การสำรวจใต้ทะเล

การสำรวจใต้ทะเล

นักวิทยาศาสตร์ทำเอกสารบันทึกการเปลี่ยนแปลงใต้ทะเลในน่านน้ำเซเชลส์

เรื่องและภาพโดย ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ภารกิจสำรวจมหาสมุทรอินเดียและบันทึกการเปลี่ยนแปลงอันเป็นประวัติการณ์ในโลกใต้เกลียวคลื่น เริ่มต้นการวิจัยเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 บริเวณน่านน้ำเซเชลส์

ทีมภารกิจเน็กตัน ซึ่งนำโดยอังกฤษเดินทางมาถึงหมู่เกาะขนาดเล็กอย่างอัลฟอนเซในยามเช้าตรู่ หลังจากเผชิญสภาพอากาศอันเลวร้ายจนต้องเปลี่ยนเครื่องบินและเส้นทาง

คณะสำรวจผู้เปี่ยมความมุ่งมั่นจะดำเนินการสำรวจเจาะลึกหนึ่งในน่านน้ำขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายบนโลกที่ยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน โดยผืนน้ำอันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว การ

ทำความเข้าใจระบบนิเวศของมหาสมุทรอินเดียไม่เพียงมีความสำคัญในด้านสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ แต่ยังมีความสำคัญต่อประชากรประมาณ 2.5 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ ตั้งแต่แอฟริกาตะวันออกไปจนถึง

คาบสมุทรอาหรับ อนุทวีปอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การวิจัยเริ่มต้นด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรียบง่าย อาทิ อุปกรณ์สำหรับวัดเคมีในน้ำและตาข่ายที่ใช้จับแพลงก์ตอนสัตว์ แม้ว่าในท้ายที่สุด ภารกิจดังกล่าวจะใช้เรือดำน้ำเทคโนโลยีขั้นสูง

“เมื่อในที่สุด คุณได้ลงมือทำงานทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ สักที ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างโล่งอกและสนุกมากค่ะ” ดร. หลุยส์ ออลค็อก ศาสตราจารย์ด้านสัตววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยไอร์แลนด์ในกัลเวย์กล่าว

อัลฟอนเซคือเกาะขนาดเล็กซึ่งเป็นยอดภูเขาที่จมอยู่ใต้น้ำ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของวิกตอเรีย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเซเชลส์ไกลออกไป 232 ไมล์ทะเล ในระยะไม่กี่กิโลเมตรจากชายฝั่งของเกาะแห่งนี้ มหาสมุทรมีความลึกถึง 5,000 เมตร

นักวิทยาศาสตร์มีความรู้เพียงน้อยนิดเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะอัลฟอนเซ เนื่องจากเกาะแห่งนี้ยังไม่เคยมีการสำรวจในระดับที่ลึกกว่าชั้นสำหรับดำน้ำ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางสเตฟานี มารี สมาชิกในทีมภารกิจซึ่งเป็นนักวิจัยทางทะเลจากเซเชลส์ ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์บนเกาะอัลฟอนเซเพื่อดำเนินการศึกษาสายพันธ์ุปลาที่เรียกว่าปลากะมงพร้าว นางมารีเล่าว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบว่ามีสิ่งมีชีวิตมากมายอยู่ใต้มหาสมุทร

“เมื่ออากาศแจ่มใสจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายเลยค่ะ อย่างเช่น ฉลาม ปลากะมงพร้าว ปะการังด้วย ดังนั้นจึงเหมือนได้พบสถานที่ที่แตกต่าง ทิวทัศน์ที่แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา” นางมารีกล่าว

นางมารีมีหน้าที่เก็บรวบรวมแพลงก์ตอนสัตว์เพื่อทำการจำแนกอนุกรมวิธาน

“ฉันตื่นเต้นจริง ๆ ภารกิจนี้จะเป็นการเปิดเผยความรู้ใหม่ ๆ เพราะฉันไม่เคยเห็นในระดับความลึกขนาดนี้เลย” นางมารีกล่าว “ภารกิจนี้สำคัญมาก ปลากินแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร ดังนั้นเราต้องดูคุณภาพของแพลงก์ตอน เพราะหากระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลกระทบต่อปลาที่เรากิน”

ภารกิจนี้คาดว่าจะค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ ตลอดจนจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษที่เกิดจากมนุษย์

ข้อมูลจากภารกิจนี้จะนำไปใช้ช่วยเซเชลส์รวบรวมและขยายนโยบายคุ้มครองน่านน้ำเกือบหนึ่งในสามของประเทศภายใน พ.ศ. 2563 โดยพื้นที่ทางทะเลที่จะได้รับการคุ้มครองมีขนาดใหญ่กว่าประเทศเยอรมนี การริเริ่มครั้งนี้เป็นองค์ประกอบหลักสำหรับนโยบาย “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” ของเซเชลส์ ซึ่งพยายามสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นด้านการพัฒนากับสภาพแวดล้อมทางมหาสมุทรดังกล่าว

หุ้น