ติดอันดับ

นานาประเทศร่วมกันต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มเรือจีน

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

เจ้าหน้าที่ในสาธารณรัฐปาเลาได้กักเรือประมงจีนและควบคุมตัวลูกเรือ 28 คนในช่วงกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ด้วยข้อกล่าวหาว่าเก็บปลิงทะเลอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำอาณาเขตของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกแห่งนี้ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน

เจ้าหน้าที่ของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกแห่งนี้กล่าวว่ากลุ่มเรือประมงของจีนได้รุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำของตนมากขึ้น และจอดเรืออยู่เป็นเวลานานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ลูกเรือประมงจีนถูกสกัดไว้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของปาเลา

“การเข้ามานี้ผิดกฎหมาย” นายวิคเตอร์ เรเมเงเซา ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านกฎหมายและการบังคับใช้ทางทะเลของปาเลากล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน นายเรเมเงเซาระบุว่าปาเลาต้องปรับสมดุลระหว่างข้อกังวลเกี่ยวกับการกักกันลูกเรือและสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากปาเลายังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งในโลกที่ยังไม่มีไวรัสโคโรนา “เราอาจใส่ใจเรื่องโควิดและการระบาดของโควิด แต่เราไม่สามารถปล่อยให้คนทำอะไรได้ตามใจและแอบทำ” กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

กลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกมีความตื่นตัวสูงเกี่ยวกับการรุกล้ำของกลุ่มเรือประมงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สถาบันพัฒนาต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในลอนดอนได้เตือนในรายงานฉบับหนึ่งประจำ พ.ศ. 2563 ว่า “กลุ่มเรือประมงทางน้ำระยะไกลของจีนได้เดินทางออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ และบริษัทต่าง ๆ ของจีนได้ต่อเรือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านอาหารทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในปาเลา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าจะใช้งบประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.9 พันล้านบาท) ในโครงการสำหรับประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในแปซิฟิกตะวันตก เพื่อต่อต้านพฤติกรรมที่สร้างปัญหาของจีนรวมถึงพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ซึ่งจะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ เช่น ปาเลา คิดค้นวิธีปกป้องอุตสาหกรรมประมงจากการแข่งขันของจีนซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ

“เราได้เห็นพฤติกรรมที่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการยืนยันการอ้างสิทธิทางทะเลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจีน และการเสริมกำลังทหารอย่างต่อเนื่องบริเวณพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ กิจกรรมแบบเศรษฐศาสตร์กำจัดคู่แข่ง รวมถึงการประมงและการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ซึ่งบ่อนทำลายธรรมาภิบาลและส่งเสริมการทุจริต” นางซานดรา ออดเคิร์ก รองผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวระหว่างการประชุมทางไกลในการอภิปรายเกี่ยวกับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ต่อกลุ่มประเทศแปซิฟิก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวว่าการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของจีนและการที่เรือของจีนล่วงล้ำเข้าไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศอื่น ๆ ในอินโดแปซิฟิกเป็นการคุกคามอธิปไตย และเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ด้วยกลุ่มเรืออย่างน้อย 800,000 ลำทำให้จีนเลิกทำการประมงในประเทศนานมาแล้ว และเป็นผู้นำด้านการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของโลก ตามรายงานของนิตยสารฟอเรนโพลิซี

“ต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้กระตุ้นให้กองเรือส่วนหนึ่งเดินทางไกลออกไปอีก เพื่อตอบสนองทั้งการบริโภคภายในประเทศและตลาดระหว่างประเทศของจีน ด้วยเงินอุดหนุนจำนวนมากและทิศทางของรัฐบาล” ตามรายงานของฟอเรนโพลิซีเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ในหัวข้อ “การประมงของจีนสร้างปัญหาให้กับทะเล”

ฟอเรนโพลิซีรายงานว่า “แม้เป็นเช่นนี้ จีนก็หลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นรูปธรรมจากการกระทำของตน ในขณะที่รัฐซึ่งมีขนาดเล็กกว่าใช้การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและกฎหมายทางทะเลอย่างเข้มงวด”

การทำประมงเกินขนาดนำไปสู่การสูญเสียรายได้และรายได้ทางภาษีหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี รวมทั้งการขาดแคลนงานและเสบียงอาหารทั่วโลก เชื่อกันว่าหนึ่งในห้าของการจับสัตว์น้ำทั่วโลกมีต้นกำเนิดมาจากการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ตามรายงานของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ การจับสัตว์น้ำที่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่มาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศต่าง ๆ เช่น กินี ฟิลิปปินส์ และเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่รู้จักกันดีของชาวประมงจีน ตามรายงานของฟอเรนโพลิซี

“การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมกลายมาเป็นภัยคุกคามทางทะเลระดับโลกที่สำคัญแทนที่การกระทำอันเป็นโจรสลัดแล้ว” ตามรายงานของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ว่าด้วย “แนวโน้มยุทธศาสตร์การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม” “หากยังคงไม่มีการตรวจสอบการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เราคาดได้เลยว่าจะมีความเสื่อมโทรมของรัฐชายฝั่งที่เปราะบางและความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในกลุ่มชาติที่ทำการประมงต่างประเทศ ซึ่งคุกคามเสถียรภาพทางภูมิศาสตร์การเมืองทั่วโลก”

องค์กรโครงการความร่วมมือเพื่อจับตาการทำประมงทั่วโลกใช้เครื่องมือทำแผนที่เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมของเรือประมงใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอสของเอกวาดอร์ ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคมถึง 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เรือของจีนได้เดินเรือประมงเพื่อหาปลาหมึกเป็นเวลานานกว่า 73,000 ชั่วโมงในพื้นที่ดังกล่าว ตามรายงานของโครงการความร่วมมือเพื่อจับตาการทำประมงทั่วโลกและกลุ่มสนับสนุนโอเชียนา

“ความพยายามในการทำประมงจำนวนมากและต่อเนื่องของกลุ่มเรือจีนครั้งนี้เป็นการคุกคามหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์พันธ์ุหายากและทุกคนที่ต้องพึ่งพาอาหารและการดำรงชีวิตในที่แห่งนี้ น่าเศร้าที่สิ่งนี้เป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง เมื่อกล่าวถึงผลกระทบจากกลุ่มเรือประมงทางน้ำระยะไกลขนาดใหญ่ของจีนที่มีต่อมหาสมุทรของเรา” ดร. มาร์ลา วาเลนไทน์ นักวิเคราะห์ด้านการประมงที่ผิดกฎหมายและความโปร่งใสของโอเชียนา กล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์ “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกาลาปากอสควรก่อให้เกิดคำถามและข้อกังวลอย่างจริงจัง เกี่ยวกับผลกระทบที่กลุ่มเรือประมงขนาดใหญ่ของจีนมีต่อมหาสมุทรที่เรือแล่นอยู่”

โอเชียนาได้บันทึกข้อมูลเรือของจีนที่ปิดใช้งานอุปกรณ์ติดตามสาธารณะ และให้ข้อมูลการระบุลำเรือที่ขัดแย้งกัน เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมผิดกฎหมายได้ (ภาพ: เรือเดินทะเลของเอกวาดอร์ แอลเออี อิสลา ซาน คริสโตบอล ดำเนินการลาดตระเวนร่วมกับหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ เพื่อตรวจจับและยับยั้งการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอสเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563)

นายเบธ โลเวล รองประธานของโอเชียนาเพื่อการรณรงค์ของสหรัฐฯ กล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า “รัฐบาลทั่วโลกต้องร่วมมือกัน เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารทะเลทุกประเภทปลอดภัย ได้มาจากการทำประมงอย่างถูกกฎหมาย จัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ และติดป้ายกำกับอย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อปกป้องมหาสมุทรและผู้คนที่ต้องพึ่งพาการทำประมง”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button