• Home »
  • มองภูมิภาค »
  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การระบาดใหญ่ เปลี่ยนแปลงมุมมองการค้าสัตว์ป่า
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การระบาดใหญ่ เปลี่ยนแปลงมุมมองการค้าสัตว์ป่า

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การระบาดใหญ่ เปลี่ยนแปลงมุมมองการค้าสัตว์ป่า

การระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาทำให้เกิดการสนับสนุนอย่างล้นหลามให้ปิดตลาดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ กองทุนสัตว์ป่าโลกสากลกล่าวในการประกาศผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเดือนเมษายน พ.ศ. 2563

ในการสำรวจประชากรจำนวน 5,000 คนจากสามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงฮ่องกงและญี่ปุ่นโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 มีประมาณร้อยละ 93 ที่กล่าวว่า ควรปิดตลาดค้าสัตว์ป่าที่ไร้การควบคุมเพื่อป้องกันการระบาดใหญ่ในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์หลายรายเชื่อว่า เชื้อไวรัสที่ได้คร่าชีวิตคนนับพันล้านคนทั่วโลกนี้มีต้นกำเนิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีค้างคาว ตัวนิ่ม (ในภาพ) และสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่มีรายงานการแพร่เชื้อถูกวางซ้อน ๆ กันในสภาพที่แออัดและส่งกลิ่นเหม็น

“นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องสัตว์ป่าอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาด้านความมั่นคง สุขภาพของมนุษย์ และเศรษฐกิจระดับโลก” นายคริสตี้ วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลประจำเอเชียแปซิฟิก กล่าวในการแถลงข่าวขณะแจ้งผลการสำรวจ

มีการสนับสนุนให้ปราบปรามตลาดการค้าสัตว์ป่าอย่างเข้มข้นที่สุดในพม่า ซึ่งมีการซื้อขายสัตว์ป่ากันอย่างเปิดเผยเป็นเวลาหลายปีในแคว้นปกครองตนเองหลายแห่งที่ติดกับประเทศจีน ในขณะที่หนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถามในเวียดนามกล่าวว่า วิกฤตดังกล่าวกระตุ้นให้พวกเขาหยุดบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ป่า

“ไวรัสโคโรนาเป็นการเตือนสติ” นางเกรซ ฮวา ผู้จัดการโครงการการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลประจำประเทศพม่า กล่าวในแถลงการณ์ “การค้าสัตว์ป่าอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยไม่มีการตรวจสอบไม่เพียงเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพโดยรวมของภูมิภาคอีกด้วย”

ภายหลังการระบาดซึ่งเริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่นและแพร่กระจายไปทั่วโลก จีนได้เสนอให้สั่งห้ามทำฟาร์มและบริโภคสัตว์ป่าทุกรูปแบบในระยะสั้น ๆ แต่การสั่งห้ามดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมการค้าสัตว์ป่าเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงและเพื่อการแพทย์แผนโบราณ รอยเตอร์

หุ้น