• Home »
  • ติดอันดับ »
  • นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า การใช้จ่ายด้านการทหารจำนวนหลายพันลานดอลลาร์นั้นไม่ใช่คำเตือนถึงจีน
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า การใช้จ่ายด้านการทหารจำนวนหลายพันลานดอลลาร์นั้นไม่ใช่คำเตือนถึงจีน

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า การใช้จ่ายด้านการทหารจำนวนหลายพันลานดอลลาร์นั้นไม่ใช่คำเตือนถึงจีน

วอยซ์ออฟอเมริกานิวส์

นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย (ภาพ) กล่าวว่า การลงทุนในฐานทัพทหารทางตอนเหนือของออสเตรเลียได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสันติภาพในภูมิภาค มากกว่าจะเป็นการตอบสนองอย่างจงใจต่อความอหังการที่เพิ่มขึ้นของสาธารณรัฐประชาชนจีน

ออสเตรเลียยังคงเสริมกำลังฐานทัพในนอร์เธิร์นเทร์ริทอรีของตน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกทหารพื้นเมืองใหม่ และสถานที่อื่น ๆ ที่จัดการฝึกร่วมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้

ดังที่กล่าวไว้ที่ฐานทัพโรเบิร์ตสันอาร์มีบาแร็กในนอร์เธิร์นเทร์ริทอรีในช่วงปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 นายมอร์ริสันยืนกรานว่า แผนปรับปรุงขีดความสามารถด้านกลาโหมมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท) มีจุดประสงค์เพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาคที่ “ไม่แน่นอน” มากกว่าเป็นการเตรียมพร้อมรับมือความขัดแย้ง และนายมอร์ริสันได้ตอบคำถามของสื่อเกี่ยวกับความตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมากับพรรคคอมมิวนิสต์จีนเกี่ยวกับเรื่องของไต้หวันดังนี้

“วัตถุประสงค์ทั้งหมดของเราที่ดำเนินการผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของกองทัพได้รับการออกแบบมาเพื่อแสวงหาสันติภาพ ซึ่งนั่นเป็นวัตถุประสงค์ของรัฐบาลของเรา” นายมอร์ริสันกล่าว

นายมอร์ริสันปฏิเสธว่าการลงทุนจำนวนมากในกองทัพทหารนั้นไม่ได้มีเป้าหมายไปที่การส่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ไปยังจีน รัฐมนตรีของรัฐบาลและนักวิเคราะห์ต่างกล่าวว่า การขยายกองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในทะเลจีนใต้ และการทำลายประชาธิปไตยในฮ่องกงก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากในเชิงยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาลออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม นายมอร์ริสันยังได้ปกป้องความคิดเห็นของนายปีเตอร์ ดัตตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ของออสเตรเลีย โดยกล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเรื่องไต้หวันไม่ควร “ถูกตีค่าต่ำเกินไป”

คำแถลงการณ์ของนายดัตตันส่งผลให้ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างรัฐบาลออสเตรเลียและรัฐบาลจีนนั้นสูงขึ้นไปอีก ซึ่งเดิมทีนั้นมีความตึงเครียดจากข้อพิพาททางภูมิศาสตร์การเมืองและการค้าอยู่ก่อนแล้ว

นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า นักการเมืองของออสเตรเลียเป็น “ผู้สร้างปัญหาตัวจริง” และประกาศว่า ความกังวลของออสเตรเลียเกี่ยวกับภัยคุกคามจากจีนนั้นเป็นสิ่ง “ไร้จริยธรรม”

ก่อนหน้านี้จีนกล่าวหาว่าออสเตรเลียเป็นพวก “ฮิสทีเรียจุ้นจ้านกระสันการต่อต้านจีน”

ออสเตรเลียต้องสร้างความสมดุลระหว่างพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ทางการค้าอันทรงคุณค่ากับจีน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางการค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย

การพิพาททางการเมืองกับจีนก่อให้เกิดผลกระทบที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ

และการเรียกร้องของรัฐบาลออสเตรเลียใน พ.ศ. 2563 ให้ทั่วโลกทำการตรวจสอบที่มาของการระบาดของโควิด-19 ซึ่งถูกตรวจพบครั้งแรกในจีนทำให้รัฐบาลจีนเกิดความโกรธแค้น มีการเก็บภาษีแบบปูพรมและตั้งข้อจำกัดสินค้าส่งออกของออสเตรเลียไปยังจีน ซึ่งรวมถึงไวน์ เนื้อวัว และถ่านหิน

 

ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

หุ้น