ฟิลิปปินส์ร่วมมือกับสหรัฐฯ ต้านภัยก่อการร้าย

ฟิลิปปินส์ร่วมมือกับสหรัฐฯ ต้านภัยก่อการร้าย

โจเซฟ แฮมมอนด์

ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในประเทศในฟิลิปปินส์ปรากฏขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 เมื่อเกิดเหตุระเบิดใกล้สถานีรถประจำทางในเขตเทศบาลเมืองตูลูนานตอนเหนือ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนและได้รับบาดเจ็บ 6 คน เหตุระเบิดครั้งนี้รื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการล้อมโจมตีเมืองมาราวีทางตอนใต้ที่ยาวนานร่วมห้าเดือนใน พ.ศ. 2560 โดยกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองทัพฟิลิปปินส์จึงเดินหน้าทำงานร่วมกับหุ้นส่วนด้านกลาโหมเพื่อยกระดับความมั่นคงที่ชายแดนและความพยายามในการต่อต้านการก่อการร้าย

การยกระดับความมั่นคงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐอเมริกาบริจาคยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 868 ล้านบาท) อาทิ ปืนไรเฟิลซุ่มยิงและอุปกรณ์ป้องกันระเบิดแสวงเครื่อง ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563

นายเดลฟิน ลอเรนซานา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ ประกาศขณะมีการส่งมอบอาวุธดังกล่าวว่า ความทันสมัยของกองทัพฟิลิปปินส์ช่วยให้รัฐบาลฟิลิปปินส์สามารถตอบโต้ภัยคุกคามด้านความมั่นคงทั้งแบบดั้งเดิมและแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“โดยส่วนใหญ่แล้ว อาวุธเหล่านี้เป็นอุปกรณ์พิเศษ อาวุธขนาดเล็ก และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการต่อต้านการก่อการร้ายโดยภาพรวม” นายอาร์มันโด เฮเรเดีย นักวิเคราะห์ด้านกลาโหม กล่าวกับ ฟอรัม

นายเฮเรเดียอธิบายว่า การสู้รบในเมืองมาราวีเมื่อ พ.ศ. 2560 ถือเป็นการสู้รบกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับตั้งแต่การรุกตรุษญวนในเวียดนามเมื่อ พ.ศ. 2511 การสู้รบดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน โดย 100 คนเป็นพลเรือน และมีประชากรกว่า 1.1 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นเนื่องจากการล้อมโจมตีดังกล่าว (ภาพ: รถบรรทุกลำเลียงทหารฟิลิปปินส์ขับผ่านอาคารที่ถูกทำลายในเมืองมาราวี)

นายโจชัว เอสเปนา นักวิเคราะห์จากเมืองเกซอนซิตี ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า “กองทัพฟิลิปปินส์หวังว่าจะเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์สงครามกลางเมืองที่คล้ายคลึงกับเมืองมาราวีอีกครั้งหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น” “แท้จริงแล้ว การบริจาคอุปกรณ์ต่อต้านระเบิดแสวงเครื่องและปืนซุ่มยิงนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าชายแดนได้รับการป้องกันเป็นอย่างดีจากภัยคุกคามใหม่ ๆ อาทิ การลักลอบนำเข้าหรือส่งออกและการรุกรานจากจีน รวมถึงภัยคุกคามต่อเนื่องของกลุ่มกบฏคอมมิวนิสต์และกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง”

สหรัฐฯ ดำเนินการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยฟิลิปปินส์ต้านภัยก่อการร้าย โดยบริจาคอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงมูลค่ากว่า 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 538 ล้านบาท) ให้แก่ฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังตั้งใจที่จะจัดซื้ออากาศยาน ซี-130เจ ของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน จำนวน 5 ลำ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านการขนถ่ายของประเทศ

ความพยายามในการสร้างความทันสมัยนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลเกี่ยวกับการก่อการร้ายภายในประเทศ ตลอดจนการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของฟิลิปปินส์ของจีน

“ฟิลิปปินส์เป็นผู้รับความช่วยเหลือทางทหารอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก” นายดอน แมคเลน กิลล์ นักวิจัยด้านกิจการระหว่างประเทศประจำฟิลิปปินส์กล่าว “ความพยายามนี้เกิดขึ้นในช่วงที่จีนกำลังเพิ่มความอหังการของตนต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการเพิ่มภัยคุกคามทางชายแดนและภัยคุกคามภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบใหม่”

โจเซฟ แฮมมอนด์ เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

 

ภาพจาก: เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

หุ้น