• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของจีนคุกคามมากกว่าเพียงการดำรงชีวิตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของจีนคุกคามมากกว่าเพียงการดำรงชีวิตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของจีนคุกคามมากกว่าเพียงการดำรงชีวิตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ชาวประมงตั้งแต่ในแอฟริกาไปจนถึงอเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงประณามการทำประมงที่รุกรานและบีบบังคับของสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างต่อเนื่อง

“เราจะหาปลาได้น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะเราควบคุมการทำประมงที่มากเกินไปของจีนไม่ได้ ในไม่ช้าเราอาจจะเห็นการล่มสลายของภาคการประมงของเรา” นาย เจย์ บาตองบาคาล ผู้อำนวยการสถาบันกิจการทางทะเลและกฎหมายทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ กล่าวกับดอยช์เวลล์ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงนานาชาติของเยอรมนีเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564

นายวิเซนต์ พาอวน กล่าวกับดอยช์เวลล์ว่า ชาวประมงฟิลิปปินส์ประสบกับปัญหาจากการบุกรุกของเรือประมงจีนที่เข้ามาในน่านน้ำของตนตั้งแต่ พ.ศ. 2555 เมื่อรัฐบาลจีนเริ่มสร้างโครงสร้างทางทหารบนเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ ผลกระทบจากเหตุดังกล่าวรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยการปิดเมืองจากการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ได้ นายพาอวนกล่าว

“เรามีปลาไม่พอที่จะเลี้ยงปากท้องครอบครัวด้วยซ้ำ เราขายขาดทุนและมีหนี้สินท่วมตัว เราจะอดตาย” นายพาอวน วัย 35 ปี กล่าว

จีนเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายใหญ่ที่สุดในการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมทั่วโลก ตามข้อมูลของดัชนีการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ซึ่งจัดอันดับประเทศตามหลักปฏิบัติด้านการบังคับใช้กฎหมาย การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมนับเป็นปริมาณเกือบหนึ่งในสามของการกระมงในมหาสมุทรทั้งหมด โดยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณสัตว์น้ำทั่วโลกถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ใช้ประโยชน์มากจนเกินไป หรือหมดสิ้นลงไปแล้ว ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ

จีนยังมีกองเรือประมงสากลที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตามข้อมูลของดัชนีการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม โดยมีข้อมูลดาวเทียมระบุว่ามีเรือลักษณะดังกล่าวจดทะเบียนในประเทศจีนประมาณ 17,000 ลำ มีการจดทะเบียนเรือของจีนเพิ่มเติมอีก 1,000 ลำ ซึ่งติดธงเพื่อความสะดวก ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน เมื่อเทียบกันแล้ว สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกามีเรือประมงสากลรวมกันเพียงกว่า 500 ลำ

ผู้เชี่ยวชาญยืนกรานว่า การใช้ประโยชน์จากปริมาณสัตว์น้ำของจีนก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอินโดแปซิฟิกและนอกเหนือภูมิภาคดังกล่าว การพังทลายของการประมงทั่วโลกจะทำลายวิถีชีวิตของประชากรประมาณร้อยละ 10 และส่งผลเสียต่อประชากรประมาณ 3 พันล้านคนที่อาศัยอาหารทะเลเป็นแหล่งโปรตีนหลัก ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ

นายบาตองบาคาลกล่าวว่า การแผ่ขยายอำนาจของจีนในทะเลจีนใต้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“ประเทศจีนมีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคนที่รัฐบาลจีนต้องหาเลี้ยงปากท้อง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเชิงอุดมการณ์หรือแม้แต่เชิงการเมืองแต่อย่างใด เป็นเพียงเชิงปฏิบัติเท่านั้น” นายบาตองบาคาลกล่าว

กิจกรรมการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของจีนไม่เพียงเป็นภัยคุกคามทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการละเมิดสิทธิ์ของรัฐเอกราชด้วย ในทะเลจีนใต้ กองเรือประมงจีนได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศต่าง ๆ และมีส่วนร่วมในการยึดครองดินแดนที่มีข้อพิพาทของจีนด้วยกิจกรรมที่แทบไม่ต่างกับกิจกรรมทางทหารอย่างโจ่งแจ้ง (ภาพ: ชาวประมงจีนพยายามจับปลาในทะเลจีนใต้ที่บริเวณสันดอนสกาโบโรห์ที่เป็นข้อพิพาท ซึ่งฟิลิปปินส์และสาธารณรัฐประชาชนจีนต่างอ้างสิทธิ์)

“รัฐบาลจีนต้องการให้ชาวประมงจีนทำประมงในพื้นที่นี้ เพราะการแสดงตนช่วยให้การอ้างสิทธิ์ทางทะเลของจีนมีน้ำหนักมากขึ้น” ดร.ไรอัน มาร์ตินสัน รองศาสตราจารย์ที่สถาบันการศึกษาทางทะเลจีนแห่งวิทยาลัยยุทธนาวีสหรัฐฯ กล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์

บ่อยครั้ง การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมยังเชื่อมโยงกับอาชญากรรม การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การฟอกเงิน และการหลีกเลี่ยงภาษีอีกด้วย ตามรายงานของโครงการริเริ่มระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ

สหรัฐฯ พันธมิตรและหุ้นส่วนทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายด้านการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม รวมทั้งอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามอาหารทะเลจากกองเรือประมงของจีนที่พนักงานสอบสวนระบุว่าใช้แรงงานบังคับบนเรือ 32 ลำ ตามรายงานของรอยเตอร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ กล่าวว่า แรงงานอินโดนีเซียจำนวนมากบนเรือของบริษัท ต้าเหลียน โอเชียน ฟิชชิง ถูกทรมานร่างกาย ไม่ได้ค่าจ้าง ทำงานชดใช้หนี้ ตลอดจนมีสภาพการทำงานและการดำรงชีวิตที่น่าอดสู แม้ว่าสหรัฐฯ นำเข้าปลาจากบริษัทต้าเหลียนเป็นมูลค่าเพียง 233,000 ดอลลาห์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.27 ล้านบาท) ใน พ.ศ. 2563 การสั่งห้ามนี้เป็นการห้ามครั้งแรกโดยสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ต่อทั้งกองเรือ ตามรายงานของรอยเตอร์

นายอเลจันโดร มายอร์คาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ กล่าวว่า หน่วยงานดังกล่าว “จะยังคงดำเนินการตรวจสอบการใช้แรงงานบังคับโดยเรือประมงสากล และโดยอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่หลากหลายอย่างเข้มงวด ทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้าในสหรัฐฯ ควรเข้าใจว่าจะมีผลกระทบต่อหน่วยงานที่พยายามแสวงหาประโยชน์จากแรงงานที่จะขายสินค้าในสหรัฐอเมริกา”

แรงงานที่ถูกบังคับเป็นชนวนโหมความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนหลังจากการห้ามการนำเข้าสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับการกักขังกลุ่มชาติพันธุ์ชาวอุยกูร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในภูมิภาคซินเจียงตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

 

ภาพจาก: รอยเตอร์

หุ้น