• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ญี่ปุ่นมุ่งยกระดับด้านแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อป้องกันหมู่เกาะ
ญี่ปุ่นมุ่งยกระดับด้านแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อป้องกันหมู่เกาะ

ญี่ปุ่นมุ่งยกระดับด้านแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อป้องกันหมู่เกาะ

ฟีลิกซ์ คิม

การพัฒนาขีดความสามารถทางกลาโหมในด้านแถบแม่เหล็กไฟฟ้าคือสิ่งสำคัญสูงสุดของกองกำลังญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2563

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุถึงระบบและเทคโนโลยีที่กำลังแสวงหา ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์รบกวนเรดาร์ อากาศยานที่มีระบบป้องกันอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดตั้งหน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทางภายในกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น กระทรวงกลาโหมระบุว่า การปรับปรุงที่เสนอนี้เกิดจากการที่รัสเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เพิ่มขีดความสามารถทางกลาโหมด้านแม่เหล็กไฟฟ้า/สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของตนขึ้น

ขีดความสามารถที่อธิบายไว้ในวารสารเจแปนดีเฟนส์โฟกัส ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ของกระทรวงกลาโหมประกอบไปด้วย อากาศยานสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (ในภาพ) ที่สามารถรบกวนการสื่อสารของฝ่ายศัตรู อุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ภาคพื้นดินทำลายเรดาร์และต่อต้านอากาศยาน การจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35เอ จำนวนสามลำและเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35บี จำนวนหกลำ โดยแต่ละลำติดตั้ง “ขีดความสามารถในการป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง” และการยกระดับความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่อากาศยาน เอฟ-15 ที่มีอยู่

โดยจะจัดตั้งหน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นในช่วงต้น พ.ศ. 2564 ที่ค่ายเคนกันในจังหวัดคุมาโมโตะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ตามรายงานของสำนักข่าวเกียวโด สำนักข่าวเกียวโดรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการโจมตีของฝ่ายศัตรู เช่น การโจมตีบนเกาะที่อยู่ห่างไกล หน่วยนี้จะรบกวนเรดาร์และขีปนาวุธนำวิถีของฝ่ายศัตรูและปกป้องการสื่อสารที่แนวหน้าของญี่ปุ่น

รัสเซียเข้าครอบครองเกาะสี่แห่งที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮอกไกโด จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน จีนก็อ้างอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกที่ญี่ปุ่นควบคุมชื่อ หมู่เกาะเซ็งกะกุ

ขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียและจีนที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่กลาโหมของญี่ปุ่นต้องให้ความสนใจต่อเรื่องดังกล่าว สมุดปกขาวของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น พ.ศ. 2563 อธิบายถึง “การฝึกแบบสมจริง” ที่ดำเนินการโดยกองกำลังติดอาวุธของจีนใน “สภาพแวดล้อมแม่เหล็กไฟฟ้าที่ซับซ้อน” และการใช้ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของกองทัพรัสเซียในซีเรียและยูเครน

“เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง ญี่ปุ่นจึงจะเพิ่มขีดความสามารถในด้านที่สำคัญให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” สมุดปกขาวระบุ

ดร. ไดสุเกะ อากิโมโตะ นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมของญี่ปุ่น ระบุในบทความประจำวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่เขียนให้แก่สถาบันนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาในกรุงสตอกโฮล์มว่า หน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ค่ายเคนกันจะมีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 80 นาย

โดยระบุอีกว่า “หน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะร่วมมือกับกองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบกเคลื่อนที่เร็วที่ค่ายไอโนะอุระในเมืองซาเซโบะ จังหวัดนางาซากิ ซึ่งมีภารกิจในการยึดคืนเกาะที่อยู่ห่างไกลในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางทหาร”

ดร. อากิโมโตะกล่าวเสริมว่า การส่งกำลังสำหรับระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์เครือข่ายติดตั้งบนยานพาหนะเริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการส่งหน่วยหนึ่งไปยังโรงเรียนทหารสื่อสารกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นในเมืองโยโกสุกะ จังหวัดคานางาวะ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์เครือข่ายติดตั้งบนยานพาหนะมีมูลค่าประมาณ 97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.06 พันล้านบาท) และสามารถเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และรบกวนข้อมูลสัญญาณข่าวกรองของฝ่ายศัตรูได้

“ถึงแม้ว่าขีดความสามารถทางสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะถือว่าเป็นระบบป้องกันที่ไม่ร้ายแรงในญี่ปุ่น แต่ก็มีศักยภาพมหาศาลในการเป็นเทคโนโลยีที่พลิกเกมด้วยความสามารถในการป้องกันหลายขอบเขต” ดร. อากิโมโตะกล่าว

ฟีลิกซ์ คิม เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

หุ้น