• Home »
  • ติดอันดับ »
  • สหรัฐฯ เตือนถึงภัยคุกคามจากจีนและลงนามในสนธิสัญญาทางทหารกับอินเดีย
สหรัฐฯ เตือนถึงภัยคุกคามจากจีนและลงนามในสนธิสัญญาทางทหารกับอินเดีย

สหรัฐฯ เตือนถึงภัยคุกคามจากจีนและลงนามในสนธิสัญญาทางทหารกับอินเดีย

รอยเตอร์

สหรัฐอเมริกาและอินเดียได้ลงนามในสนธิสัญญาเพื่อแบ่งปันข้อมูลดาวเทียมและแผนที่ที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนถึงภัยคุกคามจากการรุกรานที่เพิ่มมากขึ้นของสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายปอมเปโอเดินทางถึงกรุงนิวเดลีในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563 พร้อมกับนายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งหลังจากพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียแล้ว นายปอมเปโอกล่าวว่าทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันเผชิญหน้ากับภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเสรีภาพที่จีนก่อขึ้น

การเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ประจำปีระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดสูงในภูมิภาคแห่งนี้ จากการที่ทหารอินเดียเผชิญหน้ากับกำลังพลของจีนบริเวณแนวชายแดนหิมาลัยที่เป็นข้อพิพาท

“สิ่งสำคัญกำลังเกิดขึ้นจากการที่ประเทศประชาธิปไตยของเราร่วมมือกันเพื่อปกป้องพลเมืองของเราทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น และแน่นอนว่ารวมถึงการปกป้องโลกเสรีด้วย” นายปอมเปโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากเจรจากับนายซูบราห์มาเนียม ไจชานการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย และนายราชนาถ ซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ในภาพจากซ้าย นายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ, นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, นายราชนาถ ซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินเดีย และนายซูบราห์มาเนียม ไจชานการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย พบปะกันในกรุงนิวเดลีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563)

“ผู้นำของเราและพลเมืองของเราต่างเห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่เป็นมิตรกับประชาธิปไตย หลักนิติธรรม ความโปร่งใส หรือเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งเป็นรากฐานของอินโดแปซิฟิกที่เสรี เปิดกว้าง และเจริญรุ่งเรือง” นายปอมเปโอกล่าว

สนธิสัญญากลาโหมฉบับใหม่ซึ่งเป็นข้อตกลงการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือพื้นฐานเกี่ยวกับความร่วมมือทางภูมิสารสนเทศ คือ “หลักชัยสำคัญ” ที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ นายเอสเปอร์กล่าว

สหรัฐฯ มีแผนจะขายเครื่องบินขับไล่และโดรนให้อินเดียมากขึ้น นายเอสเปอร์กล่าวเสริม สนธิสัญญาดังกล่าวจะทำให้อินเดียเข้าถึงข้อมูลทางภูมิประเทศ ทางทะเล และทางอากาศ ซึ่งถือว่าสำคัญต่อการกำหนดเป้าหมายของขีปนาวุธและโดรนติดอาวุธ

นอกจากนี้ แหล่งข่าวด้านกลาโหมของอินเดียยังระบุว่า สนธิสัญญาดังกล่าวจะช่วยให้สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือด้านการเดินเรือและการบินขั้นสูงจากอากาศยานส่งกำลังบำรุงของสหรัฐฯ แก่อินเดียได้อีกด้วย

เหตุการณ์ที่ทหารอินเดีย 20 นายเสียชีวิตจากการปะทะกับทหารของกองทัพปลดปล่อยประชาชนบริเวณแนวชายแดนแถบหิมาลัยเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 ทำให้อินเดียไม่พอใจจีน และกระตุ้นให้คณะรัฐบาลของนายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรี หาหนทางผูกสัมพันธ์ทางทหารกับสหรัฐฯ ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นายไจชานการ์ไม่ได้อ้างถึงจีนโดยตรงระหว่างแถลงข่าว แต่ได้กล่าวยินดีกับ “การหลอมรวมด้านความมั่นคงแห่งชาติ” กับสหรัฐฯ รวมทั้งความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการรับมือกับปัญหาด้านความมั่นคงและการต่อต้านการก่อการร้าย ตลอดจนการรับรองถึงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อินเดียได้เชิญออสเตรเลียให้เข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมของกองทัพเรือซึ่งอินเดียจัดขึ้นร่วมกับญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ทุกปี โดยไม่สนใจที่จีนกล่าวอ้างว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวเป็นการทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคแห่งนี้

นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า นายปอมเปโอและนายเอสเปอร์ยังได้พบปะกับนายโมทีเพื่อหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพระดับภูมิภาคอีกด้วย

หุ้น