การแบ่งปัน ข้อมูล

การแบ่งปัน ข้อมูล

ความร่วมมือที่ดีขึ้นระหว่างทหาร พลเรือน และองค์กรด้านมนุษยธรรม สามารถช่วยพัฒ นาการบริหารข้อมูลสำหรับความพยายามช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ

นายโจเซฟ ดี. มาร์ติน

ในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายด้านการสื่อสารนั้น การสร้างข้อมูล การยืนยันความถูกต้องและการแพร่กระจายข้อมูลไม่ใช่ส่วนหนึ่งของความท้าทายดังกล่าว การใช้ตัวตรวจจับดิจิทัล ดาวเทียมพาณิชย์และโดรน ทำให้ข้อมูลที่เต็มไปด้วยเลขศูนย์และหนึ่งล้นแพลตฟอร์มการสื่อสาร เทคโนโลยีและกิจกรรมของมนุษย์อื่น ๆ เช่น การระดมคนช่วยเหลือทางออนไลน์ อาจขัดเกลาข้อมูลดังกล่าวให้ช่วยตอบโจทย์และความท้าทายที่เกี่ยวข้อง แต่บ่อยครั้งที่คำตอบหายไปในกองข้อมูลขนาดใหญ่

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมากและเกี่ยวพันกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติโดยเฉพาะ ส่วนเชื่อมต่อระหว่างพลเรือนและทหารในภาวะแวดล้อมนี้เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเนื่องจากความกังวลที่เกี่ยวพันกับผู้อื่นและความมั่นคง อย่างไรก็ตาม หากจะให้มีการดำเนินการใด ๆ ที่มีความหมาย ทหารและพลเรือนจะต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านการไว้เนื้อเชื่อใจและการเปิดกว้าง

ทหารจีนและสหรัฐฯ ทำงานร่วมกันระหว่างการฝึกการบรรเทาภัยพิบัติร่วมในคุนหมิง มณฑลยูนนาน เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

เมื่อเกิดภัยพิบัต ทหารของโลกมักจะเป็นองค์กรที่มีทรัพยากรพร้อมที่จะรับมือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การเก็บรวบรวมข้อมูล การขนส่ง หรือการบัญชาการและควบคุม มักจะไม่มีหน่วยงานพลเรือนใดที่มีสมรรถนะเทียบเท่า ด้านลบของทรัพยากรดังกล่าวก็คือ ฝ่ายทหารมักจะปฏิบัติการภายในบริเวณที่กำหนดชัดเจนและมีแนวกั้นปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพหรือทางดิจิทัล มีการเก็บรวบรวมข้อมูลถูกและแบ่งปันข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของทหารโดยไม่ค่อยคำนึงถึงประโยชน์ของข้อมูลดังกล่าวนอกเหนือจากด้านทหาร

ในทำนองเดียวกัน พลเรือนหรือองค์กรด้านมนุษยธรรมก็รวบรวมและแบ่งปันข้อมูลของตนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะในระหว่างการดำเนินการช่วยเหลือ เช่น หน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจภาคเอกชน องค์การนอกภาครัฐ และองค์กรระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศอื่น ๆ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในระยะหลังยังได้ทำให้ปัจเจกบุคคลหรือคณะทำงานเล็ก ๆ ที่ใช้เทคโนโลยี สามารถใช้ความสามารถของตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยบ่อยครั้งเป็นไปในลักษณะที่ไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน

ผลประโยชน์ร่วมกัน

ประสบการณ์ที่แสดงให้เห็นโดยผู้ปฏิบัติในระหว่างการประชุมทางทหาร ร่วมกับองค์การสหประชาชาติและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่การมีปฏิสัมพันธ์กับภาควิชาการ ล้วนชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในวิธีการและศักยภาพของการรวบรวมข้อมูล แต่ทุกฝ่ายก็มีความสมัครใจร่วมกันหรือมีความสามารถในการแบ่งปัน ในทันทีหลังจากการเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ ข้อมูลจะหลั่งไหลมาจากแหล่งต่าง ๆ

อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายทหารในพื้นที่และต่างประเทศ การรวบรวมภาพถ่ายและข้อมูลข่าวกรอง องค์การนอกภาครัฐในท้องถิ่นที่รวบรวมรายงานโดยตรงจากแหล่งข่าวและภาพจากพื้นที่ และสื่อสังคมออนไลน์ที่ให้ข้อมูลผ่านทางทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก และแอปอื่น ๆ โดยรายงานด้วยตนเองตามเวลาจริง ข้อมูลมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลไกการแบ่งบันข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติโดยเฉพาะปรากฏขึ้นบนแอปในท้องถิ่นที่เป็นที่นิยมและระบบการแบ่งปันข้อมูล

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกพยายามทำเหมืองข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลโดยอิสระและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา โดยปรากฏเป็นแผนที่พร้อมกับการจับตำแหน่งและยืนยันจุดเกิดเหตุต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมขึ้นนี้จะทำให้กระแสข้อมูลเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งอาจทำให้มีข้อมูลล้นในขอบเขตขนาดมหาศาล

ผู้คนกำลังรับประทานอาหารในค่ายบรรเทาอุทกภัยในเบลกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย
รอยเตอร์

อย่างไรก็ดี ในขอบเขตที่แคบลงก็มีความท้าทายเช่นกัน อากาศยานลาดตระเวนของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังบินเหนือเมืองในการปฏิบัติภารกิจความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ สามารถเก็บบันทึกภาพของความเสียหายได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา ข้อมูลลับเกี่ยวกับภาพดังกล่าวจะถูกนำออกจากไฟล์ภาพและส่งให้กับประเทศที่ประสบภัย และจะถูกใส่ไว้ในระบบต่าง ๆ อาทิ ระบบเครือข่ายการเข้าถึงของประเทศหุ้นส่วนทั้งหมด (เอแพน) ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หลังจากนั้นไม่นาน องค์การนอกภาครัฐในพื้นที่ก็จะเข้าไปในพื้นที่เพื่อทำงานให้กับผู้อุปถัมภ์หลัก

ความท้าทายของสถานการณ์นี้มีมากมาย ได้แก่
• ด้วยการสื่อสารที่ไม่สามารถทำได้สมบูรณ์ การวิเคราะห์โดยเทคโนโลยีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอและ/หรือในการส่งต่อข้อมูลให้ผู้บริโภคข้อมูลในพื้นที่ ส่วนมากจะถูกชะลอ
• การเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เป็นความลับและเส้นเวลาสำหรับบุคลากรและยุทโธปกรณ์ของกองทัพ อาจเป็นสิ่งที่เกินเหตุเนื่องจากภาพที่ได้อาจไม่สำคัญอีกต่อไป
• หากข้อมูลลับบนภาพของทหารถูกลบและนำไปใช้งานได้แล้ว องค์การนอกภาครัฐอาจไม่อยากใช้งานภาพดังกล่าวเนื่องจากกลัวว่าจะขัดต่อหลักการทางมนุษยธรรมว่าด้วยความเป็นกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการต่อสู้ หรือไม่ก็ไม่ไว้ใจข้อมูลหากแหล่งที่มาของข้อมูลถูกซ่อนไว้หรือไม่สามารถยืนยันได้

ด้วยข้อมูลจำนวนมากในภาพรวมขนาดใหญ่หรือในภาพเดียว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องตระหนักว่า ข้อมูลและภาพจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคสามารถวิเคราะห์ที่จำเป็นได้ ตัวอย่างเช่น หากมีการสับสนุนด้านการวิเคราะห์อย่างเหมาะสม ภาพของพื้นที่เมืองที่ได้รับผลกระทบอาจตอบสนองความต้องการของหน่วยงานค้นหาและกู้ภัยในสถานที่ที่เสียหาย และตอบสนองความต้องการของยูนิเซฟและองค์การนอกภาครัฐอื่น ๆ ที่ทำงานเพื่อเด็กเกี่ยวกับสภาพของโรงเรียน ซึ่งผู้จัดการที่พักพิงอาจใช้โรงเรียนเดียวกันนี้เป็นที่พักพิงสำหรับผู้ที่พลัดถิ่น ทีมวิศวกรสามารถระบุสภาพของถนน สายไฟฟ้า และโรงบำบัดน้ำและของเสียได้ บุคลากรทางการแพทย์สามารถระบุได้ว่าต้องการเตียงเป็นจำนวนเท่าไร นอกจากนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับจุดที่ประชากรไปรวมกัน เช่นเดียวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บก็สามารถประเมินให้แน่ใจได้ ไม่ว่าจะ 6 หรือ 10 หรือ 100 คนก็จะสามารถดูภาพเดียวกันและหาคำตอบให้กับคำถามของตนได้หากสามารถวิเคราะห์ภาพเพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

หน่วยกู้ภัยจากญี่ปุ่นช่วยค้นหาในตึกห้องชุดที่พังลงมาหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเขตฮัวเหลียน ทางตะวันออกของไต้หวัน ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

อย่างไรก็ดี ก็ยังมีประเด็นเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจกับการแบ่งปันข้อมูลและความท้าทายในอดีต เช่น ผู้ที่รับหลักการของฝ่ายทหารบ่อยจะได้ยินคำว่า “ความจำเป็นต้องทราบข้อมูล” หลายคนได้พูดถึงข้อดีของการเปลี่ยนมาใช้หลักการ “ความจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูล” แทน แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องถกกัน

ในตัวอย่างรูปถ่ายของเมืองด้านบน ความจริงจากพื้นที่โดยพนักงานองค์การนอกภาครัฐผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่และผู้จัดหาท้องถิ่นจะสามารถให้ความกระจ่างในประเด็นหลายประเด็น แต่ก็ไม่มีกลไกที่เป็นที่รู้จักสำหรับการป้อนข้อมูลให้ระบบกลาง ข้อมูลประเภทอื่น ๆ จะสามารถเพิ่มความกระจ่างโดยการซ้อนทับข้อมูลสื่อออนไลน์ การแสดงภาพถ่ายที่ได้จากแหล่งโดยตรง และแม้กระทั่งการได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้มีส่วนร่วมทางอินเทอร์เน็ต แต่โชคไม่ดีที่แม้กระทั่งแนวคิดเรื่องที่จัดเก็บส่วนกลางสำหรับข้อมูลด้านภัยพิบัติก็เต็มไปด้วยปัญหาเกี่ยวกับความไว้เนื้อเชื่อใจ เทคโนโลยี และประเด็นที่ว่า “ไม่ได้มาจากที่นี่” จากการนับ

คร่าว ๆ พบว่ามีระบบ 20 กว่าระบบที่มีให้ใช้งานในสภาพแวดล้อมแบบเปิด (ซึ่งระบบเครือข่ายการเข้าถึงของประเทศหุ้นส่วนทั้งหมด (เอแพน) ก็เป็นหนึ่งในนั้น) พร้อมระบบอื่น ๆ อีกจำนวนมากในระดับปัจเจกบุคคล

การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

สิ่งที่เราต้องการคือตัวเร่งเพื่อขับเคลื่อนชุมชนพลเรือนและทหารซึ่งอุทิศตนให้กับการช่วยชีวิตและบรรเทาความทุกข์ยากให้ขยายมุมมองที่เกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูลในทีมงานของผู้มีส่วนร่วม ตั้งแต่คนทำดีหนึ่งคนไปจนถึงหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ องค์การนอกภาครัฐ และทหารท้องถิ่นและจากต่างประเทศ

เราอยู่ในยุคเทคโนโลยีที่น่าจะสันนิษฐานได้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นไปได้และมีความยั่งยืน เป็นไปได้ที่จะสร้างสภาวะแวดล้อมของการแบ่งปันข้อมูลนอกเหนือจากเพียงระบบเดียว ซึ่งจะช่วยทำให้การเกิดการแบ่งปันที่ไว้ใจได้ไม่เพียงสำหรับข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับความสามารถในการสืบค้นคำตอบอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องทำสำเนาภาพหรือการขอข้อมูลที่คนอื่นได้ตอบไว้แล้ว

ความท้าทายที่มีอยู่ในตัวเริ่มที่ความไว้เนื้อเชื่อใจและมาตรฐาน แม้จะมีรากฐานด้านมนุษยธรรมของกลุ่มบรรเทาภัยพิบัติที่มีจิตอาสา องค์กรอื่น ๆ ก็ยังมักไม่ค่อยยอมเชื่อใจกันและกัน โดยเฉพาะทหารและหน่วยงานภาครัฐ ความสามารถขององค์การนอกภาครัฐที่จะสร้างรายได้ที่ยั่งยืน บ่อยครั้งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของความสามารถขององค์การเหล่านั้นในการให้บริการในสิ่งที่จำเป็น และการ “ให้” คำตอบหรือข้อมูลก็อาจทำให้การมีอยู่ขององค์กรตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ในทำนองเดียวกัน ผู้จัดหาข้อมูลของภาครัฐบาลก็มักจะมีตัวตนอยู่ในโลกที่ไม่ค่อยมีความไว้เนื้อเชื่อใจในการแบ่งปันข้อมูลโดยอิสระ โดยเฉพาะเมื่อศัตรูจริงหรือในจินตนาการอาจใช้ข้อมูลนั้นเพื่อกระทำการอันตราย

องค์กรหนึ่งจะแบ่งปันหรือรวบรวมข้อมูล ข่าว และความรู้จากระบบหลายระบบ และจากนั้นก็ให้คำตอบกับคำขอจำนวนมากได้อย่างไรนั้น เป็นคำถามที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ระบบข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ขยายตัวขึ้น ความท้าทายเหล่านี้สามารถแก้ได้ บางทีองค์กรที่น่าไว้ใจซึ่งไม่ใช่กองทัพหรือหน่วยงานด้านมนุษยธรรม อาจเติมช่องว่างนี้โดยการจัดหาความเชี่ยวชาญในการเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ และในขณะเดียวกันก็รักษาความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ปัญหาไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการขาดการแบ่งปัน การขาดความสามารถที่จะวิเคราะห์ข้อมูลดิบ การขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้สร้างข้อมูลและองค์กรที่รับข้อมูล และการขาดองค์กรที่จะมาเติมช่องว่างเหล่านี้ ความท้าทายแต่ละอย่างมีทางออก แต่ก็ยังเป็นความรับผิดชอบของชุมชนที่จะตัดสินใจว่าจะจัดการกับปัญหาเมื่อไร

หุ้น