• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ผู้นำอินโดแปซิฟิกมองว่า ยุคหลังการระบาดใหญ่จะเป็นไปในทางที่ดี
ผู้นำอินโดแปซิฟิกมองว่า ยุคหลังการระบาดใหญ่จะเป็นไปในทางที่ดี

ผู้นำอินโดแปซิฟิกมองว่า ยุคหลังการระบาดใหญ่จะเป็นไปในทางที่ดี

ฟีลิกซ์ คิม

ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 การอุบัติขึ้นของภัยคุกคามความปลอดภัยรูปแบบใหม่ และความก้าวหน้าด้านสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี เป็นหัวข้อสำคัญในการประชุมกลาโหม ณ กรุงโซลครั้งที่ 9 เมื่อต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2563

การประชุมนี้ (ในภาพ) จัดขึ้นเป็นเวลาสามวัน โดยมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและมีการถ่ายทอดสดทางออนไลน์โดยกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้

ภูมิภาคแห่งนี้มีเหตุผลให้มองอนาคตในแง่ดี แม้ว่าจะเกิดความยากลำบากกับมนุษย์และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวโยงกับการระบาดใหญ่ก็ตาม นายคิชอร์ มาห์บูบานี อดีตเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำสหประชาชาติกล่าว โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการรับมือกับการระบาดใหญ่อย่างเข้มแข็งของภูมิภาคแห่งนี้ รัฐบาลในอินโดแปซิฟิกจะเป็นผู้นำใน “การฟื้นฟูเอเชีย” อย่างแน่นอน

นายยุน ยองควาน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้กล่าวถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ทางการเมืองโลกเมื่อเกิดการระบาดใหญ่ขึ้น “โดยการจัดตั้งพันธมิตรของรัฐต่าง ๆ การกดดันจีนให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างประเทศที่เป็นเสรีนิยม และการกำหนดภารกิจร่วมทั่วโลกไปพร้อมกัน”

นายพาสคาล โบนิเฟซ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อกิจการนานาชาติและยุทธศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า โรคภัย การโจมตีทางไซเบอร์ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ความเสี่ยงด้านสุขาภิบาล การแข่งขันด้านพลังงาน และอาชญากรรมที่มีการวางแผนซึ่งเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยรูปแบบใหม่ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ภูมิภาคแห่งนี้กำลังเผชิญ

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า การรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือทางทหารอย่างแข็งขัน โดยเสริมว่า ต้องมีการอธิบายบทบาทหน้าที่ของทหารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดแจ้ง

นายชิน ดงกยู ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ประจำมหาวิทยาลัยเซจงของเกาหลีใต้ เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่เพิ่มมากขึ้นในการมี “ระบบความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ทหาร และอุตสาหกรรม” เพื่อยับยั้งและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

นายโทมัส คัลลิสัน นักวิจัยเสริมร่วมกับสถาบันวิจัยนโยบายการต่างประเทศและยุทธศาสตร์อธิบายว่า การแพร่ระบาดของโรคภัยอย่างโควิด-19 ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความพร้อมทางทหาร นายคัลลิสันยอมรับว่า การปรับขนาด การจำลอง และการเลื่อนกิจกรรมออกไปช่วยปกป้องสมาชิกกองทัพ พร้อมกับเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันทุกส่วนระหว่างกองทัพต่าง ๆ ในประเทศ

“ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่แต่ละประเทศจะสามารถรวมเป็นหนึ่งเพื่อเอาชนะภัยคุกคามร่วมกันครั้งนี้” นายคัลลิสันกล่าว

งานของนายมุน แจอิน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ซึ่งส่งเสริมสันติภาพในคาบสมุทรแห่งนี้ “บนพื้นฐานของการยับยั้งภัยคุกคามภายนอกอย่างเข้มแข็ง” ได้รับการยกย่องจากนายลี ซังชอล อดีตรองหัวหน้าคนแรกประจำสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบประธานาธิบดีของรัฐบาลเกาหลีใต้

ความร่วมมือระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกามีความสำคัญในการสร้างความคืบหน้าให้แก่กระบวนการทางสันติภาพ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมขององค์การสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศ พล.อ. วินเซนต์ บรูกส์ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในเกาหลีกล่าว โดยเสริมว่า จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากเกาหลีเหนือเพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพ

“นโยบายในการกดดันระดับสูงสุด” จะ “ต้องควบคู่ไปกับ” การส่งเสริมให้เกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมในประชาคมนานาชาติ พล.อ. บรูกส์กล่าว

ฟีลิกซ์ คิม เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

หุ้น