ฉลอง 25 ปี

ฉลอง 25 ปี

ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง เดินทางมายาวไกล

นางแมรี่ มาร์โควินโนวิก/ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะ อุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง

ภาพถ่ายอนุเคราะห์โดยศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะ อุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง

ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง เฉลิมฉลองการครบรอบ 25 ปีใน พ.ศ. 2563 ในฐานะสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สำหรับผู้บริหาร

นายแดเนียล เค. อิโนะอุเอะ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการพัฒนาศูนย์เพื่อทำประโยชน์ให้กับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ตามรอยความสำเร็จของศูนย์ศึกษาด้านความมั่นคงของยุโรป จอร์จ ซี. มาร์แชล ซึ่งทำประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคยุโรป นายอิโนะอุเอะ ผู้ได้รับเหรียญเกียรติยศและเหรียญตราหัวใจสีม่วงในสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของฮาวายยาวนานกว่า 53 ปีจนกระทั่งถึงแก่กรรมใน พ.ศ. 2555

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2537 ผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกในขณะนั้น (ปัจจุบันรู้จักกันในนามผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก) ได้อนุมัติการจัดตั้งคณะทำงานศูนย์กลางที่นำโดย พ.อ. จิมมี่ แล็กคีย์ ผู้ซึ่งภายหลังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารใน พ.ศ. 2540

สถาบันนี้ตั้งอยู่ที่เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2538 โดยมี พล.ท. แฮงก์ สเตคโพล เป็นประธาน เพื่อปลูกฝังความเข้าใจ ความร่วมมือ รวมถึงศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในหมู่ผู้แทนทางทหารและพลเรือนของสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิก

ซ้าย: นักวิจัยจากหลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงขั้นสูงร่วมมือกันระหว่างการฝึก

อย่างไรก็ตามก่อนการเปิด ศูนย์นี้ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่าศูนย์เอเชียแปซิฟิกเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง องค์กรแห่งนี้เริ่มดำเนินงานด้วยพนักงานไม่ถึง 10 คน และเติบโตจนมีพนักงานและสมาชิกศูนย์ประมาณ 120 คนในปัจจุบัน

“อันที่จริง ศูนย์แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในห้องเก็บไม้กวาดที่สำนักงานใหญ่กองบัญชาการประจำภาคพื้นแปซิฟิก” ตามข้อมูลจากนายลีนอร์ แพทตัน หนึ่งในพนักงานคนแรก ๆ ของศูนย์ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการสื่อสารการมีส่วนร่วมในภูมิภาค “ในท้ายที่สุด เราจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่เราสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และที่ที่เราสามารถจัดหาที่พักอาศัยให้แก่นักวิจัยของเราได้โดยง่าย”

หลักสูตรแรกของศูนย์คือ หลักสูตรผู้บริหาร 12 สัปดาห์ (อีซี96-1) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน ถึง 12 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ชั้นเรียนแรกประกอบด้วยนักวิจัย 23 คนจาก 12 ประเทศ ทหาร 18 นาย และพลเรือน 5 คนของรัฐบาล โดยเป็นชาย 22 คน และหญิง 1 คน

การพัฒนาหลักสูตร

หลักสูตรของศูนย์ก้าวหน้าขึ้นมากนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้น หลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงขั้นสูงห้าสัปดาห์ในปัจจุบัน เป็นหลักสูตรที่แตกต่างจากหลักสูตรผู้บริหารหลักสูตรแรกมาก ในหลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงขั้นสูงล่าสุด มีนักวิจัย 117 คนจาก 34 สถานที่ทั่วโลก สถิติของผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยทหาร 49 (ร้อยละ 42) นาย พลเรือน 57 (ร้อยละ 49) คน (รวมถึงองค์กรเอกชน สื่อ สถาบันวิจัย และองค์กรระดับภูมิภาค) และผู้บังคับใช้กฎหมาย 11 (ร้อยละ 9) คน มีผู้หญิง 27 คน หรือประมาณร้อยละ 23 ของนักวิจัยทั้งหมดเข้าร่วมหลักสูตร

ผู้บริหารจัดการได้ขยายหลักสูตรเดี่ยวให้เป็นหลักสูตรที่เข้มข้น รวมถึงหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (ปัจจุบันเรียกว่าหลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงข้ามชาติ) หลักสูตรผู้บริหารระดับต้น (ซึ่งได้ถูกแทนที่ด้วยหลักสูตรการกำหนดทิศทางอินโดแปซิฟิก) หลักสูตรการรับมือด้านความมั่นคงแบบครอบคลุมต่อการก่อการร้าย หลักสูตรความมั่นคง การเปลี่ยนผ่าน และการบูรณะ (ปัจจุบันเรียกว่าหลักสูตรการจัดการวิกฤตแบบครอบคลุม) และหลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลแบบครอบคลุมหลักสูตรใหม่

“ดิฉันเคยเรียนหลักสูตรอื่น ๆ ในลักษณะนี้มาก่อน แต่สิ่งที่ดิฉันพบว่ามีเอกลักษณ์คือศูนย์เอเชียแปซิฟิกเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ ซึ่งเราสามารถแบ่งปันเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเราเองและเรายังได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม

อื่น ๆ” นางเลลูฟาร์ ยาสมิน นักวิจัยคนใหม่ของหลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงขั้นสูง และศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยดากา ประเทศบังกลาเทศ อธิบาย “เราเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่าง เราสามารถกำจัดความคิดและอคติก่อนหน้านี้ของเราได้ ในขณะที่เรากำลังพูดถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง หากเราไม่สามารถกำจัดอคติของเราได้ เราก็ไม่สามารถก้าวหน้าและไม่สามารถร่วมมือกันได้ ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในทักษะการเจรจาต่อรองที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง”

นอกจากนี้ ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง ได้เริ่มประเพณีการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมากมาย เพื่อนำผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงมารวมตัวกันในประเด็นต่าง ๆ เช่น แนวโน้มความมั่นคงทั่วโลกและความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความมั่นคงด้านอาหารและเสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงความมั่นคงของรัฐที่เป็นเกาะ

คณาจารย์และนักวิจัยเข้าร่วมหลักสูตรความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลแบบครอบคลุมหลักสูตรใหม่ ประมาณร้อยละ 25 ของผู้เข้าร่วมเป็นผู้หญิง

การเปลี่ยนแปลงผู้นำ

เมื่อวันครบรอบ 10 ปีใน พ.ศ. 2548 ศูนย์แห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำ พล.ท. อี.พี. สมิธ ที่เกษียณอายุราชการจากกองทัพบกสหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่ง โดยเปลี่ยนชื่อตำแหน่งผู้นำจาก “ผู้อำนวยการบริหาร” เป็น “ผู้อำนวยการ” หลังจากนั้นไม่นาน พล.จ. จิม ฮิราอิ ที่เกษียณอายุราชการจากกองทัพบกสหรัฐฯ ได้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ภายใต้การนำของ พล.ท. สมิธ ศูนย์ได้เริ่มดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการในภูมิภาคภายใต้หัวข้อต่าง ๆ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย การพัฒนาภาคความมั่นคง ความมั่นคงทางทะเล และการจัดการวิกฤต

ใน พ.ศ. 2555 พล.อ.ท. แดน “ฟิก” ลีฟ ที่เกษียณอายุราชการจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง พล.อ.ท. ลีฟได้ส่งเสริม “สตรี สันติภาพ และความมั่นคง” และ “การปกครองที่ดี” เป็นหัวข้อสำหรับหลักสูตรและการประชุมเชิงปฏิบัติการของศูนย์ ในช่วงกลาง พ.ศ. 2555 ศูนย์เอเชียแปซิฟิก เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงได้เปิดอาคารมาลูเฮียฮอลล์ พิธีเปิดอาคารครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่วุฒิสมาชิกอิโนะอุเอะเข้าเยี่ยมชมศูนย์ หลังจากที่วุฒิสมาชิกอิโนะอุเอะเสียชีวิต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐฮาวายได้ยื่นหนังสือต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อเปลี่ยนชื่อศูนย์เป็นศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง การเปลี่ยนชื่อมีผลบังคับใช้ใน พ.ศ. 2558

พล.ร.ต. พีท คูมาเทาเทา ผู้เกษียนอายุราชการ เข้าร่วมทำงานกับศูนย์ใน พ.ศ. 2561 นับแต่นั้นมา ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงได้สนับสนุนสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้านนโยบาย โดยมีการประชุมเชิงปฏิบัติการพิเศษในหัวข้อต่าง ๆ เช่น ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง การประชุมคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติและอื่น ๆ อีกมากมาย

เรื่องราวความสำเร็จ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงได้เปิดประตูต้อนรับผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงมากกว่า 14,000 คน ซึ่งไม่ได้มาจากเพียงกระทรวงกลาโหมเท่านั้น แต่ยังมาจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมือง กระบวนการยุติธรรม บริการสังคม บริการฉุกเฉิน ตลอดจนผู้บังคับใช้กฎหมาย สถาบันวิจัย นักวิชาการ และสมาชิกของสื่อ ศิษย์เก่าของศูนย์ 6 คนได้เป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี มี 11 คนได้เป็นรองประธานาธิบดีหรือรองนายกรัฐมนตรี และ 33 คนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือผู้ช่วยรัฐมนตรี

ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงยังคงบ่มเพาะความสัมพันธ์กับนักวิจัยที่เข้าร่วมหลักสูตรและการอบรมเชิงปฏิบัติการเป็นรายบุคคล รวมถึงผ่านสมาคมศิษย์เก่าศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง 59 แห่งทั่วโลก

ในวันนี้ เหล่าศิษย์เก่าเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสทำโครงการวิจัยเสร็จสิ้น ซึ่งรวมถึงการร่างเอกสารนโยบายระดับชาติ การเขียนรายงานวิเคราะห์ ขั้นตอนการปฏิรูป และงานอื่น ๆ ศิษย์เก่าศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงได้ดำเนินแผนการรักษาความปลอดภัยที่ประสบความสำเร็จ สำหรับการเลือกตั้งระดับชาติและงานแข่งขันกีฬานานาชาติขนาดใหญ่ และแม้กระทั่งสนธิสัญญาสันติภาพ

หุ้น