• Home »
  • ติดอันดับ »
  • สิงคโปร์พิพากษาลงโทษภายใต้กฎหมายเป็นครั้งแรกเพื่อยุติการค้ามนุษย์
สิงคโปร์พิพากษาลงโทษภายใต้กฎหมายเป็นครั้งแรกเพื่อยุติการค้ามนุษย์

สิงคโปร์พิพากษาลงโทษภายใต้กฎหมายเป็นครั้งแรกเพื่อยุติการค้ามนุษย์

สิงคโปร์ปฏิญาณว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีกับใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการค้ามนุษย์ หลังจากที่ทางการได้ตัดสินผู้ต้องหาคู่หนึ่ง เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ฐานเอาเปรียบแรงงานหญิงชาวบังคลาเทศที่ทำงานเต้นรำในไนท์คลับ

รอยเตอร์รายงานว่า การพิพากษาคู่สามีภรรยาชาวอินเดียในสิงคโปร์เป็นความสำเร็จครั้งแรกของศาลสิงคโปร์ภายใต้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2558 ตามบันทึกศาล คู่สามีภรรยาบังคับกดขี่หญิงคนดังกล่าวให้จำยอม รวมถึงการละเมิดด้วยวาจา ยึดหนังสือเดินทาง และกักขังหน่วงเหนี่ยว

“การพิพากษาคดีการค้ามนุษย์ครั้งแรกเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะต่อสู้กับการค้ามนุษย์” นางเชอร์ลีย์ ลิม ผู้อำนวยการกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ กล่าวพร้อมเสริมว่ามีคดีค้ามนุษย์อีกสองคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาล “เราจะดำเนินการอย่างแข็งขันต่อไปเพื่อตรวจจับ ปราบปราม และดำเนินคดีการค้ามนุษย์”

ด้วยประชากรทั้งหมดประมาณ 5.6 ล้านคน สิงคโปร์รับแรงงานข้ามชาติประมาณ 1 ล้านคนจากประเทศต่าง ๆ เช่น บังกลาเทศ พม่า จีน และอินโดนีเซีย แรงงานข้ามชาติทำงานในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมก่อสร้างจนถึงอุตสาหกรรมบริการ

ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก การค้ามนุษย์ไม่ได้มีแค่ในสิงคโปร์เท่านั้น รายงานระหว่างประเทศล่าสุดระบุว่า ร้อยละ 26 ของการใช้แรงงานเด็กในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซึ่งเป็นจำนวนร้อยละที่สูงที่สุดสำหรับภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก มาจากเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานที่เขียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงาน จี20 โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน และกองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าการค้ามนุษย์เป็นที่ประจักษ์ชัดในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการสกัดแร่ดิบและการเกษตร รายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของรัฐ ในการอุดช่องว่างของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อยับยั้งการค้ามนุษย์

ในกรณีของสิงคโปร์ นางปรียานกา บาธาชยา ราเจช อายุ 29 ปี และนายมัลการ์ ซาบลาราม อานันท์ อายุ 49 ปี รับคำว่าจะจ้างหญิงชาวบังกลาเทศให้ทำงานเป็นนักเต้นรำในไนท์คลับย่านโบ๊ทคีย์ของสิงคโปร์ด้วยเงินเดือนจำนวน 60,000 ตากา หรือ 706 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21,000 บาท) นักเต้นรำหญิงทั้งสามคนไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บทิปที่ตนได้รับ และมีสองคนไม่ได้รับเงินเดือน ตามรายงานของแชนแนล นิวส์เอเชีย

หญิงทั้งสามอาศัยอยู่ร่วมกับคู่สามีภรรยาและดีเจของคลับสองคนในอพาร์ตเมนต์ขนาดหกห้องนอน โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกตามลำพังและไม่มีกุญแจอะพาร์ตเมนต์อยู่กับตัว ทั้งสามคนต้องยอมมอบหนังสือเดินทางให้นายจ้างและไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งท้ายที่สุด หญิงสาวหนึ่งในสามคนถูกบังคับให้ค้าประเวณีตามบันทึกศาล

การพิพากษาคดีของคู่สามีภรรยานี้มีกำหนดในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562 แต่ละคนต้องถูกจำคุกไม่เกิน 10 ปี และถูกปรับตามกฎหมายป้องกันการค้ามนุษย์ของสิงคโปร์ รอยเตอร์รายงานว่า นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ทางการสิงคโปร์สร้างความตระหนักในหมู่แรงงานข้ามชาติ เพื่อรายงานการละเมิดในอนาคต

“นายจ้างไม่ควรคิดว่าตนเองจะลอยนวลจากการเอาเปรียบมนุษย์คนอื่นได้” นายไมเคิล เชียม ผู้อำนวยการบริหารของฮาการ์อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านมนุษยธรรมที่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์กล่าว

หุ้น