• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนส่งผลให้มีการประท้วงครั้งใหญ่ในฮ่องกง ทำให้การลงมติเกิดความล่าช้า
ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนส่งผลให้มีการประท้วงครั้งใหญ่ในฮ่องกง ทำให้การลงมติเกิดความล่าช้า

ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนส่งผลให้มีการประท้วงครั้งใหญ่ในฮ่องกง ทำให้การลงมติเกิดความล่าช้า

เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส

เกิดการประท้วงบนท้องถนนครั้งที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกงในรอบ 15 ปี เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 เหตุเกิดเนื่องจากฝูงชนจำนวนมากต่อต้านแผนที่จะอนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่กระตุ้นให้เกิดการโจมตีครั้งสำคัญต่อผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลจีน

ประชาชนอย่างน้อย 150,000 คนร่วมเดินขบวนไปตามถนนคับแคบสายต่าง ๆ ในเกาะหลักที่เป็นแหล่งรวมธุรกิจทางการเงินท่ามกลางฤดูร้อนที่อบอ้าว โดยทำการชุมนุมเสียงดังและครึกครื้น ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่วางแผนไว้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เพียงสามวันต่อมา ในวันที่ 12 มิถุนายน ผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนได้แห่เข้าไปตามถนนสายสำคัญต่าง ๆ ของฮ่องกงอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ระหว่างที่มีกำหนดให้ทบทวนร่างกฎหมายเป็นครั้งที่สอง (ภาพ: ผู้ประท้วงเดินขบวนระหว่างรวมตัวกันต่อต้านข้อเสนอกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเกิดการโต้แย้งในฮ่องกงเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562)

ผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลจีนในฮ่องกงกำลังผลักดันร่างกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติ ซึ่งจะอนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่ยังไม่เคยมีสนธิสัญญา รวมถึงการส่งไปจีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรก

ตำรวจกล่าวว่า ประชาชนอย่างน้อย 153,000 คนเริ่มเดินขบวนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน แต่ตำรวจยังไม่ได้คำนวณตัวเลขสูงสุดของฝูงชนกับผู้คนใหม่ ๆ ที่ยังคงเข้าร่วมอย่างต่อเนื่องในหลายชั่วโมงหลังจากที่ขบวนเริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนของผู้ชุมนุมที่ปิดกั้นถนนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน

จากที่ผ่าน ๆ มาตำรวจแสดงตัวเลขในระดับต่ำกว่าตัวเลขของผู้จัดเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ผลประมาณการจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ก็ยังปรากฏว่าการประท้วงครั้งนี้เป็นการชุมนุมบนถนนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2546

ฝูงชนหนาแน่นแห่ร้องตะโกนว่า “ยกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม!” และ “คัดค้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน!” เรื่อย ๆ เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

นายมาร์โค เอิง เจ้าของร้านกาแฟกล่าวว่าเขาปิดร้านเพื่อไปเข้าร่วมเดินขบวนในวันที่ 9 มิถุนายน

“ประเทศสำคัญกว่าธุรกิจ” เจ้าของร้านวัย 26 ปีกล่าว “หากเราไม่แสดงออก รัฐบาลไม่มีทางฟังเสียงของเรา”

ครั้งสุดท้ายที่ฮ่องกงมีการประท้วงจากฝูงชนด้วยขนาดที่ใกล้เคียงกันนี้เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2546 เป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่กดดันให้รัฐบาลระงับกฎหมายด้านความมั่นคงแห่งชาติซึ่งไม่เป็นที่นิยมอย่างมาก

แผนส่งผู้ร้ายข้ามแดนกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านที่รวมกลุ่มผู้คนในวงกว้างที่คิดแบบเดียวกัน

ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักกฎหมายได้จัดขบวนแสดงความหดหู่ในชุดสีดำ ผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งไม่เปิดเผยชื่อได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างหนักหน่วง และกลุ่มด้านกฎหมายหลักสองกลุ่มของฮ่องกง ได้แก่ สมาคมกฎหมายและเนติบัณฑิตยสภา ได้ขอให้มีการคิดทบทวนอีกครั้ง

นอกจากนี้ ตัวเลขทางธุรกิจยังแสดงให้เห็นถึงความผันผวนจากร้านค้าและกลุ่มการค้าต่างๆ ที่ออกมาแสดงถึงความกังวล รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษที่เคยเป็นมหาอำนาจอาณานิคมในอดีต และรัฐบาลยุโรปในหลายประเทศ

ผู้นำของฮ่องกงที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกล่าวว่า จำเป็นต้องอุดช่องโหว่ของกฎหมาย และไม่ปล่อยให้ฮ่องกงเป็นที่หลบซ่อนตัวของผู้ลี้ภัยจากจีนแผ่นดินใหญ่

ผู้นำเหล่านั้นกล่าวว่า ผู้คัดค้านและนักวิจารณ์จะไม่ถูกส่งตัวข้ามแดน และขอให้มีการประกาศใช้ร่างกฎหมายโดยเร็ว เพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งเป็นชายชาวฮ่องกงที่ไต้หวันต้องการตัวเนื่องจากเหตุสังหารแฟนสาว

นักวิจารณ์กลัวว่า กฎหมายจะทำให้ผู้คนพัวพันกับระบบศาลที่คลุมเครือและถูกทำให้เป็นการเมืองของจีน ทั้งยังกล่าวว่ารัฐบาลจีนใช้คดีที่ไต้หวันเพียงเพื่อเป็นแพะรับบาป

กฎหมายที่เสนอได้รับการส่งต่ออย่างรวดเร็วผ่านสภานิติบัญญัติของฮ่องกงที่มีรัฐบาลเป็นเสียงส่วนใหญ่ พร้อมแผนที่จะประกาศในพระราชกฤษฎีกาภายในปลายเดือนกรกฎาคม แม้จะมีการถกเถียงกันเรื่องร่างกฎหมายที่เลื่อนออกไปเนื่องจากการชุมนุม

หุ้น