ทั่วโลก: เผชิญหน้ากับการพลัดถิ่น

ทั่วโลก: เผชิญหน้ากับการพลัดถิ่น

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากร การขาดการเข้าถึงอาหารและน้ำ และความเสี่ยงต่อการได้รับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นหมายความว่า ประชาชนมากกว่า 1 พันล้านคนต้องเผชิญกับการพลัดถิ่นภายใน พ.ศ. 2593 ตามการวิเคราะห์ภัยคุกคามทางนิเวศวิทยาระดับโลก

ทะเบียนภัยคุกคามทางนิเวศวิทยาเรียบเรียงโดยสถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ ซึ่งเป็นคณะวิจัยที่สร้างดัชนีการก่อการร้ายและสันติภาพประจำปี โดยใช้ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติและแหล่งข้อมูลอื่น ๆ
เพื่อประเมินภัยคุกคามทางนิเวศวิทยา 8 ประการ และคาดการณ์ว่าประเทศและภูมิภาคใดมีความเสี่ยงมากที่สุด

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ามีประชากรมากถึง 1.2 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ แอฟริกาทางตอนใต้ของสะฮารา เอเชียกลาง และตะวันออกกลางที่อาจถูกบังคับให้อพยพภายใน พ.ศ. 2593 โดยมีการคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบหมื่นล้านคนภายใน พ.ศ. 2593 ทำให้การแย่งชิงทรัพยากรทวีความรุนแรงขึ้นและกระตุ้นความขัดแย้ง

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ปัจจัยทางนิเวศวิทยาและความขัดแย้งนำไปสู่การพลัดถิ่นของประชาชน 30 ล้านคนใน พ.ศ. 2562 รายงานดังกล่าวระบุ

“สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อสังคมและการเมืองอย่างรุนแรง ไม่เพียงในประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบต่อประเทศพัฒนาแล้วด้วย เนื่องจากการพลัดถิ่นจำนวนมากจะทำให้กระแสผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่ขึ้นหลั่งไหลไปยังประเทศที่พัฒนามากที่สุด” นายสตีฟ คิลเลีย ผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสันติภาพกล่าว

ทะเบียนดังกล่าวจัดกลุ่มภัยคุกคามออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ความไม่มั่นคงด้านอาหาร การขาดแคลนน้ำ และการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นหนึ่งประเภท และภัยพิบัติทางธรรมชาติอันประกอบไปด้วยน้ำท่วม ภัยแล้ง พายุไซโคลน ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นอีกประเภทหนึ่ง

ผลที่ได้คือการวิเคราะห์ที่ประเมินว่าแต่ละประเทศจาก 150 ประเทศต้องเผชิญภัยคุกคามมากน้อยเพียงใด และแต่ละประเทศมีความสามารถในการต้านทานภัยคุกคามเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด

ในขณะที่บางประเทศ เช่น อินเดียและจีน เป็นประเทศที่ได้รับภัยคุกคามจากการขาดแคลนน้ำในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้ามากที่สุด ประเทศอื่น ๆ เช่น ปากีสถาน อิหร่าน โมซัมบิก เคนยา และมาดากัสการ์ต้องเผชิญกับภัยคุกคามหลายรูปแบบที่เป็นพิษ รวมทั้งความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านั้นที่ลดลง

ผลการวิเคราะห์จำนวน 90 หน้าระบุว่า “ประเทศเหล่านี้มีเสถียรภาพในวงกว้างในขณะนี้ แต่มีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางนิเวศสูงและมี ‘สันติภาพเชิงบวก’ ที่ต่ำและเสื่อมโทรมลง ซึ่งหมายความว่าประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการล่มสลายในอนาคต”

นายคิลเลียกล่าวว่า โลกมีน้ำจืดน้อยกว่าเมื่อ 50 ปีก่อนถึงร้อยละ 60 ในขณะที่ความต้องการอาหารคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ในช่วง 30 ปีข้างหน้า ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของชนชั้นกลางในอินโดแปซิฟิกเป็นส่วนใหญ่

เมื่อรวมปัจจัยเหล่านั้นกับภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว หมายความว่าแม้แต่ประเทศที่มั่นคงก็จะกลายเป็นประเทศเสี่ยงภายใน พ.ศ. 2593

สถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสันติภาพกล่าวว่า ทะเบียนดังกล่าว ซึ่งอาจกลายเป็นการวิเคราะห์ประจำปี จะช่วยกำหนดนโยบายการช่วยเหลือและการพัฒนา รอยเตอร์

หุ้น