พรรค พรรคคอมมิวนิสต์จีน และ การพลัดถิ่น

พรรค พรรคคอมมิวนิสต์จีน และ การพลัดถิ่น

การปกครองแบบเผด็จการนอกเขตแดนของรัฐบาลจีน

ดร. ออสการ์ อัลเมน/สำนักงานวิจัยด้านกลาโหมสวีเดน

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้นของจีนหยั่งรากลึกขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งของความกังวลนี้เกี่ยวข้องกับความสามารถของจีนในการปลุกระดมชาวจีนพลัดถิ่นนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนพยายามขยายการปกครองแบบเผด็จการไปยังชาวจีนพลัดถิ่นในต่างประเทศ เพื่อเป็นหนทางหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายของจีนและลดอิทธิพลของฝ่ายตรงข้าม ประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือคำถามที่ว่าบุคคลใดที่รัฐภาคีของจีนให้การยอมรับว่าเป็นชาวจีน และเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับปฏิบัติการสร้างอิทธิพลของจีน มีการใช้สมาชิกของกลุ่มผู้พลัดถิ่นที่พรรคคอมมิวนิสต์เห็นว่าน่าเชื่อถือเหล่านี้ในบางครั้ง เพื่อสร้างอิทธิพลทางการเมืองในประเทศที่สมาชิกเหล่านั้นอาศัยอยู่ ให้เอื้อประโยชน์ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายตรงข้ามก็ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกคุกคาม หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือลักพาตัว กิจกรรมนอกเขตแดนของจีนส่งผลกระทบด้านความมั่นคงหลายประการ รวมถึงอิทธิพลของรัฐจีนต่อการเมืองภายในของรัฐต่างประเทศ ภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อชาวต่างชาติเชื้อสายจีน และการบ่อนทำลายหลักแห่งสัญชาติในกฎหมายระหว่างประเทศ

ชาวจีนพลัดถิ่นมีความหลากหลายและครอบคลุมไปถึงพลเมืองของจีนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างชาติที่มีมรดกทางวัฒนธรรมของจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนมองว่าผู้พลัดถิ่นคือส่วนสำคัญในการพัฒนาของจีนและเป็นสิ่งที่เรียกว่าการฟื้นฟูครั้งยิ่งใหญ่ของชาติจีน ซึ่งเปิดตัวภายใต้การนำของนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ความทะเยอทะยานอย่างแรงกล้าของนายสีคือการทำให้จีนเป็นเวทีศูนย์กลางทางการเมืองระดับโลก

นายหลัม หยุนกี ผู้จำหน่ายหนังสือชาวฮ่องกงที่กล่าวว่าถูกเจ้าหน้าที่จีนกักขังเป็นเวลาหลายเดือน ยืนอยู่หน้าร้านหนังสือของตนในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 ป้ายที่อยู่ด้านหลังของนายหลัมระบุคำว่า “ปล่อยตัว” ในภาษาจีน อีกทั้งมีชื่อและรูปถ่ายของผู้สื่อข่าวอื่น ๆ ที่ถูกกักขัง รวมถึงนายกุ้ย หมินไห่ ชาวสวีเดน (ซ้าย) ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการระดมชาวจีนในต่างประเทศเพื่อสนับสนุนนโยบายของจีน อีกทั้งเพื่อกดดันและคุกคามผู้ที่คัดค้านนโยบายดังกล่าวทำให้เกิดการประณามอย่างเปิดเผยจากรัฐบาลต่างชาติ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่ใช่สมาชิกชาวจีนพลัดถิ่นทุกคนที่ชื่นชมความพยายามของรัฐบาลจีนในการรวบรวมผู้พลัดถิ่นไว้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการสร้างอิทธิพลและควบคุมชาวจีนพลัดถิ่นในต่างประเทศ ถือเป็นกิจกรรมนอกเขตแดนที่ฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศในบางกรณี เช่น การลักพาตัวนายกุ้ย หมินไห่ ซึ่งมีสัญชาติสวีเดนในไทย และนายลี โบ พลเมืองอังกฤษ ซึ่งเป็นเพื่อนของนายกุ้ยในฮ่องกง รวมถึงภัยคุกคามต่อชาวอุยกูร์และชาวทิเบตที่ถูกเนรเทศ การตรวจสอบมุมมองพื้นฐานของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนเกี่ยวกับชาวจีนพลัดถิ่นถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ในการทำความเข้าใจความทะเยอทะยานอันแรงกล้าด้านนโยบายต่างประเทศและกิจกรรมนอกเขตแดนของจีน

มุมมองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีต่อชาวจีน

จีนไม่ยอมรับการถือสองสัญชาติ ดังนั้น ชาวจีนที่ถือสัญชาติอื่นจึงไม่ถือว่าเป็นพลเมืองจีนอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้นำจีนใช้ประโยชน์จากหลักฐานทางชาติพันธุ์และเชื้อชาติเมื่อกล่าวถึงคนจีน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของสายโลหิตและมรดกทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง จากมุมมองนี้ แนวคิดเกี่ยวกับชาติจีนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจนับรวมชาวต่างชาติทั้งหมดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมของจีน ไม่ว่าครอบครัวของบุคคลนั้น ๆ จะอาศัยอยู่ภายนอกประเทศจีนมากี่ยุคสมัยแล้วก็ตาม ในการประชุมมิตรภาพของสมาคมชาวจีนในต่างประเทศครั้งที่ 7 เมื่อ พ.ศ. 2557 นายสี จิ้นผิงกล่าวว่า “มีชาวจีนในต่างประเทศนับหมื่นล้านคนทั่วโลก และทุกคนเป็นสมาชิกของครอบครัวชาวจีน นับเป็นเวลานานมาแล้วที่ชาวจีนในต่างประเทศรุ่นต่อรุ่นได้ยึดถือประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชาติจีนและไม่ลืมมาตุภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของบรรพบุรุษ อีกทั้งเลือดชาวจีนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของตน”

มุมมองนี้บดบังความแตกต่างระหว่างชาวจีนในต่างประเทศ (หวาเฉียว) และชาวต่างชาติที่มีมรดกทางวัฒนธรรมจีน (หวาเหริน) ตามที่ระบุไว้ภายใต้กฎหมายจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนคาดหวังว่าชาวจีนในต่างประเทศจะมีความรักชาติและจงรักภักดีต่อสิ่งที่จีนพิจารณาว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของบรรพบุรุษของตน

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดโอกาสให้มีพื้นที่เพียงเล็กน้อยสำหรับการต่อต้านพรรค เช่นเดียวกับประเทศระบอบเผด็จการอื่น ๆ ซึ่งหมายถึงการจำกัดมุมมองในประเด็นต่าง ๆ ที่ขัดแย้งต่อกระบวนการของทางการ การไม่ยอมรับเช่นนี้ยังขยายไปสู่ความขัดแย้งจากชาวจีนพลัดถิ่นทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่อาจไม่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีน จากมุมมองของรัฐบาลจีน การสนับสนุนจีนมีค่าเทียบเท่าการสนับสนุนพรรคฯ และการสนับสนุนพรรคฯ ก็เปรียบได้กับการสนับสนุนจีนเช่นกัน แม้ว่าการผสมผสานระหว่างลัทธิชาตินิยมและระบอบเผด็จการจะไม่ได้มีเฉพาะที่จีน แต่อิทธิพลระดับโลกของจีน จำนวนชาวจีนพลัดถิ่นทั่วโลก และระดับการจัดการเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีต่อชาวจีนในต่างประเทศ ทำให้กรณีของจีนมีลักษณะเฉพาะ

ความสัมพันธ์ของผู้พลัดถิ่นภายใต้ยุคของนายสี

ภายใต้การปกครองของนายสี จีนได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวมากขึ้น ชาวจีนพลัดถิ่นได้รับการประกาศว่าเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการฟื้นฟูชาติจีน งานกิจการชาวจีนในต่างประเทศซึ่งนำโดยกรมงานแนวร่วม ได้เพิ่มความพยายามอย่างมากในการระดมชาวจีนพลัดถิ่นตามเหตุผลของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ
การใช้สมาชิกของกลุ่มผู้พลัดถิ่นที่พรรคฯ เห็นว่ามีน่าเชื่อถือในบางครั้ง เพื่อสร้างอิทธิพลทางการเมืองในประเทศที่สมาชิกเหล่านั้นอาศัยอยู่ให้เอื้อประโยชน์ต่อชาติจีน นักแสดงชาวจีนซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนในระดับต่าง ๆ มีบทบาทในการสร้างอิทธิพลต่อการเมืองในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก เช่น ออสเตรเลีย ในมาเลเซีย ประเทศที่ชาวจีนพลัดถิ่นถือเป็นส่วนใหญ่ของจำนวนประชากร เอกอัครราชทูตจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งว่าแทรกแซงกิจการภายในของมาเลเซียผ่านแถลงการณ์ของตนเพื่อสนับสนุนชุมชนชาวจีน ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2561 เอกอัครราชทูตจีนสนับสนุนการลงสมัครรับเลือกตั้งของนายกสมาคมชาวจีนแห่งมาเลเซียอย่างเปิดเผย

นางเกลดี้ส์ ลิว สมาชิกสภานิติบัญญัติเชื้อสายจีนคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภาออสเตรเลีย กล่าวถึงสภาผู้แทนราษฎรในนครแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 นางลิวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความสัมพันธ์กับเครือข่ายอิทธิพลของจีนในต่างประเทศ ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ในทางตรงกันข้าม สมาชิกชาวจีนพลัดถิ่นที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามมีความเสี่ยงที่จะถูกคุกคาม กรณีของนายกุ้ย หมินไห่ พลเมืองสวีเดน เป็นตัวอย่างหนึ่งของรูปแบบการกระทำนอกเขตแดนโดยรัฐบาลจีน ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน นายกุ้ย เจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในฮ่องกงซึ่งตีพิมพ์หนังสือวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำการเมืองของจีน ถูกลักพาตัวในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2558 และปรากฏตัวในอีก 3 เดือนถัดมาโดยถูกบังคับให้สารภาพผิดทางโทรทัศน์ของรัฐบาลจีน ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ศาลจีนตัดสินจำคุกนายกุ้ยทั้งสิ้น 10 ปีในข้อหา “ให้ข้อมูลข่าวกรองอย่างผิดกฎหมาย” แก่รัฐบาลต่างประเทศ ก่อนที่จะมีคำพิพากษาดังกล่าว ทางการจีนอ้างว่านายกุ้ยได้รับสัญชาติจีนคืนแล้ว ตามกฎหมายจีน นายกุ้ยไม่ใช่พลเมืองสวีเดนอีกต่อไป ในทำนองเดียวกัน ตั้งแต่ พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา จีนได้บรรลุการร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนชาวไต้หวันซึ่งต้องสงสัยว่ากระทำการฉ้อโกงในประเทศต่าง ๆ เช่น เคนยา กัมพูชา และสเปน การส่งผู้ร้ายข้ามแดนถือเป็นการหยุดยั้งแนวทางปฏิบัติก่อนหน้านี้ ที่อนุญาตให้ส่งตัวชาวไต้หวันซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่ออาชญากรรมในต่างประเทศไปยังไต้หวันได้ การปฏิบัติเช่นนี้ก่อให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากรัฐบาลไต้หวัน ซึ่งมองว่าการปฏิบัติดังกล่าวเป็นการลักพาตัวนอกกระบวนการยุติธรรม

ผลกระทบด้านความมั่นคง

ประการที่สองคือ เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมุ่งเป้าไปที่ชาวจีนพลัดถิ่นโดยเฉพาะสำหรับปฏิบัติการแผ่ขยายอิทธิพล รัฐต่าง ๆ ไม่สามารถรับประกันได้ว่าพลเมืองจีนจะปลอดภัยจากการตกเป็นเป้าของการกระทำที่บีบบังคับโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน เช่น การเฝ้าระวังและภัยคุกคาม บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถวางใจได้ว่าการเป็นพลเมืองของพวกเขาจะทำให้ตนเองได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับพลเมืองอื่น ๆ
ของรัฐเดียวกัน พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ มีขีดความสามารถและเจตจำนงที่จะลงโทษพลเมืองต่างชาติที่มีมรดกทางวัฒนธรรมของจีนซึ่งอาศัยอยู่นอกเขตแดนจีน

กิจกรรมนอกเขตแดนที่มุ่งเป้าไปยังชาวจีนพลัดถิ่นอาจส่งผลกระทบด้านความมั่นคงในหลาย ๆ ด้าน ประการแรกคือ พรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจสร้างอิทธิพลต่อการเมืองภายในและผู้กำหนดนโยบายในประเทศอื่น ๆ ผ่านการชักจูงชาวจีนพลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ชาวจีนในต่างประเทศบางรายเป็นผู้กำหนดนโยบายเอง ในขณะที่บางรายมีอิทธิพลเหนือผู้กำหนดนโยบายที่สำคัญเหล่านั้น ในกรณีที่ผลประโยชน์ของพรรคคอมมิวนิสต์ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของประเทศที่ผู้พลัดถิ่นชาวจีนอาศัยอยู่ ผู้กำหนดนโยบายดังกล่าวอาจบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติของประเทศนั้น ๆ

ประการที่สามคือ ผู้ที่มีเชื้อสายจีนอาจตกเป็นเหยื่อของความรู้สึกต่อต้านจีนในสังคม นโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการสร้างอิทธิพลต่อชาวจีนในต่างประเทศ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดความสงสัยต่อชาวจีนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือไม่ก็ตาม ความรู้สึกต่อต้านจีนและคตินิยมเชื้อชาติถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสมาชิกชาวจีนพลัดถิ่น และส่งผลกระทบทางสังคมในด้านลบ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่นานนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นความรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้ประท้วงคนหนึ่งต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกงที่มีการเสนอ ในกรุงไทเปของไต้หวัน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ประการที่สี่คือ การกระทำนอกเขตแดนของรัฐบาลจีนที่ฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความมุ่งมั่นต่อกฎระเบียบและบรรทัดฐานสากลของรัฐบาลจีน เมื่อชาติพันธุ์และมรดกทางวัฒนธรรมได้รับอนุญาตให้แทนที่หลักการการเป็นพลเมืองตามความเป็นพลเมืองที่เห็นชอบด้วยกฎหมาย กิจกรรมนอกอาณาเขตของจีนจึงเป็นเหตุคุกคามที่จะบ่อนทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ

ประการที่ห้าคือ การที่ตำรวจจีนลักพาตัวนายลี โบ ซึ่งเป็นพลเมืองอังกฤษและผู้จำหน่ายหนังสือในฮ่องกงเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 และการส่งพลเมืองไต้หวันจากประเทศที่สามในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจีนขาดความเคารพต่อเอกราชทางตุลาการของฮ่องกงและไต้หวัน กิจกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการเพิ่มการควบคุมเขตแดนเหล่านี้

มาตรการตอบโต้

การปฏิเสธที่จะยอมรับการบอกเล่าเรื่องราวของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในฐานะตัวแทนของชาวจีนทั้งหมดโดยประชาคมโลกถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ในทางตรงกันข้าม รัฐต่าง ๆ ควรชี้แจงให้ชัดเจนว่าความพยายามของจีนในการใช้ประโยชน์และกดดันชาวจีนพลัดถิ่นจะนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจที่เพิ่มมากขึ้นต่อรัฐบาลจีน

การตรวจสอบและการวางแผนอย่างรอบคอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับชาวจีนพลัดถิ่น รวมถึงกิจกรรมของกรมงานแนวร่วมในต่างประเทศ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อการวางแผนดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ควรมีการให้ความสนใจเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความสงสัยที่มากขึ้นต่อชาวจีนพลัดถิ่นส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ทำงานให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน

ประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมนอกเขตแดนของจีน เช่น สวีเดน จะแบ่งปันประสบการณ์และประสานการดำเนินงานกับประเทศอื่น ๆ
ได้เป็นอย่างดี ในการจัดการกับกิจกรรมนอกเขตแดนของจีน สหภาพยุโรปควรประสานงานนโยบายของตนกับประเทศสมาชิกต่าง

บทความนี้อ้างอิงจากรายงานการวิจัยล่าสุดของผู้เขียนซึ่งตีพิมพ์โดยสถาบันวิจัยด้านกลาโหมสวีเดน สามารถดูได้ที่ https://www.foi.se/rapportsammanfattning?reportNo=FOI-R–4933–SE.

หุ้น