจีนและรัสเซีย

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการระบาดของโควิด-19 คาดว่าจะเป็นหัวข้อสนทนาของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่มจี 7 ในการพบปะกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาด โดยมีประมุขแห่งรัฐจากแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา จะเข้าร่วมประชุมกันในวันที่ 11 ถึง 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ที่เมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ

“สัปดาห์หน้า ผู้นำประเทศประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจะมารวมตัวกันในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เพื่อประเทศของเราและเพื่อโลกใบนี้ ผู้คนทั่วโลกกำลังจับจ้องมายังเราที่กำลังก้าวไปสู่ความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงยุคหลังสงคราม นั่นคือการเอาชนะสถานการณ์โควิด-19 และใช้แรงหนุนจากค่านิยมที่เรามีร่วมกันเพื่อทำให้ทั่วโลกฟื้นตัว” นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวในแถลงการณ์ของเว็บไซต์ของกลุ่มจี 7 “การฉีดวัคซีนให้แก่ผู้คนทั่วโลกเสร็จสิ้นภายในช่วงสิ้นปีหน้า จะถือเป็นผลงานแห่งความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแพทย์ ผมขอความร่วมมือจากเหล่าผู้นำกลุ่มจี 7 เพื่อร่วมกันยุติการระบาดที่เลวร้ายนี้ และให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะไม่ปล่อยให้ความเสียหายที่เกิดจากไวรัสโคโรนาเกิดขึ้นได้อีก”

นักการทูตกล่าวว่า บรรดาผู้นำจะหารือถึงวิธีการมีส่วนร่วมกับจีนและรัสเซียด้วย รอยเตอร์รายงาน จีนเป็นประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก แต่ไม่เคยร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มจี 7 มาก่อน ทั้งนี้ รัสเซียเคยได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกกลุ่มจี 8 หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่ถูกระงับใน พ.ศ. 2557 หลังเข้ายึดครองคาบสมุทรไครเมียจากยูเครน ตามรายงานของรอยเตอร์

การหารือเกี่ยวกับรัสเซียจะเป็นเรื่องน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแผนจะเข้าพบนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย หลังการหารือร่วมกับกลุ่มจี 7 ซึ่งการเข้าร่วมประชุมกลุ่มจี 7 นี้ถือเป็นการเดินทางระหว่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่ที่นายไบเดนได้เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 “สิ่งที่เราต้องการทำคือให้ผู้นำของทั้งสองประเทศสามารถส่งสัญญาณที่ชัดเจน … ถึงทีมของตนเองเกี่ยวกับคำถามในเรื่องเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้เราสามารถสร้างความคืบหน้าในการควบคุมอาวุธและพื้นที่นิวเคลียร์อื่น ๆ พร้อมทั้งเพื่อลดความตึงเครียดและความไม่มั่นคงในแง่มุมของความสัมพันธ์ดังกล่าว” นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความ​มั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น

นายไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับความคาดหวังของตนผ่านความคิดเห็น ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ในหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์

“เมื่อผมเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่กรุงเจนีวา จะเป็นช่วงหลังการหารือระดับสูงกับเพื่อน หุ้นส่วน และพันธมิตรที่มีมุมมองความคิดในทิศทางเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้ที่เราได้เริ่มสานสัมพันธ์และมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน” ประธานาธิบดีไบเดนกล่าว “เรากำลังยืนหยัดร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายของรัสเซียที่มีต่อความมั่นคงของยุโรป โดยเริ่มจากการรุกรานของรัสเซียในยูเครน และจะไม่มีข้อกังขาต่อการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาเพื่อปกป้องค่านิยมประชาธิปไตยของเรา ซึ่งไม่สามารถแยกออกจากผลประโยชน์ของเราได้”

วิสัยทัศน์ของนายไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สอดคล้องกับลำดับความสำคัญที่สหราชอาณาจักรกำหนดไว้ในฐานะประธานกลุ่มจี 7 ซึ่งการจัดลำดับความสำคัญของนโยบายกลุ่มจี 7 นั้นรวมถึงการดำเนินการเพื่อ “สร้างการกลับคืนมาที่ดีกว่า” บางคุณลักษณะเหล่านี้ได้แก่

  • เป็นผู้นำการฟื้นตัวจากไวรัสโคโรนาในทั่วโลก พร้อมกับเสริมสร้างความพร้อมรับมือกับการระบาดในอนาคต
  • ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ด้วยการสนับสนุนการค้าที่เสรีและเป็นธรรม
  • รับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลก
  • ส่งเสริมค่านิยมที่มีร่วมกัน

ประธานาธิบดีไบเดนตั้งใจจะใช้การเจรจาในยุโรปเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการมีส่วนร่วมและร่วมมือกับหุ้นส่วนและพันธมิตรที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

“ในช่วงเวลาของความไม่แน่นอนทั่วโลกนี้ ขณะที่ผู้คนทั่วโลกยังคงดิ้นรนต่อสู้กับการระบาดครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ การเดินทางครั้งนี้เป็นการตระหนักถึงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ของอเมริกาที่มีต่อหุ้นส่วนและพันธมิตรของเรา ทั้งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของประชาธิปไตยในการรับมือกับความท้าทายและยับยั้งภัยคุกคามของยุคใหม่นี้” นายไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุในหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ “ไม่ว่าจะเป็นการยุติการระบาดของโควิด-19 ในทั่วทุกแห่ง การตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุดหน้าเร็วขึ้น หรือการเผชิญกับกิจกรรมที่เป็นอันตรายจากรัฐบาลจีนและรัสเซีย สหรัฐอเมริกาจะต้องเป็นผู้นำโลกด้วยสถานะที่เป็นกำลังสำคัญ”

ตอนนี้ ถึงเวลาที่ผู้นำระดับโลกจะมาร่วมกันพิสูจน์ว่า แต่ละประเทศสามารถพักเรื่องความแตกต่างไว้ก่อน เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติและโลกใบนี้ ประธานาธิบดีไบเดนกล่าว

“นี่คือคำถามที่อธิบายยุคสมัยของเรา นั่นคือ ประเทศประชาธิปไตยจะผนึกกำลังเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่แท้จริงแก่ประชาชนของเราในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้หรือไม่ พันธมิตรและสถาบันที่เป็นประชาธิปไตยอันมีบทบาทสำคัญยิ่งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา จะพิสูจน์ถึงความสามารถในการต่อต้านภัยคุกคามและปฏิปักษ์ในยุคปัจจุบันได้หรือไม่” นายไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขียน “ผมเชื่อว่าคำตอบคือใช่ และในสัปดาห์นี้ในยุโรป เรามีโอกาสที่จะพิสูจน์คำถามดังกล่าวได้”

ภาพจาก: ไอสต็อก

หุ้น