อดีตนักธุรกิจ ถูกดำเนินคดี ในข้อหา ฆาตกรรม จากเหตุ ก่อการร้าย ในมุมไบ

อดีตนักธุรกิจ ถูกดำเนินคดี ในข้อหา ฆาตกรรม จากเหตุ ก่อการร้าย ในมุมไบ

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

อดีตนักธุรกิจรายหนึ่งซึ่งเคยต้องโทษในข้อหาให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ก่อการร้าย ถูกจับกุมในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีที่อินเดียด้วยข้อหาฆาตกรรมจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในมุมไบเมื่อ พ.ศ. 2551 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย อัยการสหรัฐฯ กล่าว

นายทาฮาวูร์ รานา ชาวแคนาดาที่เกิดในปากีสถาน ถูกตั้งข้อหาในอินเดียว่าร่วมกันวางแผนและดำเนินการโจมตีร้ายแรงซึ่งบางครั้งเรียกว่าเป็นวินาศกรรม 11 กันยายนของอินเดีย

นายรานาอายุ 59 ปี ถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อ 9 ปีก่อนในข้อหาก่อการร้ายซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการสังหารในมุมไบ แม้อัยการสหรัฐฯ จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่านายรานาสนับสนุนการก่อความไม่สงบ 4 วันดังกล่าวโดยตรงก็ตาม

นายรานาต้องโทษจำคุก 14 ปี แต่ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดจากเรือนจำกลางลอสแอนเจลิสเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 เนื่องด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่และไวรัสโคโรนา อัยการระบุว่า นายรานาไม่เคยออกจากคุกเลยก่อนที่จะถูกจับกุมตัวและถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอินเดีย

โดยนายรานาถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและสมคบกันก่อเหตุฆาตกรรมในอินเดีย ตามที่ระบุในเอกสารของศาล

นายรานาได้รับการตัดสินโทษในชิคาโกเมื่อ พ.ศ. 2554 ด้วยข้อหาให้การสนับสนุนทางด้านวัตถุแก่กลุ่มก่อการร้ายในปากีสถานที่ชื่อว่า ลัชการ์-อี-ไทบา ซึ่งวางแผนโจมตีอินเดีย และสนับสนุนแผนการโจมตีหนังสือพิมพ์เดนมาร์กที่ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดใน พ.ศ. 2548 ภาพการ์ตูนชุดนี้สร้างความโกรธแค้นแก่ชาวมุสลิมจำนวนมาก เพราะภาพของศาสดาถือเป็นสิ่งที่ห้ามลบหลู่ในศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ แผนการโจมตีดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง

คณะลูกขุนได้ตัดสินให้นายรานาพ้นจากข้อหาที่ร้ายแรงกว่าในการให้การสนับสนุนการโจมตีในมุมไบ เมืองที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 166 ราย บาดเจ็บเกือบ 240 ราย และก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท)

ทนายของนายรานากล่าวในการพิจารณาคดีว่า ลูกความของตนถูกเพื่อนสมัยมัธยมหลอก นั่นคือนายเดวิด โคลแมน เฮดลีย์ ผู้ก่อการร้ายที่ยอมรับว่าเป็นผู้วางแผนก่อการร้ายที่มุมไบ จำเลยเรียกนายเฮด ลีย์ ซึ่งเป็นพยานปากเอกของรัฐบาลที่ขึ้นให้การเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหาร ว่าเป็นคนโกหกและหลอกลวงเป็นนิสัย

นายรานาถูกกล่าวหาว่าอนุญาตให้นายเฮดลีย์นำธุรกิจกฎหมายคนเข้าเมืองที่อยู่ในชิคาโกไปเปิดสาขาที่มุมไบเพื่อบังหน้า และเพื่อเดินทางในฐานะตัวแทนของบริษัทในเดนมาร์ก

อัยการกล่าวว่า นายรานารู้ว่านายเฮดลีย์เข้ารับฝึกฝนเพื่อเป็นผู้ก่อการร้าย นายเฮดลีย์เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจสอดแนมที่ตนดำเนินการในมุมไบและในโรงแรมทัชมาฮาลพาเลซ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มือปืนสังหารผู้คนหลายสิบคน

นายเฮดลีย์เกิดในสหรัฐฯ มีพ่อเป็นชาวปากีสถานและแม่เป็นชาวอเมริกัน เขากล่าวว่า ความเกลียดชังของตนที่มีต่ออินเดียเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อโรงเรียนของตนในปากีสถานถูกเครื่องบินทหารอินเดียทิ้งระเบิดในช่วงสงครามระหว่างประเทศอินเดียกับปากีสถานใน พ.ศ. 2514

เอกสารของศาลระบุว่า นายเฮดลีย์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีมุมไบ แต่บอกกับนายรานาในช่วงหลายเดือนต่อมาว่าตน “จะแก้แค้นชาวอินเดียเดี๋ยวนี้” ซึ่งนายรานาตอบว่าชาวอินเดียสมควรโดนแล้ว

นายเฮดลีย์ยอมรับว่ามีความผิดฐานสมคบคิดในการฆาตกรรมและถูกตัดสินจำคุก 35 ปี ทั้งนี้ นายเฮดลีย์จะไม่ถูกส่งตัวไปยังอินเดียเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงจากการรับสารภาพ

ในจำนวนผู้ก่อการร้ายในมุมไบ 10 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดมาได้และเข้าสู่การพิจารณาคดี ซึ่งผู้ก่อการร้ายคนดังกล่าวถูกตัดสินและได้รับโทษประหารชีวิตในอินเดียด้วยการแขวนคอ

หุ้น