• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เสรีภาพสื่อมวลชนถดถอยลงก่อนวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก
เสรีภาพสื่อมวลชนถดถอยลงก่อนวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก

เสรีภาพสื่อมวลชนถดถอยลงก่อนวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

เสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลกกำลังถดถอยลง และกฎหมายควบคุมที่บังคับใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เร่งให้เกิดภาวะถดถอยดังกล่าว ตามรายงานประจำปีขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนที่เผยแพร่เมื่อกลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 ก่อนวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกซึ่งตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม เพียงแค่สองสัปดาห์

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อ อาร์เอสเอฟ อ้างว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นหนึ่งในผู้กระทำความผิดที่เลวร้ายที่สุด โดยอยู่ในอันดับที่ 177 จาก 180 ประเทศเป็นปีที่สามติดต่อกันในดัชนีเสรีภาพสื่อมวลชนโลกปี พ.ศ. 2564

พรรคคอมมิวนิสต์จีน “ยังคงใช้การเซ็นเซอร์ทางอินเทอร์เน็ต การเฝ้าระวัง และโฆษณาชวนเชื่อในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน” รายงานของอาร์เอสเอฟระบุ “รัฐบาลจีนใช้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อยกระดับการควบคุมข้อมูลออนไลน์มากยิ่งขึ้น”

รายงานดังกล่าวระบุว่า จีนยังคงเป็น “ผู้คุมขังผู้สื่อข่าวรายใหญ่ที่สุดในโลก” โดยกักขังผู้พิทักษ์เสรีภาพสื่อมวลชนมากกว่า 120 คน ผู้สื่อข่าวอย่างน้อยเจ็ดคนยังคงถูกคุมขังในข้อหารายงานข่าวการแพร่ระบาด และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากกว่า 450 คนถูกจับกุมในข้อหาแบ่งปัน “ข่าวลืออันเป็นเท็จ” เกี่ยวกับไวรัสดังกล่าว ตามรายงานของอาร์เอสเอฟ

ยิ่งไปกว่านั้น “‘ไวรัสการเซ็นเซอร์’ ยังได้ขยายออกนอกประเทศจีนไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฮ่องกง (อันดับที่ 80) ซึ่งกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลจีนบังคับใช้นั้น เป็นการคุกคามผู้สื่อข่าวอย่างร้ายแรง” รายงานดังกล่าวระบุ โดยเรียก “การควบคุมข้อมูลแบบเผด็จการ” จากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในฮ่องกงว่าเป็น “ข้อกังวลอย่างยิ่ง”

มีเพียงเติร์กเมนิสถาน เกาหลีเหนือ และเอริเทรียที่อยู่ในอันดับต่ำกว่าจีนในดัชนีดังกล่าวซึ่งประเมินประเทศต่าง ๆ ตามระดับเสรีภาพที่มีต่อผู้สื่อข่าว เกาหลีเหนือ “ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใช้บทเรียนการเซ็นเซอร์ข้อมูลจากจีนที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ยังคงได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีเสรีภาพสื่อต่ำที่สุดในดัชนีดังกล่าว เนื่องจากการควบคุมข้อมูลและประชากรของประเทศแบบเผด็จการ พลเมืองเกาหลีเหนือยังอาจต้องลงเอยด้วยการเข้าไปอยู่ในค่ายกักกัน ในข้อหาเพียงแค่ดูเว็บไซต์ของสื่อในต่างประเทศ” รายงานดังกล่าวระบุ

รายงานระบุว่า การสื่อสารมวลชนในพม่าจัดอยู่ในอันดับที่ 140 เนื่องจากการทำรัฐประหารทางการทหารในรอบสิบปี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ผู้สื่อข่าวที่พม่า “ต้องเผชิญหน้ากับการรณรงค์การจับกุมและการเซ็นเซอร์ข้อมูลอย่างเป็นระบบอีกครั้ง และผู้สื่อข่าวหลายคนจะยอมสละตนทำงานอย่างลับ ๆ เพื่อให้มีอิสระในการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นและหลบเลี่ยงตำรวจ”

วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกปีนี้ มาพร้อมหัวข้อ “ข้อมูลคือสินค้าสาธารณะ” ซึ่งมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารที่มีต่อสุขภาพ สิทธิมนุษยชน ระบอบประชาธิปไตย และการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วโลก ตามข้อมูลในเว็บไซต์ขององค์การสหประชาชาติ โดยจะนำเสนอ “โอกาสในการยืนยันถึงความสำคัญของการสงวนข้อมูลให้เป็นสินค้าสาธารณะ และสำรวจสิ่งที่สามารถทำได้ในกระบวนการผลิต การเผยแพร่ และการรับเนื้อหาเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารมวลชน รวมถึงเพื่อยกระดับความโปร่งใสและการเพิ่มขีดความสามารถโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

หัวข้อนี้ยังคงมีความเกี่ยวข้องเช่นเดียวกับเมื่อ 30 ปีก่อนที่ผู้สื่อข่าวชาวแอฟริกาลงนามในประกาศ ณ การประชุมของยูเนสโก ในเมืองวินด์ฮุก ประเทศนามิเบีย เมื่อ พ.ศ. 2534 เพื่อพัฒนาสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพ เป็นอิสระ และเป็นพหุนิยม โดยเชื่อมโยงเสรีภาพในการแสวงหา สื่อสาร และรับข้อมูลที่เป็นสินค้าสาธารณะ ตามรายงานของเว็บไซต์ยูเนสโก

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2536 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ประกาศวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกและเริ่มการเฉลิมฉลองทุกวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบการประกาศในเมืองวินด์ฮุก มีการลงนามในประกาศที่คล้ายคลึงกันในภูมิภาคอื่น ๆ สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของประชาคมระหว่างประเทศที่มีต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน (ภาพ: ผู้สื่อข่าวชาวปากีสถานเข้าร่วมกิจกรรมจุดเทียนเพื่อประกอบพิธีวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ในกรุงการาจี)

ในปีนี้ ผู้จัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการกับศักยภาพของสื่อ ความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม ตลอดจนความรู้พื้นฐานและความสามารถของผู้ใช้

“การตระหนักถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกันของปัจจัยเหล่านี้ในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น ถือเป็นก้าวหนึ่งของระบบนิเวศข้อมูลที่ดีขึ้น การตระหนักดังกล่าวเป็นปฐมบทสู่การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบาย ข้อบังคับ การจัดระเบียบตนเอง การกำกับดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย การศึกษา และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับข้อมูล” ตามรายงานของเว็บไซต์ยูเนสโก “ข้อมูลเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การหามา การเผยแพร่ และการรับรู้ถือเป็นข้อกังวลร่วม”

นอกจากนี้ วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกยังช่วยเตือนรัฐบาลให้หวนนึกถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อเสรีภาพสื่อมวลชน และกระตุ้นให้สมาชิกสื่อไตร่ตรองถึงเสรีภาพสื่อมวลชนและจรรยาบรรณในวิชาชีพ

ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

หุ้น