ความสว่างของโลกที่บดบังทิวทัศน์แห่งจักรวาล

ความสว่างของโลกที่บดบังทิวทัศน์แห่งจักรวาล

รอยเตอร์

ค่ำคืนหนึ่งในเมืองเซนต์เรมีในปี .. 2432 เมื่อวินเซนต์ แวน โก๊ะ มองออกไปนอกหน้าต่างของโรงพยาบาลเซนต์ปอล เขาก็ได้เห็นแสงอันสุกสว่างของดวงดาวนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้าทางตอนใต้ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาวาดภาพราตรีประดับดาว” (หรือ เดอะ
สตาร์รี ไนท์)

ปัจจุบัน ผู้คนหลายพันล้านคนไม่ได้เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าในยามค่ำคืนเหมือนอย่างเมื่อก่อน ประชากรโลกราวร้อยละ 83 ซึ่งประกอบไปด้วยประชากรในยุโรปและสหรัฐอเมริกากว่าร้อยละ 99 อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางแสงในเวลากลางคืน ซึ่งเกิดจากแสงไฟฟ้าที่ส่องสว่างอย่างต่อเนื่อง ตามที่นักวิจัยระบุในเดือนมิถุนายน .. 2559

สภาวะดังกล่าวมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ทำให้ประชากรทั่วโลกมากกว่าหนึ่งในสามซึ่งประกอบไปด้วยประชากรอเมริกาเหนือเกือบร้อยละ 80 และประชากรยุโรปร้อยละ 60 ไม่สามารถมองเห็นแสงสว่างของทางช้างเผือกซึ่งเป็นภาพยามค่ำคืนที่มนุษย์คุ้นเคยมายาวนาน

น่าประหลาดใจว่าเพียงไม่กี่ทศวรรษที่เรามีไฟฟ้าใช้ เราได้สร้างม่านแสงที่ปิดกั้นมนุษยชาติเกือบทั้งหมดไว้จนไม่สามารถมองเห็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งก็คือจักรวาลของเรานั่นเองนายฟาบิโอ ฟาลชี จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับมลภาวะทางแสงในอิตาลี ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยที่มีผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารไซแอนซ์ แอดวานซ์ กล่าว

รากอารยธรรมของเรานั้นเชื่อมโยงกับท้องฟ้ายามค่ำคืนในทุก ด้าน ตั้งแต่วรรณกรรม ศิลปะ ปรัชญา ศาสนา และแน่นอนว่ารวมถึงวิทยาศาสตร์ด้วย

นายคริสโตเฟอร์ ไคบา นักฟิสิกส์จากศูนย์วิจัยเยอรมันด้านธรณีศาสตร์จีเอฟซีกล่าวเพิ่มเติมว่าการเห็นคุณค่าของความงามเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์

คณะนักวิจัยได้ใช้ดาวเทียมและข้อมูลความสว่างของท้องฟ้าเพื่อสร้างแผนที่มลภาวะทางแสงทั่วโลก มลภาวะทางแสงดังกล่าวคือแสงที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในเวลากลางคืนที่สว่างจนกลบแสงดาวจำนวนมาก มันคือการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างสุดขั้วแบบหนึ่งโดยมนุษย์ที่เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง โดยดูตัวอย่างได้จากการใช้แสงส่องสว่างในเวลากลางคืนตลอดทั่วเมืองต่าง

ประเทศต่าง แม้กระทั่งประเทศที่มีขนาดใหญ่อย่างอิตาลี สเปน ฝรั่งเศสหรือเยอรมนี ไม่มีพื้นที่ใดเลยในอาณาเขตที่สามารถมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนในสภาพที่บริสุทธิ์จริง นายฟาลชีกล่าวเพิ่มเติม

แม้จะมีพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ทางฝั่งอเมริกาตะวันตก แต่พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของอาณาเขตสหรัฐฯ ก็เผชิญกับมลภาวะทางแสงในเวลากลางคืน นายแดน ดูริสโค นักวิจัยจากกรมอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีเพียงบางส่วนของรัฐเมนและเกาะต่าง ในตอนปลายของฟลอริดา คีย์ เท่านั้นที่มีท้องฟ้าที่บริสุทธิ์จริง

ประเทศที่มีมลภาวะทางแสงมากที่สุดคือสิงคโปร์ ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี 20 นั้น ประเทศที่มีมลภาวะทางแสงมากที่สุดคืออิตาลีและเกาหลีใต้

มีเพียงพื้นที่เล็ก ในยุโรปตะวันตกเท่านั้นที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่อยู่ในสกอตแลนด์ สวีเดนและนอร์เวย์ ออสเตรเลียและแอฟริกาได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในบรรดาทวีปที่มีประชากรหนาแน่น

หุ้น