• Home »
  • ข่าวผู้ก่อการร้าย »
  • ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องต่อต้าน ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ที่เพิ่มขึ้นเพราะโควิด-19 นายดูแตร์เตกล่าว
ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องต่อต้าน ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย   ที่เพิ่มขึ้นเพราะโควิด-19 นายดูแตร์เตกล่าว

ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องต่อต้าน ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ที่เพิ่มขึ้นเพราะโควิด-19 นายดูแตร์เตกล่าว

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ความเร่งด่วนในการเผชิญหน้ากับไวรัสโคโรนาที่ร้ายแรงกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วโลกหันเอาทรัพยากรมาใช้เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคระบาดทั่วโลก แต่นายโรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เตือนผู้นำประเทศอื่น ๆ ไม่ให้มองข้ามภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่กำลังเกิดขึ้น

“แม้ในขณะที่เรากำลังหาทางออกจากการระบาดครั้งนี้ ฟิลิปปินส์ยังคงเผชิญหน้ากับภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อไป” นายดูแตร์เตกล่าวในเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ระหว่างการประชุมเสมือนจริงกระบวนการอัคคาบา ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของกษัตริย์จอร์แดนเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างผู้นำโลก “แน่นอนว่าโควิด-19 ไม่ได้กักตัวผู้ก่อการร้าย”
องค์กรก่อการร้ายท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มอะบูซัยยาฟ กลุ่มนักรบเสรีภาพอิสลามบังซาโมโร และกองทัพประชาชนใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์ฟิลิปปินส์ “ลำพองใจ” จากการแพร่ระบาดใหญ่ นายดูแตร์เตกล่าว “พวกเขาฉวยโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อเอื้อต่อการกระทำที่สามานย์” นายดูแตร์เตกล่าวเสริม

“ตอนนี้ ความแน่วแน่ของเราแรงกล้ายิ่งกว่าที่เคยมีมา” นายดูแตร์เตกล่าว “เราจะไม่ยอมแพ้ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย และเราจะไม่ยอมให้โควิด-19 ทำให้ผู้คนของเราต้องพ่ายแพ้ราบคาบ”

ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายต่างจากโควิด-19 ตรงที่การก่อการร้ายไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามดังกล่าวกลับไม่อยู่ในหัวข้อการสนทนาหรือมีลำดับความสำคัญอย่างเด่นชัดนักเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยัน นอกจากนี้ การที่สื่อมวลชนมุ่งความสนใจไปที่การแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก ก็หมายความว่าการรายงานข่าวเกี่ยวกับภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นจากองค์กรหัวรุนแรงสุดโต่งนั้นน้อยลง ดังที่สำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายแห่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้เตือนไว้ในรายงานฉบับหนึ่งประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากองค์กรหัวรุนแรงสุดโต่งอาจพยายามฉวยโอกาสเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว

เช่น รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า การแพร่ระบาดใหญ่ทำให้นักเรียนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกจำใจต้องเรียนออนไลน์ เพราะความเสี่ยงอันเนื่องด้วยไวรัสขัดขวางไม่ให้นักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนได้ เยาวชนจำนวนที่เพิ่มขึ้นซึ่งพัวพันในการใช้อินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับการดูแล รวมถึงแพลตฟอร์มการเล่นเกม เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายเผยถึงอุดมการณ์หัวรุนแรงให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นเห็น รายงานของสำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายระบุ “แต่กระนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมออนไลน์กับการปรับให้มีความคิดหัวรุนแรงก็ไม่เป็นที่เข้าใจกระจ่าง”

กลุ่มหัวรุนแรงได้รวมโควิด-19 เข้ากับการบรรยายและโฆษณาชวนเชื่อเพื่อใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ปัจจุบันและขยายความแตกแยกและจุดอ่อนในหมู่ศัตรู ตามรายงานของสำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายชื่อ “ผล กระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการก่อการร้าย การต่อต้านการก่อการร้าย และการต่อต้านลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่ง” นักวิจัยเรียกการแพร่ระบาดนี้ว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดสำหรับการแพร่ระบาดของข้อมูลที่ผิดพลาดและข้อมูลบิดเบือน

“แม้ว่าบางรัฐจะมีการตอบสนอง รวมถึงการปรับเงินจากบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลผิดพลาดและข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับโควิด-19 แต่ความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการแก้ไขสถานการณ์นี้ตกอยู่กับภาคเอกชน (เช่นเดียวกับการต่อต้านการก่อการร้าย)” รายงานของสำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายระบุ “อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการดำเนินการของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่จำนวนมากที่ได้ยกเลิกแพลตฟอร์มบุคคลและองค์กรต่าง ๆ ส่งเสริมการสื่อสารที่มีอำนาจ เพิ่มการใช้กลไกการตรวจสอบและการห้ามโฆษณาโดยใช้ข้อมูลที่ผิดพลาดในการขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ แต่ก็ยังคงมีความท้าทายที่สำคัญอยู่”

รายงานของสำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายระบุว่า ผู้คนจำนวนมากจะประสบกับความไม่แน่นอน ความโดดเดี่ยว และความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้ความพยายามของผู้มีบทบาทหัวรุนแรงสุดโต่งที่จะฉวยโอกาสจากความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่มีแนวโน้มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายได้ปฏิญาณว่าจะยังคงติดตามผลกระทบของโควิด-19 ต่อการก่อการร้ายและความพยายามต่อต้านการก่อการร้ายต่อไป รวมทั้งเสนอการประเมินและข้อเสนอแนะขณะที่รัฐบาลกำลังเผชิญความท้าทายล่าสุดเหล่านี้

นายดูแตร์เตกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ พักเรื่องความแตกต่างไว้ก่อน แล้วหันมาเผชิญหน้ากับภัยคุกคามใหม่และภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเนื่องจากไวรัสโคโรนา นายดูแตร์เตให้คำมั่นว่าฟิลิปปินส์จะยกระดับความร่วมมือกับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน และสหประชาชาติเพื่อเผชิญกับสิ่งที่ตนเรียกว่า “ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน”

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 บีบบังคับให้เราตัดขาดกับอดีต การยึดมั่นในวิถีทางเก่า ๆ ที่สร้างความไม่เท่าเทียมกันทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ไม่อาจทนได้” นายดูแตร์เตกล่าว “เรามาใช้โอกาสแห่งประวัติศาสตร์นี้เพื่อสร้างระเบียบแบบใหม่ที่มั่นคงมากขึ้น มีมนุษยธรรมมากขึ้น โดยไม่มีที่ว่างให้ความป่าเถื่อนของผู้ก่อการร้ายและกองกำลังหัวรุนแรงสุดโต่งกันเถอะ”

หุ้น