• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อินเดียและฟิลิปปินส์เสริมความร่วมมือด้วยข้อตกลงขีปนาวุธร่อน
อินเดียและฟิลิปปินส์เสริมความร่วมมือด้วยข้อตกลงขีปนาวุธร่อน

อินเดียและฟิลิปปินส์เสริมความร่วมมือด้วยข้อตกลงขีปนาวุธร่อน

มันดีป ซิงห์

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การขายระบบขีปนาวุธร่อนที่อินเดียผลิตให้แก่ฟิลิปปินส์ในเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลอินเดียกับรัฐบาลฟิลิปปินส์มีความสัมพันธ์ทางกลาโหมที่แน่นแฟ้น ในช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนกำลังท้าทายอำนาจอธิปไตยทางเขตแดนของทั้งสองประเทศ

คาดกันว่านายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะบรรลุการซื้อระบบขีปนาวุธร่อนปราบปรามเรือซึ่งผลิตโดยบริษัท ปราห์โมส แอร์โรสเปซ ในกรุงนิวเดลี อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงความร่วมมือและการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหม ในการพบปะกับนายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ในช่วงต้น พ.ศ. 2564 ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ฮินดูสถานไทมส์ของอินเดีย คาดกันว่ากองร้อยระบบขีปนาวุธภาคพื้นดินแห่งแรกของกองทัพบกฟิลิปปินส์ซึ่งวางกำลังเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 จะได้รับขีปนาวุธร่อนเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามภายนอกภายใน พ.ศ. 2571

นายลูซิโอ บลันโก พิตโลที่สาม นักวิจัยจากมูลนิธิคลังสมองเส้นทางสู่การพัฒนาแห่งเอเชียแปซิฟิก เขียนในบทวิจารณ์สำหรับโครงการริเริ่มด้านความโปร่งใสทางทะเลเอเชีย ของสถาบันวิจัยนโยบายการต่างประเทศและยุทธศาสตร์ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ว่า “การได้มาซึ่งขีปนาวุธปราบปรามเรือความเร็วเหนือเสียงซึ่งสามารถติดตั้งบนหลายแท่น จะส่งสัญญาณถึงการมาของอินเดียในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงรายใหม่สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

นายพิตโลกล่าวว่า ข้อตกลงดังที่คาดการณ์เกิดขึ้นหลังจากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมครั้งที่สี่ระหว่างอินเดียกับฟิลิปปินส์ว่าด้วยความร่วมมือแบบทวิภาคี (ภาพ) ซึ่งจัดขึ้นทางออนไลน์เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 โดยมีนายซูบราห์มาเนียม ไจชานการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เป็นประธานร่วมกับนายทีโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะยกระดับความมุ่งมั่นด้านความร่วมมือทางกลาโหมและทางทะเล โดยเฉพาะในด้านการฝึกซ้อมและการศึกษาทางทหาร การสร้างขีดความสามารถ การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางกลาโหม และการเดินทางเยือนเพื่อกระชับไมตรี ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย

“ความสัมพันธ์แบบทวิภาคีระหว่างอินเดียกับฟิลิปปินส์ในขณะนี้กำลังเพิ่มระดับไปอีกขั้นในด้านการเมือง กลาโหม และเศรษฐกิจ” นายดอน แม็คเลน กิลล์ นักวิเคราะห์กิจการระหว่างประเทศในกรุงมะนิลา ระบุในบทความที่เขียนให้มูลนิธิวิจัยสังเกตการณ์ในอินเดียเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 “การยกระดับความร่วมมือนี้อย่างต่อเนื่องจะมีผลกระทบที่หนักแน่นและเป็นบวกต่อนโยบายยุทธศาสตร์ของฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับการรุกรานที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาค”

ในเดือนกรกฎาคม นายล็อกซินได้เรียกร้องให้รัฐบาลจีนปฏิบัติตามคำวินิจฉัยในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลอย่างเต็มรูปแบบ ที่ระบุให้การรุกล้ำของจีนเข้าไปยังน่านน้ำอาณาเขตของฟิลิปปินส์ผิดกฎหมาย ตามรายงานของดิแอสโซซิเอทเต็ดเพรส ในขณะเดียวกัน ทหารของอินเดียและจีนก็เกิดการปะทะกันเมื่อกลาง พ.ศ. 2563 ตามแนวชายแดนร่วมบริเวณเทือกเขาหิมาลัยซึ่งเจ้าหน้าที่อินเดียเรียกว่าเป็นความพยายาม “ในการปกป้องบูรณภาพทางเขตแดนของอินเดีย” ตามรายงานของวอยซ์ออฟอเมริกา

อินเดียกับฟิลิปปินส์มีความร่วมมือทางกลาโหมเพิ่มมากขึ้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เมื่อคณะผู้แทนของฟิลิปปินส์ซึ่งรวมถึงนายเดลฟิน ลอเรนซานา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังอินเดียเพื่อเยือนเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีกลาโหมแบบทวิภาคีครั้งแรก ตามรายงานของสถานทูตอินเดียในกรุงมะนิลา ซึ่งหลังจากนั้น ฟิลิปปินส์ก็ได้เข้าร่วมงานมหกรรมการค้าด้านกลาโหม เดฟเอ็กซ์โป ของอินเดียใน พ.ศ. 2561 และ 2563 อีกทั้งเรือของกองทัพเรืออินเดียก็ได้ไปเยือนท่าเรือที่กรุงมะนิลาหลายครั้ง รวมถึงหนึ่งครั้งใน พ.ศ. 2561 และสองครั้งใน พ.ศ. 2562

นอกจากนี้ บุคลากรของกองทัพบกจากทั้งสองประเทศยังได้ดำเนินการฝึกซ้อมร่วมกันเพิ่มขึ้นในประเทศของแต่ละฝ่ายเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้

นายมันดีป ซิงห์ เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

 

ภาพจาก: กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย

หุ้น