• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของจีนในศรีลังกาก่อให้เกิดความกังวล
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของจีนในศรีลังกาก่อให้เกิดความกังวล

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของจีนในศรีลังกาก่อให้เกิดความกังวล

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างศรีลังกากับจีนทำให้ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ เกิดความกังวลว่า การลงทุนของจีนในท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานของศรีลังกาอาจนำไปสู่การจัดตั้งฐานทัพจีนบนประเทศเกาะแห่งนี้

เดอะดิโพลแมต นิตยสารข่าวออนไลน์รายงานว่า ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของศรีลังกาในใจกลางมหาสมุทรอินเดียช่วยเพิ่มความโดดเด่นในสายตาของจีน โดยเฉพาะท่าเรือฮัมบันโตตาของศรีลังกาที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือซึ่งมีเรือนำเข้าน้ำมันของจีนถึงสองในสามล่องผ่าน น้ำมันดังกล่าวมีความจำเป็นต่อความมั่นคงด้านพลังงานของจีน ตามรายงานของเดอะดิโพลแมต (ภาพ: เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ล่องผ่านท่าเรือในโคลัมโบ ศรีลังกา)

อินเดียและสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในบรรดาประเทศที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการลงทุนหลายล้านดอลลาร์ในศรีลังกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน สหรัฐฯ เรียกความสัมพันธ์ดังกล่าวว่าเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของแนวทางปฏิบัติในการปล่อยเงินกู้อย่างเอารัดเอาเปรียบของจีน ซึ่งเป็นภาระพัวพันที่เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของนายมาฮินดา ราชปักษา ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีศรีลังการะหว่าง พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2558 รัฐบาลของนายราชปักษาต้องเผชิญกับหนี้สินที่พอกพูนขึ้นซึ่งกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย จีน ญี่ปุ่น และธนาคารโลก เพื่อถ่วงดุลการชำระเงินดังกล่าว นายราชปักษาได้ยอมรับการลงทุนโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางจากจีน ซึ่งประกอบด้วยเมืองการเงินระหว่างประเทศโคลัมโบแห่งใหม่ การยกระดับท่าเรือฮัมบันโตตาและทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมที่อยู่ติดกัน ตามรายงานของเดอะดิโพลแมต

อินเดียและสหรัฐฯ พยายามทักท้วงการลงทุนของจีนในช่วงการบริหารของพรรคสหชาติศรีลังการะหว่าง พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2562 ในขณะที่ข้อตกลงทวิภาคีและพหุภาคีส่วนหนึ่งประสบความสำเร็จ แต่อีกหลายส่วนต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงและความล้มเหลว

เมื่อไม่นานมานี้ ศรีลังกาอ้างว่า สหรัฐฯ ได้เสนอความช่วยเหลือทางการเงินเล็กน้อยเพื่อฟื้นฟูประเทศภายหลังสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2552 รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายและการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

นายปาลิธา โคโฮนา เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศจีน กล่าวว่า “เราขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรของเราทุกฝ่าย รวมถึงธนาคารโลกและอินเดีย” ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล “หน่วยงานที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือเราอย่างเร่งด่วนคือจีน”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลศรีลังกาได้ปฏิเสธชุดข้อเสนอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท) และข้อตกลงทางทหารจากสหรัฐฯ โดยอ้างว่ามีเงื่อนไขมากเกินไป หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563

นายเอราน วิกครามารัตน สมาชิกฝ่ายค้านของรัฐสภาศรีลังกาและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวกับเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า “ประชาคมนานาชาติจะให้ความช่วยเหลือเรา แต่ต้องการให้เรามีวินัยทางการคลังและการยึดหลักนิติธรรม” “จีนจะไม่เรียกร้องเช่นนั้น แต่จะปล่อยกู้หนี้ที่ต้องจ่ายคืนแพง”

บางคนชี้ให้เห็นว่า ความเป็นผู้นำของศรีลังกาเป็นกุญแจสำคัญต่อผลประโยชน์ทางการทูตและความสัมพันธ์ของประเทศ

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ตระกูลราชปักษากลับมามีอำนาจอีกครั้งเมื่อนายโกตาพญา ราชปักษา น้องชายของนายมาฮินดา ราชปักษา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 นายมาฮินดา ราชปักษา ผู้พี่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า สถานะทางอำนาจดังกล่าวส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างศรีลังกากับจีนแน่นแฟ้นขึ้นอีกครั้ง

แม้ว่าตระกูลราชปักษาดูเหมือนมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับจีน แต่คนอื่น ๆ ก็ไม่เต็มใจที่จะยอมรับว่าพวกเขาไม่มีโอกาสในการทำข้อตกลงทางธุรกิจ

การเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกใน พ.ศ. 2564 ของนายเอส. ไจชานการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เป็นการเดินทางเยือนศรีลังกา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในปีใหม่ที่มีบุคคลสำคัญจากต่างประเทศมาเยือนศรีลังกาอีกด้วย

“ดังนั้น จึงแสดงให้เห็นถึงลำดับความสำคัญที่ทั้งสองประเทศยึดมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในทุกขอบเขตที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” แถลงการณ์จากสำนักงานของนายไจชานการ์ระบุ ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าวเดอะยูเรเซียนไทม์

นายไจชานการ์หวังที่จะกอบกู้ท่าขนถ่ายตู้สินค้าฝั่งตะวันออกที่มีการวางแผนไว้ที่ท่าเรือศรีลังกาสำหรับอินเดียและญี่ปุ่น ตามที่ได้ตกลงกับรัฐบาลพรรคสหชาติศรีลังกาไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 รัฐบาลชุดใหม่เรียกร้องให้มีการทบทวนข้อตกลงดังกล่าวซึ่งบางคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการประกวดราคาของจีน เนื่องจากการปะทะกันบริเวณชายแดนระหว่างกองทัพอินเดียและจีนที่เส้นควบคุมความเป็นจริงในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563

“โครงการดังกล่าวได้รับการจัดการแล้ว มีความเป็นไปได้มากพอที่จะสงสัยว่ารัฐบาลจีนมีบทบาทในเรื่องนี้” ตามรายงานของเดอะยูเรเซียนไทมส์ “บทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในประเทศเพื่อนบ้านของอินเดียเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ ที่รัฐบาลของนายโกตาพญา ราชปักษา ได้สั่งให้ทบทวนโครงการท่าขนถ่ายตู้สินค้าฝั่งตะวันออกในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว นั่นคือ พ.ศ. 2563 หลายวันหลังจากกองทัพอินเดียและจีนเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรง”

โครงการนี้เรียกร้องให้อินเดียและญี่ปุ่นจ่ายเงินร้อยละ 51 ของค่าใช้จ่ายประมาณ 500 ถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 ถึง 2.1 หมื่นล้านบาท) ให้แก่ศรีลังกาโดยแบ่งส่วนเงินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

 

ภาพจาก: เก็ตตี้อิมเมจ

หุ้น