• Home »
  • ติดอันดับ »
  • รายงาน: กองทัพอาเซียนอาจมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการรับมือกับภัยพิบัติ
รายงาน: กองทัพอาเซียนอาจมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการรับมือกับภัยพิบัติ

รายงาน: กองทัพอาเซียนอาจมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการรับมือกับภัยพิบัติ

ทอม แอบกี

กองทัพของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน มีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่องด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม รายงานจากคณะทำงานในภูมิภาคนี้แนะนำว่าสามารถยกระดับความร่วมมือด้านกองทัพที่สำคัญนี้ เพื่อช่วยชีวิตและคุ้มครองการดำรงชีวิต

แม้ว่าองค์การสหประชาชาติจะแนะนำให้ใช้กองทัพเป็นทางเลือกสุดท้ายในการรับมือวิกฤตด้านมนุษยธรรม แต่ขีดความสามารถในการวางกำลังและจัดหาโลจิสติกส์พร้อมเสบียงที่รวดเร็วนั้นมักจะทำให้กองทัพของภูมิภาคได้รับเลือกให้เป็นผู้รับมือกลุ่มแรก ตามรายงานเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ของสถาบันโลวีในออสเตรเลีย โดยนาง เอส. นันทินี นักวิเคราะห์วิจัย โดยกล่าวเสริมว่า “ทรัพยากรที่ถดถอยในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 พร้อมกับความช่วยเหลือจากนานาชาติที่น้อยลง” ทำให้ความสำคัญของกองทัพปรากฏชัดเจนมากขึ้น

นางนันทินีแนะนำให้ยกระดับความร่วมมือด้านกองทัพในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน “เพื่อจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ในภูมิภาค รวมถึงการบรรเทาภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม”

การรับมือที่มีการประสานงานจากกองทัพอาเซียนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความสำคัญ เช่น ช่วง พ.ศ. 2560 ที่มีการปะทะกันในเมืองมาราวี ประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งสึนามิในจังหวัดสุลาเวสีกลาง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ. 2561 และภาวะการระบาดใหญ่ในปัจจุบัน นายแองเจโล เปาโล ลูนา ทรีอัส และนายอลิสแตร์ ดี.บี. คุก เขียนไว้ในรายงานเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 ให้แก่วิทยาลัยนานาชาติศึกษา เอส. ราชารัตนัม ประเทศสิงคโปร์ (ภาพ: ทหารขนย้ายเสบียงบรรเทาทุกข์จากเครื่องบินทหารใน พ.ศ. 2561 หลังจากเหตุการณ์สึนามิในจังหวัดสุลาเวสีกลาง ประเทศอินโดนีเซีย)

นายทรีอัสและนายคุกเขียนไว้อีกว่า กองทัพมีความสำคัญอย่างยิ่งด้านการบริหารจัดการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ความก้าวหน้าของอาเซียนในสถานการณ์ฉุกเฉินและการบริหารจัดการตอบสนองต่อภัยพิบัติทำให้เกิดวิสัยทัศน์ ‘การตอบสนองต่อภัยพิบัติของอาเซียนอย่างเป็นหนึ่งเดียว’ ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อก้าวสู่การตอบสนองต่อภัยพิบัติทั้งในและนอกภูมิภาคได้เป็นกลุ่มและเร็วขึ้น”

กองกำลังเตรียมพร้อมอาเซียนได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2559 ในฐานะ “กลไกเตรียมพร้อมในการประสานงานกับกองทัพอาเซียน เพื่อตอบสนองต่อภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียนร่วมกัน” ตามรายงานการวิจัยเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ ดีออน แคนยอน จากศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง ในรัฐฮาวาย

รายงานของศาสตราจารย์แคนยอนเสริมว่า ชุดวิธีปฏิบัติในการดำเนินงานให้คำแนะนำเกี่ยวกับความสัมพันธ์ บทบาท และความรับผิดชอบของกองกำลังเตรียมพร้อมอาเซียนนั้น เกี่ยวข้องกับผู้ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ รวมถึงสำนักงานอาเซียนและสหประชาชาติที่ได้รับมอบหมายให้มีการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน “วัตถุประสงค์ของกองกำลังเตรียมพร้อมอาเซียนคือเตรียมหน่วยกองทัพอาเซียน เพื่อประสานงานเคลื่อนกำลังไปยังพื้นที่วิกฤตได้อย่างรวดเร็ว การเข้าร่วมกองกำลังเตรียมพร้อมอาเซียนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีผลผูกพัน และเป็นไปโดยสมัครใจ”

รายงานดังกล่าวระบุว่า การเคลื่อนกำลังพลข้ามเขตแดนของประเทศสามารถทำให้ประชากรที่ได้รับผลกระทบเข้าถึง “ขีดความสามารถในการช่วยชีวิตที่สำคัญอย่างยิ่งและมีเพียงกองทัพที่ทำได้ เช่น การยกของหนัก การขนส่ง วิศวกรรม การสื่อสาร และความช่วยเหลือเพื่อเติมเต็มช่องโหว่อื่น ๆ”

ทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์

ภาพจาก: รอยเตอร์

หุ้น