• Home »
  • ติดอันดับ »
  • จีนสั่งห้ามนำเข้าปลาจากรัสเซีย เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพุ่งสูงขึ้น
จีนสั่งห้ามนำเข้าปลาจากรัสเซีย เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพุ่งสูงขึ้น

จีนสั่งห้ามนำเข้าปลาจากรัสเซีย เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพุ่งสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

รัฐบาลจีนได้ดำเนินการรณรงค์บิดเบือนข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อโยนความผิดให้รัสเซียตลอดจนประเทศอื่น ๆ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในรัสเซีย

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 จีนได้ปิดท่าเรือหลายแห่งและหยุดการนำเข้าปลาจากรัสเซียจากข้อกล่าวหาที่ว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโคโรนา ตามรายงานของสื่อรัสเซีย นักวิเคราะห์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อตลาดปลาของรัสเซียโดยผลักดันให้มีการกดราคา

นักวิเคราะห์กล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาของจีนเกี่ยวกับอาหารที่ปนเปื้อนโควิด-19 ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการรณรงค์บิดเบือนข้อมูลในวงกว้าง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากหลักฐานที่ว่าเมืองอู่ฮั่นของจีนเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ครั้งนี้ แม้ว่าแผนการชักจูงความคิดเห็นจากนานาชาติของจีนจะล้มเหลวก็ตามที

ไม่มีหลักฐานว่า โควิด-19 สามารถส่งผ่านจากมนุษย์ไปยังอาหารหรือบรรจุภัณฑ์อาหารได้ ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก

นายแมทธิว พอตทิงเกอร์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในขณะนั้น กล่าวเมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ว่า ข้อมูลข่าวกรองล่าสุดระบุว่าสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นยังคงเป็นจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด นายพอตทิงเกอร์กล่าวอีกว่า “มีหลักฐานออกมาเรื่อย ๆ ว่าห้องปฏิบัติการในสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นน่าจะเป็นจุดกำเนิดเชื้อไวรัสที่น่าเชื่อถือที่สุด” ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดลี่เมล

ยิ่งไปกว่านั้น การรายงานข้อกล่าวหาของจีนเกี่ยวกับการปนเปื้อนในอาหารดูเหมือนว่าจะเชื่อมโยงกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในประเทศผู้ส่งออก นักวิเคราะห์กล่าว

บีบีซีรายงานว่า จีนสั่งปิดท่าเรือนำเข้าปลาจากรัสเซียไม่นานหลังจากที่เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยในช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตของรัสเซียอยู่ที่ 186,000 คนซึ่งสูงกว่าที่แหล่งข่าวอย่างเป็นทางการระบุไว้ก่อนหน้านี้ถึงสามเท่า หมายความว่า ใน พ.ศ. 2563 จำนวนผู้เสียชีวิตในรัสเซียสูงสุดเป็นอันดับสามในระดับนานาชาติ รองจากสหรัฐฯ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 335,000 ราย และบราซิลซึ่งมีผู้เสียชีวิต 192,000 ราย ตามรายงานของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์

ทีเอเอสเอส สำนักข่าวรัสเซียรายงานว่า ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวอย่างเป็นทางการอ้างว่าจนถึงสิ้น พ.ศ. 2563 มีผู้ติดเชื้อในรัสเซียมากกว่า 3 ล้านราย โดยกรุงมอสโกมีผู้ติดเชื้อประมาณ 800,000 รายและเสียชีวิตประมาณ 56,000 ราย (ภาพ: เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์นำร่างผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาออกจากโรงพยาบาลนอกกรุงมอสโกเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563)

การสั่งห้ามของจีนอาจทำให้ราคาปลาในรัสเซียตกต่ำเนื่องจากจีนนำเข้าปลาที่รัสเซียทำประมงถึงร้อยละ 61

รายงานข่าวระบุว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 สื่อของรัฐบาลจีนได้กล่าวโทษว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นมาจากการนำเข้าอาหารแช่แข็งและการขนส่งอื่น ๆ จากผู้จัดหากว่า 100 รายในกว่า 20 ประเทศ อาทิ อาร์เจนตินา โบลิเวีย บราซิล พม่า แคนาดา เอกวาดอร์ เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ไทย และเวียดนาม

จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนได้ดำเนินการเพิ่มเติมโดยสั่งห้ามขนส่งสินค้าและเริ่มดำเนินการตรวจสอบที่ท่าเรือ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ภายใต้กฎระเบียบดังกล่าว เจ้าหน้าที่จีนสามารถระงับการขนส่งสินค้าได้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของผู้ส่งออกแล้วพบผลเป็นบวกเพียงแค่ครั้งเดียว ภายหลังการตรวจสอบแล้วพบผลเป็นบวกสามครั้ง เจ้าหน้าที่สามารถปิดกั้นการขนส่งสินค้าได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน รายงานดังกล่าวระบุ

รอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ซึ่งนำโดยแคนาดาได้ร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ว่า กระบวนการของจีนบังคับใช้ “ข้อจำกัดที่ไม่เป็นธรรมต่อการค้า” เนื่องจากเจ้าหน้าที่จีนปฏิเสธที่จะเปิดเผยหลักฐานการปนเปื้อนดังกล่าว เมื่อกลางเดือนธันวาคม สถานีวิทยุแห่งชาติ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนเก็บรวบรวมตัวอย่างกว่า 873,000 ตัวอย่างและมีเพียง 13 ตัวอย่างเท่านั้นที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ข้อจำกัดด้านโควิด-19 ล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าของจีนไม่ได้อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และมุ่งที่จะขัดขวางการค้า” ตามรายงานของรอยเตอร์เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า กรณีของการตรวจพบไวรัสที่มีชีวิตอยู่บนบรรจุภัณฑ์นั้น “หายากและเกิดขึ้นเฉพาะ” ตามแถลงการณ์ของดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส เมื่อเดือนพฤศจิกายน ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส รายงานว่า แม้ว่าเชื้อไวรัสจะสามารถ “อยู่รอดได้เป็นเวลานานภายใต้สภาวะการเก็บรักษาในที่เย็น” แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการบริโภคอาหาร

 

ภาพจาก: ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

หุ้น