มองโกเลียต้องการกำจัดตลาดมืดฟอสซิล

มองโกเลียต้องการกำจัดตลาดมืดฟอสซิล

เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส

เป็นเวลาหลายปีที่นายเกเลกราช คนเลี้ยงสัตว์พึงพอใจกับงานเสริมในการพานักท่องเที่ยวไปชมกะโหลกศีรษะไดโนเสาร์ซึ่งซ่อนอยู่ใกล้กับหน้าผาเฟลมมิ่งคลิฟในทะเลทรายโกบี ประเทศมองโกเลีย แล้ววันหนึ่งมันก็หายไป

กะโหลกดังกล่าวเป็นหนึ่งในฟอสซิลหลายพันชิ้นซึ่งหายไปจากประเทศนับแต่นายรอย แชปแมน แอนดรูว์ส นักสำรวจชาวอเมริกันค้นพบไข่ไดโนเสาร์เมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา โดยว่ากันว่านายแชปแมน แอนดรูว์สนี้เป็นแรงบันดาลใจของตัวละครอินเดียน่า โจนส์ในภาพยนตร์ชื่อดัง

นักบรรพชีวินวิทยาและผู้ลักลอบค้าของเถื่อนได้มายังผืนทรายแห่งนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ในตอนนี้ รัฐบาลมองโกเลียกำลังดำเนินการรณรงค์เพื่อทวงคืนโบราณวัตถุ โดยหวังว่าจะนำฟอสซิลที่ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศหรือในตู้โชว์ของนักสะสมเอกชนเป็นระยะเวลานานกลับมาสู่ประเทศ เช่น นิโคลัส เคจ นักแสดงฮอลลีวูดซึ่งจ่ายเงินหลายแสนดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับฟอสซิลในตลาดเสรี

นายเกเลกราชซึ่งอยู่ในกระโจมที่พักของเขาใกล้กับหน้าผาหินทรายหัวเราะเกี่ยวกับมูลค่าที่อาจเป็นได้ของกะโหลกดังกล่าว “ถ้าผมรู้ว่ามันจะมีค่ามากขนาดนี้ ผมคงจะขายมันเอง”

การผลักดันการส่งไดโนเสาร์กลับประเทศเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามีของนางออยอันเจเรล เซเดฟแดมบา ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวแห่งมองโกเลียทราบว่า บริษัทประมูลในกรุงนิวยอร์กวางแผนที่จะขายฟอสซิลไทรันโนซอรัส บาทาร์ หรือทาร์โบซอรัสซึ่งหมายถึง “กิ้งก่าที่น่ากลัว” ที่เกือบสมบูรณ์และหายาก ซึ่งเป็นญาติที่ดุร้ายกว่าและมีขนาดเล็กกว่าของไทรันโนซอรัส เร็กซ์

นักบรรพชีวินวิทยายืนยันว่า ฟอสซิลของสัตว์เลื้อยคลานที่ทราบทั้งหมดมาจากแอ่งน้ำเนเม็กท์ของมองโกเลีย การนำฟอสซิลออกจากประเทศเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ “ไม่มีใครรู้ว่าควรจะทำอย่างไรกันแน่” นางออยอันเจเรลกล่าว “ไม่มีใครเคยอ้างสิทธิไดโนเสาร์จากต่างประเทศมาก่อน”

นับแต่การค้นพบของนายแชปแมน แอนดรูว์ส คณะสำรวจหลายร้อยคณะได้เดินทางไปยังมองโกเลียเพื่อหาฟอสซิล บางส่วนได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ ในขณะที่คนอื่น ๆ ลักลอบนำฟอสซิลออกนอกประเทศ

แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการลักขโมยในที่ราบกว้างใหญ่ไพศาลของมองโกเลีย นางซูเรนจาฟ มังไซข่าน อายุ 31 ปี ผู้จัดการอุทยานที่นายแชปแมนค้นพบไข่กล่าว เธอเป็นผู้ดูแลเต็มเวลาเพียงคนเดียวของทะเลทรายแห่งนี้ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 10,000 เฮกตาร์ที่อุดมไปด้วยฟอสซิล โดยทำงานร่วมกับตำรวจและนายเกเลกราชซึ่งเป็นผู้ช่วยอาสาสมัคร นางมังไซข่านลาดตระเวนพื้นที่ด้วยรถจักรยานยนต์เก่า ๆ

ในตอนนี้ วิธีเดียวที่นางมังไซข่านรู้ว่าฟอสซิลถูกขโมยคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมผู้ลักลอบหรือมีคนเลี้ยงสัตว์ร้องเรียนเกี่ยวกับการสูญเสียแหล่งรายได้  “เราไม่เคยจับขโมยพวกนั้นได้” เธอกล่าว

ที. บาทาร์ในกรุงนิวยอร์กซึ่งมีอายุประมาณ 70 ล้านปี ไม่ใช่ฟอสซิลชิ้นแรกที่ออกจากมองโกเลีย แต่มันกระตุ้นความสนใจให้กับประเทศ นายซาคีอากีอิน เอลเบกดอร์ช ประธานาธิบดีมองโกเลีย นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง

ในปี พ.ศ. 2555 พนักงานอัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ฟ้องร้องคดีเพื่อหาหนทางริบโบราณวัตถุจากบริษัทที่ทำการประมูล คดีสิ้นสุดลงโดยได้รับชัยชนะหลังจากนั้นสองปี

ฟอสซิลถูกนำกลับไปยังถิ่นกำเนิดในมองโกเลีย และคำพิพากษาดังกล่าวเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำลายการค้าใต้ดิน นางออยอันเจเรลกล่าว นับแต่นั้นมองโกเลียได้นำฟอสซิลประมาณ 30 ชิ้นคืนมาจากผู้ลักลอบค้าของเถื่อน นางออยอันเจเรลกล่าว

นอกจากนี้ นักสะสมบางส่วนเริ่มส่งคืนฟอสซิลด้วยความสมัครใจ ในหมู่นักสะสมเหล่านั้นคือนิโคลัส เคจ ซึ่งได้ซื้อกะโหลกที. บาทาร์จากการประมูลด้วยมูลค่า 276,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9.66 ล้านบาท) ก่อนที่จะทราบว่ามันได้ถูกลักลอบนำออกจากมองโกเลีย

ทางการมองโกเลียเคยตระหนักถึงคุณค่าของมรดกซากดึกดำบรรพ์ของตนช้าเกินไป แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้เปิดพิพิธภัณฑ์สำหรับฟอสซิลที่นำกลับคืนสู่ประเทศโดยเฉพาะในกรุงอูลานบาตาร์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมองโกเลีย นางออยอันเจเรลกล่าว (ภาพ: พิพิธภัณฑ์ในกรุงอูลานบาตาร์จัดแสดงไทรันโนซอรัส บาทาร์ ที่ถูกส่งคืนจากสหรัฐอเมริกา)’’

หุ้น