พันธมิตรเกาะแปซิฟิกต่อสู้เพื่อปกป้องการทำประมง

พันธมิตรเกาะแปซิฟิกต่อสู้เพื่อปกป้องการทำประมง

ทอม แอบกี

การทำประมงในเกาะแปซิฟิกกำลังถูกคุกคามจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม มลพิษทางทะเล รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้ความมั่นคงทางอาหารและวิถีชีวิตของชาวเกาะตกอยู่ในภาวะเสี่ยง โดยมีการประกาศข้อค้นพบเหล่านี้ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการประมงระดับภูมิภาคแปซิฟิกครั้งแรกซึ่งจัดโดยการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่เมืองนูเมอา ประเทศนิวแคลิโดเนีย

การตอบสนองร่วมกันจากประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก รวมทั้งการสนับสนุนด้านการเฝ้าระวังทางอากาศและทางทะเลจากประเทศเพื่อนบ้านช่วยบรรเทาภัยคุกคามเหล่านี้ส่วนหนึ่ง ในการประชุมเสมือนจริง นายเฮนรี พูนา นายกรัฐมนตรีหมู่เกาะคุกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรทางทะเล กล่าวว่า การประมงเป็น “ทรัพยากร สินทรัพย์ และสายใยชีวิตที่ไม่อาจปฏิเสธได้และเป็นรูปธรรมซึ่งเราทุกคนต่างครอบครองด้วยกัน”

เอกสารรายงานการประมงบริเวณชายฝั่งระบุว่า ครัวเรือนชาวเกาะแปซิฟิกประมาณร้อยละ 89 รับประทานปลาหรืออาหารทะเลทุกสัปดาห์ และร้อยละ 30 มีส่วนร่วมในการประมง ตามการรายงานข่าวประชาสัมพันธ์ของการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก เอกสารรายงานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงการลดลงของจำนวนพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญ รวมทั้งความสมบูรณ์ของแนวปะการังและระบบนิเวศ

การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมเป็นความท้าทายที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกปีมีการจับปลาจากน่านน้ำของประเทศชายฝั่งแปซิฟิกอย่างผิดกฎหมายมากถึง 3.7 ล้านถึง 7.2 ล้านตัน ตามการศึกษาของสถาบันทรัพยากรโลก พ.ศ. 2562 ในระหว่างการประชุมเสมือนจริง รัฐมนตรีต่างเห็นพ้องต้องกันว่า โครงการเฝ้าระวังทางอากาศแบบบูรณาการของหน่วยงานประมงจากการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกจะต่อต้านภัยคุกคามดังกล่าว และขอบคุณออสเตรเลียที่ให้ทุนสนับสนุนโครงการนี้

เรดิโอนิวซีแลนด์รายงานว่า โครงการนี้เพิ่มการเฝ้าระวังทางอากาศขึ้นอีก 1,400 ชั่วโมงโดยเครื่องบินคิงแอร์ 200 จำนวนสองลำ จากเดิม 300 ชั่วโมงที่ดำเนินการเป็นประจำทุกปีโดยออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา โดยประเทศเกาะต่าง ๆ สามารถกำหนดตำแหน่งที่จะทำการเฝ้าระวังได้

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนและจัดการโครงการ รายงานว่า การเฝ้าระวังนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความมั่นคงทางทะเลแปซิฟิก โดยมุ่งเป้าไปที่การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะเปลี่ยนไปใช้เรือลาดตระเวนลำที่ใหม่กว่าและทันสมัยกว่าภายใต้โครงการเรือลาดตระเวนแปซิฟิก โดยทางโครงการซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2559 จะมอบเรือลาดตระเวนจำนวน 21 ลำให้แก่ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก 12 แห่งภายใน พ.ศ. 2566 (ภาพ: เจ้าหน้าที่ซามัวตะวันตกทำการตกลงเข้าร่วมโครงการเฝ้าระวังทางอากาศแบบบูรณาการระหว่างการประชุมประจำ พ.ศ. 2562 ของการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก)

รัฐมนตรีจากประเทศต่าง ๆ เห็นชอบให้ท่าเรือมีอุปกรณ์เก็บขยะจากเรือประมงเพื่อลดมลพิษทางทะเล โดยเรียกร้องให้มีความร่วมมือในการแก้ไขผลกระทบจากอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้ง “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำประมงบริเวณชายฝั่งและแนวปะการัง”

นอกจากนี้ รัฐมนตรีจากประเทศต่าง ๆ ยังได้เห็นชอบว่า สามารถทำให้การทำประมงยืดหยุ่นตามสภาพภูมิอากาศได้ ผ่านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การวิจัย การฝึกอบรม การจัดการ และความร่วมมือในระดับภูมิภาค

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากสิงคโปร์

หุ้น