• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เวียดนามเป็นผู้นำการอภิปรายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
เวียดนามเป็นผู้นำการอภิปรายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

เวียดนามเป็นผู้นำการอภิปรายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

ติดอันดับ | Sep 19, 2020

ทอม แอบกี

เวียดนามกำลังได้รับโอกาสในการเป็นผู้นำที่หาได้ยากใน พ.ศ. 2563 ซึ่งช่วยให้สามารถเน้นย้ำถึงการรุกรานที่ผิดกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีนในทะเลจีนใต้

เวียดนามดำรงตำแหน่งประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน และดำรงตำแหน่งประธานชั่วคราวของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ บทบาทดังกล่าวช่วยให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ดึงความสนใจของทั่วโลกไปที่การรุกรานของจีนในน่านน้ำอาณาเขตของตนเอง และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลซึ่งแสดงถึงระบอบกฎหมายและระเบียบที่ครอบคลุมในมหาสมุทรและทะเลของโลก โดยการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ควบคุมการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรของมหาสมุทรทั้งหมด

นายฝ่าม บิ่งห์ มิงห์ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย ได้แสดงความกังวลระหว่างการประชุมเสมือนของบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “การพัฒนาที่ซับซ้อนและเหตุร้ายแรง” ในทะเลจีนใต้ ซึ่งรัฐบาลเวียดนามเรียกว่าทะเลตะวันออก

เหตุการณ์ดังกล่าว “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศฝั่งทะเล ทวีความตึงเครียด และบ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงในทะเลตะวันออก” แถลงการณ์ของรัฐบาลเวียดนามระบุ

ดร. เฟรเดอริค เคลียม นักวิจัยรับเชิญที่วิทยาลัยนานาชาติศึกษา เอส. ราชารัตนัม ในสิงคโปร์ กล่าวกับ ฟอรัม ว่า เวียดนามได้ผลประโยชน์เร่งด่วนในการควบคุมการละเมิดอำนาจอธิปไตยทางอาณาเขตของรัฐบาลจีน การที่จีนบุกรุกเข้าไปในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามนั้นทำให้เวียดนามเสียหายเป็นมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท) ในการยกเลิกสัญญาสำรวจน้ำมันและก๊าซ

ในการประชุมอาเซียน รัฐบาลเวียดนามได้พยายามชี้ให้เห็นว่าการอ้างสิทธิ์ทางอาณาเขตของจีนเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เวียดนามประกาศว่าจีนได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยตำแหน่งที่ได้รับนี้ เวียดนามจึงระดมการสนับสนุนตามความมุ่งหมายของตนได้ในการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563

“อาเซียนได้ใช้วิธีการสื่อสารที่แตกต่างไปในครั้งนี้ ซึ่งรุนแรงกว่าเดิมมาก โดยระบุถึงจีนโดยตรงและชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าอาเซียนปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ของจีน” ดร. เคลียมกล่าว โดยอ้างถึงแถลงการณ์ของอาเซียนเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ที่หยิบยกมาพูดในการประชุมสุดยอดอาเซียน

ขณะที่ตำแหน่งถาวรที่จีนและรัสเซียถือครองอยู่ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติป้องกันไม่ให้มีการดำเนินการร่วม แต่อย่างน้อยเวียดนามก็สามารถบรรลุ “การยอมรับในแวดวงโลกได้” ดร. เคลียมกล่าว เวียดนามได้หยิบยกการกระทำที่ก้าวร้าวของจีนในทะเลจีนใต้ขึ้นมาพูดในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประมาณ 25 ครั้งภายใต้บริบทของ “ความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศโดยทั่วไปต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ดร. เคลียมกล่าว

การอ้างสิทธิ์ทางอาณาเขตของจีนในทะเลจีนใต้โดยอาศัยเส้นประ 9 เส้นเป็นเส้นแบ่งเขตละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ตามการตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการอิสระนเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 จีนอ้างสิทธิ์เกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ จีนได้สร้างด่านทหารบนเกาะเทียม บนโขดหิน และแนวปะการังในทะเล ระรานเรือประมงของประเทศเพื่อนบ้านด้วยกองกำลังทางทะเล และดำเนินการตามที่นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อธิบายไว้เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ว่าเป็นการเฝ้าระวังด้านพลังงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อประเทศเพื่อนบ้าน

ดร. เคลียมกล่าวว่า ความพยายามของรัฐบาลเวียดนามในการยับยั้งพฤติกรรมของจีนเทียบได้กับการสนับสนุนระดับภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นสำหรับการฝึกซ้อมทางเรือว่าด้วยเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ (ภาพ: นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม (ขวา) รับมอบค้อนประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากนายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562)

ดร. เคลียมกล่าวถึงการฝึกซ้อมทางเรือว่า “เป็นเรื่องสำคัญมาก และผมคิดว่าเวียดนามสามารถนำเรื่องทะเลจีนใต้เข้าสู่วาระการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงได้จริง ๆ และทำสิ่งที่พวกเขาทำได้ ซึ่งคือการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศในขอบเขตทางทะเล”

ความพยายามของรัฐบาลเวียดนามกำลังนำไปสู่สิ่งที่รับรองว่าจะเป็นการเผชิญหน้าในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกประจำเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะมีเวียดนามเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้จะมีผู้นำของรัฐบาลอาเซียนทั้ง 10 ประเทศรวมทั้งตัวแทนจากประเทศออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ เข้าร่วม

“โดยทั่วไปนี่คือขั้นสูงสุดของระบบพหุภาคีและความมั่นคงแบบพหุภาคีในภูมิภาคนี้” ดร. เคลียมกล่าว

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์


  					
หุ้น