การเปิดตัววัคซีนในอินโดแปซิฟิกอาจใช้เวลาหนึ่งปี

การเปิดตัววัคซีนในอินโดแปซิฟิกอาจใช้เวลาหนึ่งปี

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

การแข่งขันระดับโลกเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนโควิด-19 อาจทำให้การส่งมอบวัคซีนแก่บางประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกชะลอลง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประเทศต่าง ๆ กล่าวว่าการแจกจ่ายวัคซีนจะดำเนินต่อไปจนถึง พ.ศ. 2565

องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ว่า ประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกส่วนใหญ่ไม่ได้รับการรับประกันว่าจะได้รับวัคซีนโควิด-19 ในเร็ววัน เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ปรับใช้แนวทางระยะยาวเพิ่มมากขึ้น อาทิ การตรวจโรค การสวมหน้ากาก และการเว้นระยะห่างทางสังคม

“การพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเป็นเพียงประเด็นหนึ่ง การผลิตในปริมาณที่เพียงพอและเข้าถึงทุกคนที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนก็เป็นอีกประเด็นที่แยกออกไป” ดร. ทาเคชิ คาซาอิ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคขององค์การอนามัยโลก กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตามรายงานของดิแอสโซซิเอทเต็ดเพรส

ประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการริเริ่มของโคแว็กซ์ ซึ่งเป็นพันธมิตรแจกจ่ายวัคซีนที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ประเทศที่เข้าร่วมควรเริ่มได้รับวัคซีนภายในไตรมาสที่สองของ พ.ศ. 2564 อย่างไรก็ตาม ระดับเงินทุนในปัจจุบันทำให้แจกจ่ายวัคซีนได้เพียงร้อยละ 20 ของประชากรในแต่ละประเทศเท่านั้น

“ทุกคนล้วนอยากได้รับวัคซีนที่มีอยู่อย่างจำกัด” นายไฟซัล ซุลตัน ผู้ช่วยพิเศษด้านสุขภาพของนายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าว พร้อมเสริมว่า “ตอนนี้มีการจัดการวัคซีนแล้วและทุกคนก็ต่างอยากเข้าไปหยิบแย่งมา” ตามรายงานของบีบีซี

ภายในช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 อินเดียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 10.2 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 148,000 ราย ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาค จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยงานกำกับดูแลของอินเดียจึงอยู่ระหว่างการอนุมัติวัคซีนที่พัฒนาโดยแอสตร้าเซนเนก้าของสหราชอาณาจักร เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินภายในสิ้นปีนี้ ตามรายงานของรอยเตอร์

อินเดียต้องการส่งมอบวัคซีน 600 หน่วยภายในหกถึงแปดเดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2564 (ภาพ: พนักงานเดินผ่านตู้คอนเทนเนอร์ที่จะใช้เป็นศูนย์การจัดการและแจกจ่ายวัคซีนที่สนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย)

ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนามากกว่า 719,000 ราย และเสียชีวิต 21,452 ราย ณ ช่วงปลายเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการเปิดตัววัคซีนอย่างรวดเร็ว นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าประชาชนทุกคนจะได้รับวัคซีนจากรัฐบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อินโดนีเซียได้รับวัคซีนจำนวน 1.2 ล้านโดสจากซิโนวัค ไบโอเทค ของจีนในช่วงต้นเดือนธันวาคม และกำลังรอการอนุมัติให้ใช้วัคซีนจากหน่วยงานด้านอาหารและยาของตน รอยเตอร์รายงานว่า อินโดนีเซียจะได้รับวัคซีนเพิ่มอีกจำนวน 1.8 ล้านโดสในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 โดยมีเป้าหมายในการแจกจ่ายวัคซีนจำนวนมากนี้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในชวาและบาหลี นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังอยู่ระหว่างการเจรจากับไฟเซอร์, แอสตร้าเซนเนก้า และโคแว็กซ์ เพื่อให้ได้วัคซีนทั้งหมด 246.6 ล้านโดส

ส่วนฟิลิปปินส์ก็กำลังสร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวางกับบริษัทยาของจีน รัสเซีย และอังกฤษเช่นเดียวกัน ฟิลิปปินส์ต้องการรับวัคซีนจำนวน 50 ล้านโดสเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชากรหนึ่งในสี่ของตน โดยวัคซีนจำนวนมากนี้จะมาถึงในช่วงปลาย พ.ศ. 2564 หรือต้น พ.ศ. 2665 ตามรายงานของบลูมเบิร์ก

รอยเตอร์รายงานว่า มาเลเซียต้องการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชากรร้อยละ 83 และขณะนี้มาเลเซียได้รับวัคซีนในปริมาณที่สามารถแจกจ่ายให้แก่ประชากรได้ร้อยละ 40 จาก 32 ล้านคน

ออสเตรเลียวางแผนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 โดยการแจกจ่ายวัคซีนในช่วงแรกจะมุ่งเน้นไปยังผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงหรือเป็นโรคร้ายแรง และผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแพร่ระบาดสูง

สิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาต่ำที่สุดในโลก ได้ดำเนินการรับวัคซีนมาอย่างรวดเร็ว ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 สิงคโปร์กลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับวัคซีนจากไฟเซอร์

นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบวัคซีนที่พัฒนาโดยไฟเซอร์อีกด้วย หากได้รับการอนุมัติ จะนำวัคซีนดังกล่าวไปใช้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า 10,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วไป 3 ล้านคนภายในกลางเดือนมีนาคม ญี่ปุ่นหวังว่าประชากรทุกคนจะได้รับวัคซีนภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564

เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง เกาหลีใต้ได้กระจายห่วงโซ่อุปทานสำหรับวัคซีนโดยการร่วมทำข้อตกลงกับแอสตร้าเซนเนก้า, ไฟเซอร์, โมเดอร์นา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เพื่อแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชากรจำนวน 44 ล้านคนใน พ.ศ. 2564 ตามรายงานของรอยเตอร์ การจัดส่งคาดว่าจะเริ่มภายในเดือนมีนาคม

ไทยต้องการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชากรร้อยละ 50 ภายในปลาย พ.ศ. 2564 โดยใช้วัคซีนจากโคแว็กซ์, แอสตร้าเซนเนก้า และแหล่งอื่น ๆ นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนของตนเองซึ่งมีแนวโน้มว่าจะพร้อมใช้งานภายในปลาย พ.ศ. 2564 ตามรายงานของบลูมเบิร์ก

เวียดนามได้เริ่มการทดลองทางคลินิกระยะแรกสำหรับวัคซีนที่ผลิตในประเทศเมื่อเดือนธันวาคม โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในต้น พ.ศ. 2565

หุ้น