ความท้าทายด้าน สกุลเงินดิจิทัล

ความท้าทายด้าน สกุลเงินดิจิทัล

การตอบโต้เทคโนโลยีทางการเงินที่นำมาใช้เป็นอาวุธซึ่งคุกคามความมั่นคงและบ่อนทำลายมาตรการคว่ำบาตร

นางสาว แอชลีย์ เทย์เลอร์

บริษัทหลายแห่งดำเนินงานบนพื้นที่ไซเบอร์โดยไม่เคยเชื่อมต่อกับระบบธนาคารแบบดั้งเดิมเลย ทำให้รอดพ้นจากการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล โดยบริษัทเหล่านั้นใช้สกุลเงินดิจิทัลที่อ้างอิงจากบล็อกเชนหรือบัญชีแยกประเภทแบบกระจายอำนาจและเทคโนโลยีการไม่เปิดเผยตัวตนอื่น ๆ สัญญาอัจฉริยะ และการซื้อขายออนไลน์แทน โลกธุรกิจแบบเสมือนจริงแต่คลุมเครือที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาสำหรับผู้ใช้ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ในฝันสำหรับอาชญากรไซเบอร์ รวมถึงผู้มีบทบาทและรัฐอันธพาล

เจ้าหน้าที่สืบสวนขององค์การสหประชาชาติพบการใช้เครื่องมือดิจิทัลในทางเลวร้ายที่เป็นไปได้ครั้งแรกนานกว่า 20 ปีมาแล้วในช่วงสงครามกลางเมืองของแองโกลา เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อของสหภาพแห่งชาติเพื่อความเป็นอิสระโดยรวมของแองโกลา ใช้อีเมลจัดซื้ออาวุธและจัดเตรียมการขนส่งสำหรับจัดส่งไปยังสถานที่ตั้งค่ายของตน นับแต่นั้นมา ภัยคุกคามก็มีแต่จะยิ่งซับซ้อนและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวอิหร่านได้รับซอฟต์แวร์ฉายภาพหวงห้ามและทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ มาจากการเจาะระบบเข้าไปในบริษัทด้านกลาโหม รัฐอิสลามอิรักและซีเรียได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อระดมเงินซื้ออาวุธและประสานงานการโจมตีในวันอีสเตอร์ที่ศรีลังกาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 ในขณะเดียวกัน เวเนซุเอลาซึ่งยังไม่ได้เผชิญกับการคว่ำบาตรจากองค์การสหประชาชาติ ได้เก็บภาษีทางอากาศโดยใช้แอปพลิเคชันที่แปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นบิตคอยน์

พื้นที่ไซเบอร์ยังคงผุดวิธีการแปลกใหม่สำหรับผู้มีบทบาทอันธพาลเพื่อคุกคามความมั่นคงระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติออกมาอย่างต่อเนื่อง ในความเป็นจริง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแบบผิดกฎหมายนั้นเหนือชั้นกว่าความก้าวหน้าของผู้สร้างเทคโนโลยีแบบถูกกฎหมาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่ได้ให้ความสำคัญกับความมั่นคงระหว่างประเทศในรูปแบบธุรกิจของตน ผู้ร้ายกำลังใช้ความสามารถทางเทคโนโลยีของตนในการทำสงครามอสมมาตร เพื่อทำลายมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิม แนวหน้าของสงครามครั้งนี้เป็นการตัดการสื่อสารและการพาณิชย์ระดับโลกที่ไม่จำเป็นออก และเปิดให้มีการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งองค์ประกอบที่บ่อนทำลายจำนวนมากส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

ผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อทำให้ตัวตนออนไลน์ของตนเองเป็นที่สับสน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการจัดหาเงินทุนและการขนส่งเพื่อการเพิ่มจำนวนอาวุธ เนื่องจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว กรอบการกำกับดูแล และบทบัญญัติด้านความมั่นคงจึงล้าหลัง ผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอาศัยระบบดิจิทัลที่มีช่องว่างและช่องโหว่ทางกฎหมายในการปกปิดตัวตนขณะดำเนินการโยกย้ายทรัพยากรทางการเงิน ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับเทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มจำนวนอาวุธ หรือกระทำการผิดกฎหมายอื่น ๆ จำนวนมาก

ขนาดของภัยคุกคามที่มาจากอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นมีขนาดมโหฬาร เห็นได้จากมูลค่าตลาดรวมของเหรียญทุกเหรียญที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 8.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26.07 ล้านล้านบาท) ใน พ.ศ. 2561 และผันผวนระหว่าง 1.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.28 ล้านล้านบาท) และ 3.38 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.77 ล้านล้านบาท) ใน พ.ศ. 2562 ตามรายงานของเว็บไซต์ coinmarketcap.com

รถทัวร์ขับผ่านชายแดนระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอย่างเกาหลีเหนือใช้สกุลเงินดิจิทัล เพื่อทำให้ตัวตนออนไลน์ของตนเองเป็นที่สับสนและเพื่อสนับสนุนการจัดหาเงินทุนและการขนส่งเพื่อการเพิ่มจำนวนอาวุธ เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส

ข้อได้เปรียบของผู้ก่อภัยคุกคาม

เกาหลีเหนือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมขององค์กรอาชญากรรมและหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร เกาหลีเหนือได้พัฒนาเทคนิคทางดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้เป็นทุนแก่ความพยายามในการเพิ่มจำนวนอาวุธอย่างผิดกฎหมาย หาข่าวกรองและความรู้ทางเทคนิค รวมถึงคุกคามธุรกิจและชื่อเสียงของศัตรูต่างชาติ คลังแสงของเกาหลีเหนือรวมถึงความสามารถในการขัดขวางการตรวจสอบมาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ

หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า เมื่อนายคิม จองอึน ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนบิดาใน พ.ศ. 2554 ก็ได้โอ้อวดว่า “สงครามไซเบอร์พร้อมกับอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธเป็น ‘ดาบอเนกประสงค์’ ที่รับประกันความสามารถของทหารของเราในการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง” ตามคำให้การของหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ กองกำลังไซเบอร์ของนายคิมถูกมองว่าเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดใน “สงครามลับ” ของเขา และสมาชิกในนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นนำของเกาหลีเหนือในบรรดาในไม่กี่ตำแหน่งที่ได้รับค่าตอบแทนดีในประเทศแห่งนี้ ทหารเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์รายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์

ผู้มีบทบาทของภาครัฐเกาหลีเหนือและตัวแทนนอกภาครัฐใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ไม่เปิดเผยตัวตนมากขึ้น เช่น สกุลเงินดิจิทัล เว็บมืด การเข้ารหัส และการโจมตีทางไซเบอร์ขั้นสูง ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติประเมินว่า เกาหลีเหนือได้รับเงิน 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.81 หมื่นล้านบาท) จากการเจาะระบบและขโมยสกุลเงินดิจิทัลเพียงอย่างเดียว และได้รับเงินรวม 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.37 หมื่นล้านบาท) จากการโจมตีทางไซเบอร์ทั้งหมด

รัฐบาลเผด็จการของเกาหลีเหนือสามารถใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นอาวุธโดยการขโมยจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล แลกเงินที่ได้มาโดยมิชอบด้วยการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัล สร้างไวรัสทั่วโลกที่เข้ารหัสข้อมูลของเหยื่อและเรียกค่าไถ่เป็นบิตคอยน์เพื่อให้ได้รับข้อมูลคืน การขายและการซื้อสินค้าโดยใช้สกุลเงินดิจิทัล การขุดสกุลเงินดิจิทัล การเจาะระบบเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเพื่อขุดสกุลเงินดิจิทัล และการสร้างสกุลเงินดิจิทัลใหม่

ชาวเกาหลีเหนือใช้คอมพิวเตอร์ในศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กรุงเปียงยางในเกาหลีเหนือ รัฐบาลเผด็จการใช้ระบบสองชั้นในอินทราเน็ตของประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องใช้ ซึ่งปิดผนึกจากโลกภายนอก ชนชั้นนำและสมาชิกกองกำลังไซเบอร์ของนายคิม จองอึนมีการจำกัดการเข้าถึงน้อยกว่า ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

การโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำเงินมากที่สุดสำหรับเกาหลีเหนือคือการเจาะระบบบริษัทด้านการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลทางออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ และสกุลเงินที่รัฐสนับสนุน ผู้กระทำผิดตั้งเป้าไปที่กระเป๋าเงินดิจิทัลซึ่งเป็นที่เก็บเงินไว้ระหว่างการทำธุรกรรมสำหรับลูกค้าในการแลกเปลี่ยน กระเป๋าเงินเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ให้ผลตอบแทนสูงเพราะมีเงินจำนวนมหาศาลของลูกค้าอยู่ในนั้น การขโมยรหัสผ่านที่ควบคุมกระเป๋าเงินเหล่านี้เพื่อกระจายเงินใหม่สร้างรายได้มหาศาล

เกาหลีเหนือมีส่วนในร้อยละ 75 ของการเจาะระบบแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลกที่มีการรายงาน ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 882 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.81 หมื่นล้านบาท) ตั้งแต่ปลาย พ.ศ. 2559 จนถึงฤดูใบไม้ร่วง พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลสามารถทำการโอนเงิน ซึ่งเปลี่ยนเหรียญที่ถูกขโมยเป็นเงินสดและลบร่องรอยการเป็นเจ้าของเหรียญที่ถูกขโมยให้หายไปได้อย่างง่ายดาย โดยการเปลี่ยนจากสกุลเงินดิจิทัลหนึ่งเป็นอีกสกุลเงินหนึ่ง ในขณะที่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากเป็นไปตามข้อบังคับบางประการเพื่อตรวจสอบตัวตนของลูกค้า แต่ก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้สามารถซื้อขายได้โดยไม่มีข้อบังคับใด ๆ

แม้ว่าปัจจุบันการสร้างสกุลเงินดิจิทัลใหม่จะไม่ใช่วิธีที่สร้างรายได้มากที่สุด แต่ก็อาจเป็นการพัฒนาเล่ห์เหลี่ยมที่น่าสนใจที่สุดของเกาหลีเหนือ สกุลเงินดิจิทัลใหม่มักจะถูกสร้างขึ้นโดยการขายเหรียญบางส่วนล่วงหน้า โดยมีคำสัญญาว่าผู้ซื้อจะได้รับประโยชน์อย่างไร ซึ่งผลตอบแทนทางการเงินมักจะมีนัยยะแฝงอยู่ เกาหลีเหนือสร้างเหรียญเงินสองชนิดใน พ.ศ. 2561 นั่นคือ มารีนเชน ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลใหม่ที่หลอกแอบอ้างขายกรรมสิทธิ์ของเรือขนาดใหญ่ และอีกหนึ่งสกุลเงินที่ทำการตลาดออนไลน์และขายเพื่อแลกเปลี่ยนกับสกุลเงินดิจิทัลหรือเงินสกุลอื่น ๆ ชื่อของสกุลเงินนี้เปลี่ยนแปลงหลายครั้ง (จาก อิน เทอร์สเตลลาร์, สเตลลาร์, โฮลด์ และฮูซู) เพื่อทำให้ที่มาคลุมเครือ

ในช่วงเวลาต่อมา แฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือได้มุ่งสู่การโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างรายได้ โดยใช้แนวโน้มทางเทคโนโลยีล่าสุดและใช้ประโยชน์จากมาตรฐานการกำกับดูแลที่อ่อนแอเกี่ยวกับเทคโนโลยี ใหม่ ๆ รวมถึงสกุลเงินดิจิทัล

ความทะเยอทะยานของจีน

รัฐวิสาหกิจและนักลงทุนของจีนเป็นผู้นำด้านปฏิบัติการไซเบอร์ของโลกอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยของรัฐบาล และการลงทุนหว่านเมล็ดพันธุ์เพื่อผลิตคอมพิวเตอร์เฉพาะสำหรับการขุดสกุลเงินดิจิทัล ทำให้ปัจจุบันจีนกุมอำนาจในการสร้างเหรียญไซเบอร์ใหม่ ระหว่างร้อยละ 50 ถึง 74 ของการขุดสกุลเงินดิจิทัลเกิดขึ้นในประเทศจีน ตามรายงานของเว็บไซต์การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา

การขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้งของจีนสู่ตลาดโลกด้วยแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง นำเสนอผลที่ตามมาด้านพื้นที่ไซเบอร์ที่น่าอัศจรรย์ โดยเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของจีนมุ่งมั่นที่จะครอบครองเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุดอย่างเท่าเทียมกัน ความสามารถในการขุดสกุลเงินดิจิทัลอย่างไม่รู้จักพอของจีน อาจมีการปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสกุลเงินส่วนตัวใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ใช้งานเครือข่ายทางการเงินแบบปิดได้ โดยสามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้มีบทบาทหรือพันธมิตรของจีนที่เชื่อถือได้เท่านั้น เครือข่ายดังกล่าวซึ่งได้รับการปกป้องจากการตรวจสอบภายนอก อาจไม่ได้รับผลกระทบจากอำนาจของระบบเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ รวมถึงการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการระงับสินทรัพย์

การพลิกกลับมาใช้สกุลเงินหยวนในฐานะสกุลเงินหลักในการซื้อและขายบิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด แทนสกุลเงินดอลลาร์ในช่วงปลาย พ.ศ. 2556 ยิ่งเผยให้เห็นหลักฐานที่น่าสนใจด้านความต้องการของจีนในการครอบงำการพาณิชย์ทางไซเบอร์ แม้มูลค่าบิตคอยน์จะมีความผันผวน แต่ชาวจีนก็ทำการซื้อขายโดยใช้บิตคอยน์มากถึงร้อยละ 95 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตามรายงานใน พ.ศ. 2560 ของควอตซ์ ซึ่งเป็นองค์การข่าวระหว่างประเทศ

แม้ว่าการขุดของจีนดูเหมือนจะชะลอตัวลง แต่ก็อาจเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของเหรียญส่วนตัวใหม่เท่านั้น รูปแบบดังกล่าวเป็นเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ก่อนหน้านี้ เช่น เมื่อนักลงทุนจีนสนับสนุนแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของตนเอง เช่น อาลีบาบา วีแชท และอื่น ๆ

ชายคนหนึ่งเดินผ่านป้ายไฟฟ้าที่แสดงอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินดิจิทัล ต่าง ๆ รวมถึงบิตคอยน์ (ซ้ายบนสุด) ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ รอยเตอร์

รายได้สำหรับผู้มีบทบาทที่ถูกต้องตามกฎหมาย

นักนวัตกรรมกล่าวถึงประโยชน์แฝงของเทคโนโลยีสกุลเงินดิจิทัลว่า สร้างผลกระทบทางประวัติศาสตร์เทียบเท่ากับพลังของอินเทอร์เน็ตที่ทั้งทำลายและก่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ผู้มีบทบาทมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อเจพีมอร์แกนเชส จีน และเฟซบุ๊ก ต่างก็สร้างสกุลเงินดิจิทัลของตนเองด้วยความเชื่อที่ว่าตนสามารถประมวลผลธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้มากกว่า พร้อมกับลดต้นทุนทางธุรกรรมอย่างมหาศาลและขยายตัวเพื่อสร้างตลาดรวมถึงศูนย์กลางทางกำไรใหม่ ๆ ผู้นำกองทุนป้องกันความเสี่ยงกำลังสร้างแพลตฟอร์มการซื้อขายตราสารทุนและตราสารหนี้ ซึ่งมีความเหนือกว่าด้านการปฏิบัติงานเป็นการกระตุ้นให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเลิกใช้การแลกเปลี่ยนที่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบดั้งเดิม ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมอย่างไอบีเอ็ม ใช้เครื่องมือที่ใช้บล็อกเชนเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกตามเวลาจริงเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานของสินค้า ตั้งแต่การขนส่งตู้บรรจุสินค้าไปจนถึงอาหารหรือสินค้าโภคภัณฑ์ ในประเทศที่ประสบภาวะเงินเฟ้อสูง เช่น อาร์เจนตินา พลเมืองจะหันมาใช้สกุลเงินดิจิทัลแทนสกุลเงินที่รัฐบาลเป็นประกันซึ่งไม่น่าเชื่อถือ

การพัฒนาของสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวอาจมีผลกระทบมากกว่าอินเทอร์เน็ต เพราะสกุลเงินเหล่านี้ปฏิวัติจุดศูนย์กลางในการควบคุมเศรษฐกิจ ซึ่งก็คือการเงิน ใน พ.ศ. 2559 รายงานของประธานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของสหราชอาณาจักรได้ให้ความหมายของบล็อกเชนว่า เป็นจุดสูงสุดในการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมที่ลดต้นทุนรวมทั้งทดแทน “ระบบลำดับชั้นขององค์กรและธรรมาภิบาล” อย่างสิ้นเชิงด้วยเครือข่ายออนไลน์แบบร่วมมือกัน ในแง่นี้ สกุลเงินดิจิทัลสามารถเป็นตัวเร่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการปฏิวัติเทคโนโลยียุคที่ห้า ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่วงการเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมตามที่นางคาร์โลตา เปเรซ นักวิชาการ อธิบายไว้เมื่อ พ.ศ. 2546 ในหนังสือของตนที่ชื่อ การปฏิวัติทางเทคโนโลยีและต้นทุนทางการเงิน: พลวัตแห่งยุคฟองสบู่และยุคทอง (ดูแผนภูมิ หน้า 27)

การจัดการกับภัยคุกคามระหว่างประเทศ

เพื่อทำความเข้าใจความหมายโดยนัยของความมั่นคงปลอดภัยหรือความไม่มั่นคงปลอดภัยของสกุลเงินดิจิทัล เราจะเปรียบเทียบความแตกต่างกับหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินและระเบียบการกำกับดูแลในปัจจุบัน เงินแบบดั้งเดิมเกิดขึ้นในโลกของสถาบันการเงินแบบรวมศูนย์ที่ประมวลผลธุรกรรม ดังนั้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศ จึงเป็นการรับประกันความสมบูรณ์ เสถียรภาพ และสภาพคล่องของระบบเงินตรา

ในกระบวนทัศน์สกุลเงินดิจิทัล/บล็อกเชน เครือข่ายของคอมพิวเตอร์สร้างและประมวลผลธุรกรรม แทนที่จะเป็นสถาบันรวมศูนย์ การกำกับดูแลเครือข่ายเป็นสิ่งที่ท้าทายเพราะเทคโนโลยีบล็อกเชนและการเข้ารหัสเป็นการรับประกันว่าตัวตนผู้ใช้จะถูกเก็บเป็นความลับในระดับสูง เฉพาะเครื่องมือสืบสวนพยานหลักฐานที่สามารถบุกรุกได้สูงเท่านั้นที่จะสามารถเจาะลำดับการเข้ารหัสที่ซับซ้อนของบล็อกเชนเพื่อดูตัวตนของธุรกรรมได้ กรอบการกำกับดูแลสำหรับสกุลเงินดิจิทัลจำเป็นต้องมีวิธีการที่แตกต่างและเหมาะสม เพื่อแก้ไขความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย

ภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยจากการใช้สกุลเงินดิจิทัลในทางที่ไม่ดี จะถูกจัดการด้วยวิธีองค์รวมโดยการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ขององค์การสหประชาชาติ ในระดับเทียบเท่ากับภัยคุกคามต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของอินเทอร์เน็ต ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้บันทึกบัญชีรายชื่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอาวุธตามการเจริญขึ้นของอุตสาหกรรม และค้นพบว่าโลกไซเบอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์กลุ่มประเทศที่ถูกคว่ำบาตรเพื่อหลีกเลี่ยงบรรทัดฐานสากลอย่างไร ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวสามารถช่วยวางแนวทางนโยบายของสหประชาชาติได้

มี 138 ประเทศที่ใช้กรอบการกำกับดูแลไซเบอร์แห่งชาติ แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การป้องกันอาชญากรรมภายในประเทศ ในขณะที่ยังคงหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเกี่ยวกับพื้นที่ไซเบอร์ที่ใช้เป็นอาวุธอย่างสบายใจ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้จัดการกับภัยคุกคามทางไซเบอร์แต่เป็นในลักษณะที่ไม่สม่ำเสมอและไม่สอดคล้องกัน แม้ว่าจะมีรายงานและหลักฐานกว่า 20 ปี เกี่ยวกับวิธีที่เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้ความขัดแย้งดำเนินไปและเป็นประโยชน์ต่อผู้มีบทบาทที่ถูกคว่ำบาตร

คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินกำลังทยอยแก้ไข 40 ข้อแนะนำเพื่อป้องกันและปกป้องการต่อต้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินเพื่อการต่อต้านการก่อการร้าย และการสนับสนุนทางการเงินเพื่อป้องกันการแพร่ขยายอาวุธในรูปแบบดิจิทัล เทคโนโลยีดิจิทัลบางอย่างควรถูกจัดให้เป็นการใช้งานสองทางตามที่ระบุไว้ในระเบียบวัสเซนาร์ พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นการจัดการแบบพหุภาคีครั้งแรกทั่วโลกเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกอาวุธตามแบบ รวมทั้งสินค้าและเทคโนโลยีแบบใช้งานได้สองทางที่มีความละเอียดอ่อน

มีขั้นตอนที่บังคับใช้ฝ่ายเดียวบางส่วนในด้านการคว่ำบาตรทางไซเบอร์ เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้สหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรหน่วยงานไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ 3 แห่งและบัญชีสกุลเงินดิจิทัล 2 บัญชีที่บุคคลชาวอิหร่านเป็นเจ้าของ สหภาพยุโรปได้เผยแพร่คำแนะนำรวมถึงชุดเครื่องมือทางการทูตด้านไซเบอร์ แต่ขั้นตอนเหล่านี้ยังห่างไกลจากแนวทางที่ครอบคลุมที่จำเป็น ความสามารถที่หลากหลายของเกาหลีเหนือในการจู่โจมทางไซเบอร์อย่างร้ายแรงมหันต์ แต่แทบจะรับรู้ไม่ได้และราคาถูก ที่กระทำต่อข้อมูลหรือสินทรัพย์ทางการเงินของรัฐบาล บริษัท และบุคคลต่าง ๆ ได้ผลักดันให้มีการใช้เครื่องมือสงครามดิจิทัลและสารสนเทศเชิงรุก

ในระดับนานาชาติ มาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติที่มีอยู่ ไม่ได้จัดประเภทการละเมิดโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ระหว่างประเทศว่าเป็นการกระทำที่สามารถคว่ำบาตรได้ ผู้นำภาครัฐและอุตสาหกรรมที่เป็นฝ่ายตั้งรับยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียรายได้ ข้อมูลที่สำคัญ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการ ความล้มเหลวในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการสูญเสียชื่อเสียงจากการเปิดโอกาสให้มีการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร รวมทั้งตามไม่ทันความพยายามและการริเริ่มควบคุมเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศที่อาจแพร่ขยายไปทั่ว

กฎระเบียบและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่

ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งก่อให้เกิดการพลิกผันและการเปลี่ยนแปลงที่มีผลตอบแทนสูง ได้รับแรงจูงใจจากมาตรฐานการกำกับดูแลที่นุ่มนวลในอดีต การยอมรับผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ที่อาจเป็นอันตรายต่อเรื่องทางการเมือง สังคม และความมั่นคง ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มระดมกำลังเข้ามาแทรกแซงรวมถึงลงโทษบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ละเมิดมาตรฐานระดับประเทศและระดับนานาชาติ แต่แนวทางการกำกับดูแลที่มุ่งเน้นภัยคุกคามที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอจะรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่

นอกเหนือจากภัยคุกคามจากสกุลเงินดิจิทัล การทำให้ข้อมูลกลายเป็นข้อมูลเชิงพาณิชย์ได้ทำให้เกิดวิธีในการชักใยความคิดเห็นของประชาชน และอาจเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการทางประชาธิปไตยที่สำคัญ เช่น การเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศยังไม่พร้อมที่จะต่อต้านภัยคุกคามดังกล่าว อนาคตของความมั่นคงระหว่างประเทศและอำนาจอธิปไตยของชาติบางส่วนจะขึ้นอยู่กับการสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโลกไซเบอร์และการบังคับใช้แนวทางเหล่านั้น

นางสาวแอชลีย์ เทย์เลอร์ เป็นผู้ประสานงานอาวุโสที่บริษัท คอมไพลแอนซ์ แอนด์ แคพาซิที สกิลส์ อินเตอร์เนชันแนล


ต้นกำเนิดของสกุลเงินดิจิทัล

สกุลเงินดิจิทัลเกิดขึ้นพร้อมกับสมุดปกขาวใน พ.ศ. 2551 โดยผู้เขียนที่ใช้นามแฝงว่านายซาโตชิ นาคาโมโตะ ได้อธิบายถึงอัลกอริทึมที่ใช้สำหรับบิตคอยน์ในปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดสูงสุดเบื้องต้นของการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับโครงการเงินดิจิทัล การวิจัยดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในยุคแรก ๆ ของอินเทอร์เน็ต โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากนักเสรีนิยมที่พยายามเพิ่มเสรีภาพของบุคคลและลดบทบาทของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการครอบครองสกุลเงินอธิปไตย

ในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จและความล้มเหลวของบิตคอยน์กระตุ้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และนักการเงินรุ่นใหม่ ๆ ให้สร้างสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อีกมากมาย ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ หลายพันสกุล

สกุลเงินดิจิทัลจัดกลุ่มธุรกรรมเข้าด้วยกันเป็น “บล็อก” ที่บันทึกไว้ในลำดับเหตุการณ์เป็นโซ่ ดังนั้นจึงเรียกว่า “บล็อกเชน” เมื่อบล็อกได้รับการบันทึก บล็อกเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง การทำธุรกรรมแต่ละครั้งจะมองเห็นได้ทั้งเครือข่ายตลอดไป ทำให้เทคโนโลยีมีประโยชน์ในการสร้างข้อมูล “ที่เชื่อถือได้” เครือข่ายบล็อกเชนเหล่านี้และสกุลเงินของเครือข่ายดังกล่าวสามารถเป็นแบบสาธารณะ เช่น บิตคอยน์ หรือเป็นแบบส่วนตัวที่สามารถเข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มที่เลือกเท่านั้น สกุลเงินดิจิทัลแต่ละสกุลมีกฎในการรับเหรียญใหม่ที่เรียกว่า “การขุด” ซึ่งมักจะต้องใช้คอมพิวเตอร์เฉพาะทาง การขุดอาจต้องใช้พลังการคำนวณจำนวนมากในการประมวลผลข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จากการที่คอมพิวเตอร์แข่งขันกันแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากลำบากเพื่อชิงเหรียญใหม่ที่ออกมาเป็นระยะ

นอกจากนี้ สกุลเงินดิจิทัลยังใช้การเข้ารหัส ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการทำให้ข้อมูลและธุรกรรมสามารถถอดรหัสได้โดยผู้ที่มีรหัสผ่านที่ถูกต้องเท่านั้น คุณลักษณะนี้จะทำให้ปลอมเหรียญได้ยากยิ่งขึ้นและไม่เปิดเผยตัวตนผู้ใช้ ซึ่งหมายความว่าตัวตนในโลกความเป็นจริงไม่จำเป็นต่อการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเหรียญ

หุ้น