• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไม่ได้ถดถอย แม้มีความไม่ลงรอยและการยกเลิกการเดินทาง นายแมตทิสกล่าว
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไม่ได้ถดถอย แม้มีความไม่ลงรอยและการยกเลิกการเดินทาง นายแมตทิสกล่าว

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไม่ได้ถดถอย แม้มีความไม่ลงรอยและการยกเลิกการเดินทาง นายแมตทิสกล่าว

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวเมื่อต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ว่า ตนไม่ได้มองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนกำลังถดถอยลง แม้จะมีรายงานว่าแผนการไปเยือนจีนในปลายเดือนตุลาคมดูเหมือนได้ถูกยกเลิกแล้ว

นายแมตทิสกล่าวว่าสหรัฐฯ ต้องเรียนรู้วิธีการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคอมมิวนิสต์อย่างจีน

“ความสัมพันธ์มีจุดที่ตึงเครียด แต่จากการประชุมที่นิวยอร์กเมื่อสัปดาห์ที่แล้วประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ ที่กำลังจะมาถึง เราไม่ได้มองว่าความสัมพันธ์นี้กำลังถดถอย” นายแมตทิส (ภาพ) กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปกรุงปารีสกับตน “เราจัดการได้”

เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า นายแมตทิสได้ยกเลิกแผนการที่จะไปเยือนจีนท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างรัฐบาลจีนและรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ให้ข้อมูลโดยไม่ประสงค์ที่จะออกนามเนื่องจากเป็นเรื่องการวางแผนภายใน

แม้ว่าจะไม่เคยมีการประกาศว่าจะมีการเดินทางในครั้งนี้อย่างเป็นทางการ แต่นายแมตทิสได้วางแผนที่จะไปเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนตุลาคมเพื่อประชุมด้านความมั่นคงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนพร้อมกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดต่อสาธารณชนเกี่ยวกับแผนการที่เปลี่ยนไปของนายแมตทิส

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ถดถอยลง ในขณะที่ความขัดแย้งด้านการค้าและการเพิ่มภาษีอากรทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ประกาศขายยุทโธปกรณ์ทางทหารให้กับไต้หวันและมีปฏิบัติการทางทหารจำนวนหนึ่งที่ได้ดำเนินการไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศค่อนข้างคงที่ แต่หลายเหตุการณ์ในปีนี้ได้ส่งผลให้สถานการณ์คุกรุ่น

เมื่อปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 รัฐบาลจีนได้ยกเลิกการเยือนสหรัฐฯ ของผู้บัญชาการทหารเรือจีน และปฏิเสธคำขอให้เรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าเทียบท่าที่ฮ่องกงในเดือนหน้า

นอกจากนี้จีนยังได้ประท้วงภารกิจเมื่อไม่นานนี้ของเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-52 ที่มีศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ซึ่งบินข้ามน่านฟ้าเหนือทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาท โดยจีนเรียกการบินในครั้งนี้ว่าเป็น “การยั่วยุ” หนึ่งวันก่อนแถลงการณ์ของนายแมตทิส เรือพิฆาต ยูเอสเอส ดีเคเทอร์ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ล่องเข้าใกล้หมู่เกาะที่จีนอ้างสิทธิในทะเลจีนใต้

ปฏิบัติการเสรีภาพในการเดินเรือในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นค่อนข้างสม่ำเสมอในบริเวณที่ใกล้กับแนวปะการังและเกาะเทียมที่จีนสร้างขึ้นและจัดกำลังทางทหารในทะเลจีนใต้ แต่การที่เรือสหรัฐฯ ล่องเข้าไปภายใน 12 ไมล์ทะเลของด่านชั้นนอกเหล่านั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนคัดค้านอย่างรุนแรง

การเสริมกำลังทหารของจีนในน่านน้ำแห่งนี้ซึ่งประกอบด้วยการติดตั้งลานบิน โดมเรดาร์ ระบบขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ บนหมู่เกาะส่งผลให้นายแมตทิสยกเลิกคำเชิญให้รัฐบาลจีนเข้าร่วมการฝึกทางทะเลระดับพหุชาติในมหาสมุทรแปซิฟิกในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561

ศูนย์กลางของความตึงเครียดคือข้อพิพาททางการค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยทั้งสองได้เพิ่มภาษีอากรสำหรับสินค้าของแต่ละประเทศ และรัฐบาลจีนได้กล่าวหารัฐบาลของนายทรัมป์ว่ากระทำการกดขี่ข่มเหง

อย่างไรก็ตาม ในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ความไม่พอใจของจีนปะทุขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ประกาศขายสินค้าทางทหารมูลค่ารวม 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท) ให้กับไต้หวัน นอกจากนี้จีนยังคัดค้านการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามการตรวจลงตราและคำสั่งระงับสินทรัพย์ทั้งของกรมการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์จีนและของนายหลี่ ซ่างฝู ผู้อำนวยการหน่วยงานดังกล่าว โดยการกระทำของสหรัฐฯ ครั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับการที่จีนซื้ออากาศยานรบ ซู-35 จากรัสเซียเมื่อปีที่แล้วและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบขีปนาวุธจากพื้นดินสู่อากาศ เอส-400 ในปีนี้ ธุรกรรมเหล่านั้นขัดต่อกฎหมาย พ.ศ. 2560 ที่มีจุดประสงค์เพื่อลงโทษรัฐบาลรัสเซียที่เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และกิจกรรมอื่น ๆ

หุ้น