• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การระงับการเรียนการสอนภาษามองโกเลียของจีนก่อให้เกิดการประท้วงและความท้าทาย

การระงับการเรียนการสอนภาษามองโกเลียของจีนก่อให้เกิดการประท้วงและความท้าทาย

ประชาชนหลายพันคนในเขตปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์มองโกเลียทางตอนเหนือของจีนประท้วงนโยบายใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่จะสอนภาษาจีนกลางในโรงเรียนแทนภาษามองโกเลีย

“ชาวมองโกเลียอย่างเราก็เป็นเผ่าพันธ์ุที่เกรียงไกรเช่นกัน” นางดากูลา อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นมารดาของบุตรสองคนกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ จากบ้านของเธอที่เมืองซีหลินฮอตในมองโกเลียใน “หากเรายอมรับการเรียนการสอนเป็นภาษาจีน ภาษามองโกเลียของเราก็จะตายไปอย่างแท้จริง”

เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส รายงานว่า การประท้วงในเดือนสิงหาคมและกันยายน พ.ศ. 2563 มีผู้ปกครองและนักเรียนหลายร้อยคนเผชิญหน้ากับตำรวจ และนักเรียนหลายพันคนประท้วงโดยการไม่เข้าชั้นเรียน

“มีประชาชนอย่างน้อยหลายหมื่นคนทั่วมองโกเลียในที่ก่อการประท้วง” นายบาทาร์ อายุ 27 ปี ซึ่งทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ในเมืองฮิงกันลีก กล่าวกับเอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส เมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อเต็มเพื่อความปลอดภัย

แผนการเรียนภาษาดังกล่าวที่ประกาศออกมาเมื่อหลายเดือนก่อน ก่อให้เกิดความโกรธแค้นและการต่อต้าน เนื่องจากชาวมองโกลจำนวนมากมองว่านี่คือปราการสุดท้ายในการต่อสู้อันยาวนานหลายทศวรรษเพื่อไม่ให้วัฒนธรรมของตนถูกลบหายไป นายเอ็งเกบาตู โทโกช็อก ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลข่าวสารสิทธิมนุษยชนมองโกเลียใต้ในนิวยอร์ก กล่าวกับหนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิสไทมส์

“ชาวมองโกลเลียรู้สึกว่าภาษา ซึ่งเป็นป้อมปราการทางอัตลักษณ์ของชาติแห่งสุดท้ายของตนกำลังจะถูกลบล้างไปด้วยนโยบายใหม่นี้” นายโทโกช็อกกล่าว “นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวมองโกลรู้สึกถึงภาวะฉุกเฉิน กล่าวคือ หากเราสูญเสียสิ่งนี้ไป ก็เท่ากับเราสูญเสียทุกอย่าง ตัวตนของเราจะสูญสิ้นไป”

สำนักข่าวเอ็มเอสเอ็นบีซีรายงานว่า นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการอันก้าวร้าวของพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรค เพื่อกลืนวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย ซึ่งเห็นได้ชัดที่สุดจากการปราบปรามชาวอุยกูร์ในซินเจียง ทั้งนี้ กลุ่มชาติพันธ์ุฮั่นมีจำนวนมากกว่าร้อยละ 91 ของประชากรจีน

นักวิเคราะห์ยืนยันว่า นโยบายนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับมาตรการที่ใช้ในทิเบตและซินเจียง ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดให้ใช้ภาษาจีนกลางแทนภาษาของชนกลุ่มน้อยในเกือบทุกโรงเรียน เอ็มเอสเอ็นบีซีรายงาน ก่อนที่นายสีจะขึ้นมาปกครองจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนเคยยอมให้ชนกลุ่มน้อยมีอำนาจปกครองตนเองในระดับหนึ่ง ทำให้ชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นสามารถธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและภาษาของตนที่ควรจะได้รับการปกป้องตามรัฐธรรมนูญจีน

แต่นายสีได้พยายามกำหนดมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติเพื่อส่งเสริมความจงรักภักดีต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน

เจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาของมองโกเลียในออกแถลงการณ์ปกป้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น “สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของพรรคและประเทศชาติ รวมทั้งความเป็นเลิศโดยแท้ของวัฒนธรรมจีนและความก้าวหน้าที่มีต่ออารยธรรมมนุษย์” ตามรายงานของรอยเตอร์

“การฝึกฝนภาษาพูดและภาษาเขียนประจำชาติเป็นความรับผิดชอบและภาระหน้าที่ของพลเมืองจีนทุกคน ซึ่งแสดงถึงความรักที่มีต่อพรรคและประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” อินเนอร์มองโกเลียเดลีซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐระบุเมื่อต้นเดือนกันยายน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ที่ดำเนินการโดยภาครัฐเผยแพร่ “คำชี้แจง” เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมาโดยระบุว่า “ข้อบังคับใหม่นี้ไม่ใช่สัญญาณของการยกเลิกชั้นเรียนที่สอนเป็นภาษามองโกเลีย และไม่ใช่การขัดขวางนโยบายที่ดีกว่าซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้นักเรียนชนกลุ่มน้อยได้เข้าเรียนในวิทยาลัย”

แถลงการณ์ดังกล่าวช่วยคลายความกังวลของผู้ประท้วงได้เพียงเล็กน้อย เห็นได้จากการประท้วงที่ดำเนินต่อไปจนถึงกลางเดือนกันยายน (ภาพ:เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ผู้ประท้วงในเมืองอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ประท้วงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เปลี่ยนหลักสูตรในโรงเรียนโดยยกเลิกหรือลดการใช้ภาษามองโกเลีย)

เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส รายงานว่า มองโกเลียในเป็นเขตพื้นที่เดียวที่เหลืออยู่ทั่วโลก ที่ใช้อักษรมองโกเลียดั้งเดิมซึ่งมาจากอักษรอุยกูร์โบราณ ส่วนประเทศมองโกเลียใช้อักษรไซริลลิกซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอดีตสหภาพโซเวียต แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ มองโกเลียได้ออกนโยบายให้ทางราชการเพิ่มการใช้ตัวอักษรแบบดั้งเดิม

เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส รายงานว่า โรงเรียนของชนกลุ่มน้อยมองโกเลียใน ได้ใช้หลักสูตรสองภาษามาเป็นเวลาหลายทศวรรษโดยมีวิชาต่าง ๆ ที่สอนเป็นภาษามองโกเลียและภาษาจีนกลาง รวมทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี

มีชาวมองโกลประมาณ 6 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศจีน ซึ่งมากกว่าจำนวนชาวมองโกลที่อาศัยอยู่ในประเทศมองโกเลียถึงสองเท่า ตามสถิติสำมะโนประชากร พ.ศ. 2553 ตามรายงานของลอสแอนเจลิสไทมส์ระบุว่า ภายในมองโกเลียใน มีประชากรชาวมองโกลคิดเป็นร้อยละ 18

หุ้น